ข้าวยากหมากแพง ยุค 4.0

เพียง 22 วันน้ำมันขึ้นราคา 4 ครั้ง สร้างความปั่นป่วนให้กับประชาชน เพราะน้ำมันเปรียบได้กับสารตั้งต้นหากน้ำมันแพงอะไรก็จะแพงไปด้วย โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่มีการใช้ในระบบขนส่งและระบบการผลิตมากที่สุด 

สมาคมรถบรรทุกขอขึ้นค่าขนส่ง 10% เพราะไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ในขณะที่กรมการค้าบอกค่าขนส่ง 10% กระทบราคาสินค้า เพียงเล็กน้อยใครฉวยโอกาสเจอดีแน่ๆ แต่ราคาข้าวถุงชิงขอขึ้นราคาถุงละ 20-25 บาท ไปแล้ว

เจ้เกียว นายกรถทัวร์ได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอขึ้นราคาโดยสาร กิโลเมตรละ 10 สตางค์ อ้างว่า ขาดทุน และถ้าไม่ยอมให้ขึ้นราคาจะลดเที่ยวลง รัฐมนตรีบอกรับฟังแต่ยัวไม่ให้ขึ้นราคา เด็ดขาดเพราะกระทบคนเดินทาง 

แก๊สหุงต้ม ขนาด 15 กิโลกรัมราคาเดิม 353 บาทขึ้นอีก 42 บาท ต่อถัง กรมการค้าภายในออกโรงว่ากระทบอาหารแค่จานละ 15 สตางค์เท่านั้น ใครที่ขึ้นราคาเกินกว่านี้จะเอาผิด และขณะนี้ส่งหน่วยตรวจสอบไปดูแล ถ้าใครถูกเอาเปรียบ ให้โทรมาที่ 1569 จะรีบไปจัดการทันที 

ค่าไฟฟ้ามีแน้วโน้มจะขึ้นราคาตามราคาน้ำมัน ทุกครัวเรือนคงหนีไม่พ้นค่าไฟฟ้าจะกลายเป็นข้อ้างของผู้ประกอบการว่าไม่ขึ้นก็อยู่ไม่ได้ เพราะกระแสไฟฟ้า ตามห้างขนาดใหญ่เดือนหนึ่งตกสิบล้านขึ้นไป งานนี้คนที่รับเคราะห์คงไม่พ้นผู้บริโภคทุกคน 

รัฐบาลเตรียมเงินสำรองพลังงาน ที่มีอยู่ 30,000 ล้านบาทจะเอามาพยุงราคาดีเซลไม่ใช่ลิตรละ 30 บาท ในขณะนี้ราคาน้ำโลกตก 80 ดอนล่าร์ต่อ 1 บาร์เรล และแนวโน้มจะทุละ 100 ดอนล่าร์มีโอกาสสูง ถ้าถึงเวลานั้นจะเกิดวิกฤติแน่นอน 

เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศไทยทำท่าจะไปได้ดี เพราะไตรมาสแรกโตถึง 4.8% ถือว่าโตมากในรอบหลายปีที่ผ่านมา การส่งออกโต 12 % มีแน้วโน้มสดใส แต่พอเจอเรื่องราคาน้ำมันทำท่าจะกระทบต่อ GDP ที่ปีนี้ฝันว่าจะโตถึง 5-6%เลยทีเดียว

ดัชนีความมั่นใจด้านการลงทุนและการบริโภค เริ่มขยับลดลง สาเหตุสำคัญมาจากราคาน้ำมันและข้อมูลข่าวสารในยุค 4.0 มีความรวดเร็ว และสร้างความวิตกกังวลกับผู้ประกอบการและผู้บริโภค 

ผลกระทบสำคัญคือภาคประชาชนที่มีปัญหารายได้ไม่พอกับรายจ่ายอยู่แล้ว หนี้ครัวเรือนอยู่ที่ 80%ต่อ GDP นับว่าอยู่ในระดับที่น่ากังวล หากต้องจ่ายเพิ่ม เพราะปัญหาราคาน้ำมัน หนี้ครัวเรือน อาจท่วมประเทศ และยากจะแก้ไข แม้จะมีคำยืนยันจากผู้ควบคุมระบบเศรษฐกิจ อย่าง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่บอกว่าน้ำมันไม่กระทบคนไทย คำพูดนี้ประชาชนเริ่มโต้แย้งกับนักการตลาดอย่าง ดร.สมคิด 

