“Stroke Fast Track” ทางด่วนรักษาหลอดเลือดสมอง

รพ.ขอนแก่น เปิดทางด่วนรักษา “หลอดเลือดสมอง” ไม่เข้าห้องฉุกเฉิน รักษาไว ไม่อัมพาต 

นพ.วีรศักดิ์ พงษ์พุทธา แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน รพ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า หลังจากศูนย์สื่อสารประสานงานทางการแพทย์ 1669 ได้รับแจ้งจากผู้ป่วยที่โทร.มาจากที่เกิดเหตุ หรือจากที่บ้าน ก็จะดูว่า มีกลุ่มอาการที่เข้าได้กับโรคหลอดเลือดสมองหรือไม่ หากวินิจฉัยว่าเป็นกลุ่มนี้ จะแจ้งทีมบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) ออกรับผู้ป่วย ซึ่งจะต้องไปถึงผู้ป่วยภายใน 10 นาที เมื่อเจอผู้ป่วยแล้วจะตรวจร่างกายยืนยันว่า เป็นโรคหลอดเลือดสมองที่จำเป็นต้องนำเข้าสู่ช่องทางด่วนพิเศษ (Stroke Fast Track) ก็จะประสานกลับมาที่ห้องฉุกเฉิน และแพทย์อำนวยการประจำห้องฉุกเฉินว่าจะต้องทำอะไร และมีการประสานงานตั้งแต่บนรถ

“กระบวนการของAmbulance Stroke Fast Track จะดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและประสานงานตั้งแต่ผู้ป่วยอยู่บนรถ โดยไม่ต้องรอให้ผู้ป่วยมาถึงหน้าห้องฉุกเฉินแล้วค่อยเริ่มกระบวนการ โดยจะส่งข้อมูลผู้ป่วยทั้งชื่อ นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อประสานการทำบัตรผู้ป่วยตั้งแต่คนไข้ยังมาไม่ถึง และใช้ระบบการแพทย์ควบคุมระยะไกล (TeleMedicine) ในการส่งข้อมูลอาการผู้ป่วยไปยังห้องฉุกเฉิน เช่น ความดันโลหิต คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ระดับบออกซิเจน เป็นต้น เพื่อให้แพทย์เวรห้องฉุกเฉินยืนยันว่า ผู้ป่วยรายนี้จำเป็นต้องนำเข้าการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแบบช่องทางด่วนพิเศษ และจะได้ประสานห้องเอกซเรย์หรือทีซีสแกน เพราะการที่จะแทรกคิวผู้ป่วยคนอื่น จะต้องแน่ใจจริงๆ ว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมองที่ต้องรีบดำเนินการ มิเช่นนั้นจะไม่ยุติธรรมกับผู้ป่วยรายอื่น รวมถึงมีการเจาะเลือดเตรียมไว้เพื่อนำส่งแล็บได้ทันที ซึ่งเป็นบริการที่มีคนไข้มากและรอคิวนาน” นพ.วีรศักดิ์ กล่าว

นพ.วีรศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อมาถึงโรงพยาบาลก็จะไปทำทีซีสแกนสมองเลย โดยไม่ต้องผ่านห้องฉุกเฉินอีก หากไม่มีอาการที่จำเป็นต้องรักษาด่วน เพราะขั้นตอนต่างๆ ดำเนินการมาตั้งแต่อยู่บนรถ เพราะหากไม่ทำเช่นนี้ ก็จะต้องเข้าห้องฉุกเฉินก่อนที่จะต้องมีการคัดกรอง ซักประวัติเพิ่มเติม วัดสัญญาณชีพ หัวใจ ความดันโลหิต แล้วถึงวินิจฉัยว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมองเร่งด่วนถึงเอาเข้าสู่กระบวนการที่ต้องรีบรักษา แล้วยังมีการทำบัตร มีแพทย์มาตรวจ พยาบาลมาเจาะเลือดส่งตรวจ นำไปเอกซเรย์สมอง แล้วถึงให้อายุรแพทย์โรคหลอดเลือดมาหาผู้ป่วยถึงจะรับยา ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เยอะมาก ทำให้กระบวนการรักษาล่าช้า จึงต้องตัดบางขั้นตอนออกไปไว้ตั้งแต่บนรถพยาบาลฉุกเฉิน

“หากทำตามกระบวนการปกติ จะทำให้การรักษา คือ การให้ยาละลายลิ่มเลือดล่าช้าออกไป ซึ่งผู้ป่วยต้องได้รับภายใน 4 ชั่วโมงครึ่งตั้งแต่มีอาการ ไม่ใช่ตอนไปรับตัวผู้ป่วย ดังนั้น หากผู้ป่วยเกิดอาการตั้งแต่ตอน 8 โมง แต่โทร.และไปรับตัวตอน 9 โมง ก็จะเหลือเวลาแค่ 3 ชั่วโมงครึ่งที่ต้องรีบทำทุกอย่างให้รวดเร็ว จึงเป็นเหตุผลที่ต้องประสานงานบนรถ” นพ.วีรศักดิ์ กล่าว

อ่านต่อ>>https://mgronline.com/qol/detail/9620000076881

 

แสดงความคิดเห็น