แล้ง-ลดพื้นที่ปลูกเหตุข้าวเหนียวแพง

นายกสมาคมโรงสีข้าวไทยชี้ ภัยแล้งกระทบหนักดันราคาข้าวสารพุ่ง ในรอบหลายปี คาดว่าในเดือนตุลาคมจะมีข้าวนาปรังจากเหนือและอีสานมาช่วยบรรเทา วอนอย่าโยนบาปให้ผู้ค้า

วันที่ 28 สิงหาคม 62 นายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ข้าวเหนียวมีราคาแพงมาก อีกทั้งขาดตลาดในนี้ ชัดเจนว่าเกิดมาจากผลผลิตเสียหายจากปัญหาภัยแล้ง 2 ปีซ้อน และพื้นที่เพาะปลูกข้าวเหนียวลดลง โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอิสาน ซึ่งช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ชาวนาที่เคยปลูกข้าวเหนียวบางส่วน หันไปเพาะปลูกข้าวหอมมะลิและหอมพวงแทน เพราะปลูกง่าย ผลิตสูง และได้ราคาดี

ทั้งหมดจึงเป็นสาเหตุทำให้ผลผลิตข้าวเหนียว ออกสู่ท้องตลาดน้อยลงกว่าทุกปี ซึ่งหน่วยงานภาครัฐไม่ได้เตรียมการแก้ปัญหานี้ไว้แต่ต้น และเมื่อพบปัญหาซึ่งต้องหาทางออกให้ได้ จึงให้ข่าวว่า จะต้องสั่งตรวจเช็คสต๊อก และเรียกผู้ค้าข้าวเหนียว มาหารือ ทำเสมือนให้สังคมเข้าใจว่า ผู้ค้าข้าวเหนียวกักตุนสินค้า

และตรงจุดนี้อาจจะทำให้สังคมอื่นเข้าใจผิด คิดว่าผู้ประกอบการโรงสี โกดัง และผู้ค้าข้าวเหนียว กักตุนสินค้าเพื่อปั่นราคา ซึ่งขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง พวกเราไม่เคยกักตุนสินค้า แต่แท้จริงแล้ว คือพวกเราไม่มีข้าวเหนียวที่เป็นข้าวเปลือกในจำนวนที่เพียงพอ เพื่อมาให้พวกเราได้สีแปรสภาพไว้ขายเหมือนเดิม

ส่วนในประเด็นที่กล่าวอ้างว่า มีเหนียวที่เป็นข้าวสาร ประมาณ 50,000 ตัน ตกค้างอยู่ในโกดัง ของผู้ประกอบการกว่า 280 ราย เฉลี่ยเท่ากับมีข้าวเหนียวอยู่แค่ รายละกว่า 170 ตันเท่านั้น ภาษาการตลาดเรียกว่าข้าวก้นยุ้ง ซึ่งผู้ค้าจะเก็บไว้ขาย ให้ลูกค้าของตัวเอง ที่ทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเท่านั้นอย่างไรก็ตาม ช่วงนี้รัฐควรแนะนำให้ไปบริโภคข้าวชนิดอื่นแทนไปก่อน และในราวเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ จะมีเริ่มผลผลิตข้าวเปลือกนาปีประเภทข้าวเหนียว ออกมาจำนวนมากขึ้น เชื่อราคาข้าวเหนียวจะปรับตัวลงแน่นอน

ที่มา:https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1645146

แสดงความคิดเห็น