ในขณะที่น้ำมันขึ้นราคา ผู้ประกอบการใจกล้ากำลังจะนำ TAXi VIP โดยใช้รถหรู่ยี่ห้อเบ็นซ์ รุ่น C-คลาส ให้บริการประชาชน กรมการขนส่งทางบกมีความภาคภูมิใจมาก โดยจะเก็บค่าโดยสารทันทีที่ใช้บริการ 150 บาท และกิโลเมตรต่อไปจะคิด 16 บาทการลงทุนครั้งนี้ผู้ประกอบการ ต้องซื้อรถเบ็นซ์ราคาเกือบสี่ล้านบาท มาทำTaxi ให้นั่งแล้ว 

ภาคอีสานเป็นภาคที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศ มีการเดินทางมากที่สุดเช่นกัน เมื่อน้ำมันแพง ค่าโดยสารย่อมแพงไปด้วย ผลกระทบนี้ยังไม่มีใครออกมาพูดถึง นอกจากโดยสารทุกชนิดจะแพงขึ้น ค่าขนส่งสินค้ามาขายที่ภาคอีสานคงถูกบวกราคาเพิ่มอย่างไม่ต้องสงสัย 

นี่ก็ใกล้เลือกตั้งกันแล้ว บรรดานักเลือกตั้ง ก็เริ่มประกาศตัวขอเป็นผู้แทนก็มากขึ้น น่าจะเป็นโอกาศที่ดี ที่ประชาชนจะทดสอบความสามารถของท่านผู้แทนโดยให้แก้โจทย์น้ำมันแพง และมีผลกระทบเป็นลูกโซ่เช่นในขณะนี้  ใครคิดเป็นเราก็เตรียมลงคะแนนให้ ใครเพิกเฉยไม่แสดงความทุกข์ร้อนแทนประชาชนก็ตัดออกไป ถ้าเราทำกันได้ ถือเป็นการยกระดับการเลือกตั้งยุค 4.0 ได้เหมือนกัน 

น่าเห็นใจรัฐบาล คสช.เดินมาดีแล้วยกสุดท้ายเจอราคาน้ำมัน ทำท่าจะไปไม่ถูกเพราะโครงการใหญ่ที่รอการประมูลราคาคงเพิ่มขึ้น 10-15%แน่ๆ เงินก็ไม่มากแต่รายจ่ายเยอะแบบนี้ หนี้สาธารณะก็น่าเป็นห่วง แม้นจะยังไม่ถึง 60%ต่อ GDP แต่มันใกล้ 50%แล้ว ถ้าเป็นเครื่องยนต์มันเริ่มร้อน ถ้า60% เมื่อไหร่ หม้อน้ำเดือดแน่ 

เรื่องราคาน้ำมันพุ่งไม่หยุดแบบนี้ จะไม่กระทบประชาชนธรรมดาไม่มีใครเชื่อ รัฐบาลไม่ควรประมาทน่าหาช่องทางแก้ไขแต่ต้นมืออย่ารอให้สายเกินการณ์มันจะยุ่งกันใหญ่ โดยเฉพาะช่วงเวลา หาเสียงเลือกตั้ง ราคาน้ำมันอาจกลายเป็นอาวุธของฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลใช้โจมตี คสช. ได้ 

จะทำอะไรต้องรีบทำไม่ต้องรอตั้งกรรมการ หรือข้อมูลอะไร ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นชาวบ้านสะท้อนได้ทันที เช่นรายได้ เท่าเดิมแต่จ่ายไ่ม่เท่าเดิม หรือไม่ครบเดือน ยิ่งเปิดเทอมใหม่ๆเงินที่กู้ยืมกันมาก็ยังไม่ออกว่าจะหาที่ไหนมาคืนนายทุน เจอข้าวของแพงอีกคนไทยเครียดแน่ๆครับ 

โดย ทวีสันต์ โลณานุรักษ์

Facebook Comments