วันที่นั่งปั่นร่างต้นฉบับบทความนี้กำลังจะเดินทางไปเลือกตั้งผู้แทนเขต1ขอนแก่นที่วัดใกล้ๆบ้าน ซึ่งหลายคนที่ต่างเคยวิพากษ์เอาไว้ว่าจะไม่มีการเลือกตั้งรอบประวัติศาสตร์ในรอบ8ปีที่ผ่านมา ก็คงจะแพ้พนันเพื่อนๆที่เคยปรามาตกันเอาไว้ว่า คสช.คงไม่ปล่อยให้มีการเลือกตั้ง24 มี.ค.นี้เป็นแน่ เหลือแต่คอยลุ้นกันต่อไปว่าเขาจะตั้งรัฐบาลกันอย่างไรโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่จะมาเป็นนายรัฐมนตรีและ รมว.ว่าการกระทรวงศึกษาธิการจะเป็นคนใหม่หน้าเก่าหรือคนใหม่หน้าใหม่จริงๆ

ถ้ายังเป็นหน้าเก่าๆที่ผ่านมาจากรัฐบาลที่แล้วก็ต้องยอมรับสภาพในส่วนที่กำลังเป็นอยู่ ณ ปัจจุบันว่าคงเป็นไปตามโรดแมปหรือแผนการศึกษาที่ท่านรัฐมนตรีชุดเก่าและคณะกรรมการอิสระเพื่อปฎิรูปการศึกษาได้ร่างแผนและส่งมอบแผนการปฎิรูปการศึกษาให้กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไปเรียบร้อยแล้วเมื่อ8มีนาคม 62 ที่ผ่านมา

หากได้รัฐบาลชุดเก่าเข้ามาบริหารประเทศหลังเลือกตั้ง24 มี.ค.62 รัฐบาลใหม่หน้าเก่าก็จะขับเคลื่อนแผนสู่การปฎิบัติได้เต็มสูบเลยครับไม่ว่าจะเป็นเรื่องโครงสร้างการศึกษา แผนพัฒนาครูแผนปรับปรุงแลกเปลี่ยนผู้บริหารสถานศึกษาโดยเปลี่ยนชื่อจากผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นครูใหญ่การปรับเปลี่ยนรองผู้อำนวยการโรงเรียนจากบุคคลภายนอกก็ได้ รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ, การออกใบรับรองความเป็นครูเป็นต้นแล้วเดินหน้าปรับเปลี่ยนรูปโฉมของกฏหมายลูกที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ และพ.ร.บ.สภาครูและบุคคลากรทางการศึกษาเป็นต้น

ถามต่อไปว่า การที่บรรดาองค์กรวิชาชีพครูออกมาคัดค้านโดยแต่งชุดดำประท้วงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาจะมีผลให้มีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไรหรือไม่นั้นคำตอบก็มีตามที่ได้เขียนเอาไว้ในฉบับที่ผ่านมาว่าบรรดาครูทั้งหลายท่านได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งตัวแทนของท่านเข้าสู่สภาเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมาหรือไม่ ถ้าเลือกท่านเข้าไปแล้วท่านทั้งหลายก็ต้องติดตามผลต่อไปเพราะผู้แทนเหล่านั้นก็จะเข้าไปเป็นผู้แทนร่างกกหมายในรัฐสภาและกฏหมายการศึกษาที่ทางคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฎิรูปการศึกษา(กอปศ.)ได้พากันร่างและส่งมอบให้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาไปแล้วนั้นทางรัฐบาลก็จะส่งกกหมายฉบับนี้เข้าไปรอไว้ในรัฐสภาแล้วรอการบรรจุเข้าวาระการประชุมรัฐสภาต่อไปแล้ว

บรรดาท่านส.ส.ที่เลือกเข้าไปต้องเข้าไปเป็นกรรมธิการพิจารณร่างพ.ร.บ.การศึกษาแต่ละฉบับตามที่บรรดาครูอาจารย์ทั้งหลายแนะนำต่อไป ส่วนจะประสบความสำเร็จตามที่เราต้องการมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของส.ส.ที่เราเลือกเข้าไปว่าเข้าใจปัญหาการศึกษาไทยมากน้อยแค่ไหนหรือเอาใจใส่กับปัญหาการศึกษาที่กำลังเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน

ดังนั้นช่วงระยะเวลาหลังเลือกตั้ง 24 มี.ค.62 พวกเราจะต้องช่วยกันติดตามต่อไปว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างราบรื่นหรือไม่ จะมีความวุ่นวายทางการเมืองรอบใหม่อีกครั้งและหากผ่านวิกฤติหลังเลือกตั้งจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ ก็ต้องติดตามต่อไปอีกว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีและใครจะเข้ามาบังเหียนเพื่อเข้ามาขับเคลื่อนการปฎิรูปการศึกษาให้เดินหน้าหรือถอยหลังเข้าคลองเหมือนรัฐมนตรีหลายต่อหลายคนในหลายๆรัฐบาลที่ผ่านมา

ถ้าได้คนที่ดีมีคุณภาพรู้เรื่องทางการศึกษาเป็นอย่างดีก็ถือว่าเป็นบุญของประเทศยิ่ง แต่หากได้คนที่ไม่รู้เรื่องการศึกษาดีแต่พูดดีแต่เอาตามใจตนเองหรือคนใกล้ชิด หรือดีแต่หาผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องก็ถือเป็นกรรมของประเทศและกรรมของการศึกษาไทยก็แล้วกันนะครับ