เปิดโรดแมป Khon Kaen Geopark ขึ้นแท่นอุทยานธรณีโลกเม.ย.63

         

           เปิดโรดแมป Khon Kaen Geopark” สู่อุทยานธรณีโลกแห่งที่ 2 ของประเทศไทย ตั้งเป้า เมษายน 63 ผ่านการพิจารณาประกาศเป็นยูเนสโก้ โกลบอล จีโอพาร์ค  เลือกเป้าหมายแรก “ภูเวียง”และ”เวียงเก่า” ก่อนขยายเพิ่ม 7 อำเภอ

           การประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ (กรอ.)จังหวัดขอนแก่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นได้รายงานถึงความความหน้าโครงการจัดตั้งอุทยานธรณีขอนแก่น ว่า ตามเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันให้ขอนแก่นเป็นแหล่งธรณีโลกในประเทศไทยเป็นแห่งที่2  ต่อจากอุทยานธรณีโลกสตูล ซึ่งยูเนสโก้โปรแกรมจะมีการพิจารณาอยู่ 3 โครงการคือ หนึ่งโครงการมรดกโลก สองโครงการมนุษย์และชีวมณฑล และสามคือโครงการอุทยานธรณีโลก

           ทั้งนี้หลังการประชุมคณะกรรมการอุทยานธรณีวิทยาขอนแก่น ได้ข้อสรุปจากเดิมที่มีการกำหนดพื้นที่ครอบคลุมถึง 9 อำเภอ ได้แก่ เวียงเก่า ภูเวียง สีชมพู ภูผาม่าน หนองนาคำ อุบลรัตน์ ชุมแพ หนองเรือ บ้านฝาง ที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ แต่พื้นที่จะกว้างเกินไปจึงสรุปให้ตรงประเด็นของยูเนสโก้ที่จะพิจารณาเหลือเพียง 2 อำเภอในเบื้องต้น คือภูเวียงและเวียงเก่า ส่วนที่เหลืออีก 7 อำเภอจะขยายเป็นพื้นที่ต่อเนื่องอีกทีหนึ่ง

          สำหรับโรดแมปที่วางไว้เริ่มเตรียมงานตั้งแต่เดือนมกราคม 61 ถึงมกราคม 62 จะประกาศเป็นอุทยานธรณีระดับประเทศในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 และจะเสนอครม.ในเดือนมิถุนายน 62 และจะยื่นสมัครโครงการอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก้ วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 จากนั้นยูเนสโก้จะประเมินแหล่งอุทยานธรณี ระหว่างสิงหาคม 62 ถึงมีนาคม 63 คาดว่าจะสามารถประกาศเป็นยูเนสโก้ โกลบอล จีโอพาร์ค ได้ประมาณเดือนเมษายน 63

          ขณะนี้ทาง อบจ.ขอนแก่นก็ได้แต่งตั้งคณะทำงาน มีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสารองค์กรของอุทยานธรณีขอนแก่น ทั้งเว็บไซต์ เฟซบุ๊คเพจ และกลุ่มไลน์  การดำเนินการอยู่ระหว่างเตรียมโครงการที่จะประกวดการออกแบบตราสัญลักษณ์ เป็นโลโก้และมาสคอต  ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม  61 นี้ และจัดเตรียมเสวนาเพื่อวางแผนดำเนินการอุทยานธรณีขอนแก่นในกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

           สำหรับอุทยานธรณีโลกก็คือ พื้นที่ที่ประกอบไปด้วยแหล่งที่พบความสำคัญอย่างโดดเด่นทางด้านธรณีวิทยารวมถึงด้านโบราณคดี นิเวศวิทยาและวัฒนธรรมที่อยู่ในพื้นที่ทั้งบนบกและทางทะเลผ่านการบริหารจัดการแบบองค์รวมทั้ง การอนุรักษ์ การให้ความรู้ การศึกษาวิจัย การพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ภายใต้การมีส่วนร่วมของท้องถิ่นและชุมชน รวมกันเรียงร้อยเชื่อมโยง ความสำคัญด้านต่าง ๆ ให้ทุกคนเห็นความสำคัญของธรณีวิทยาผ่านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

          ทั้งนี้ปัจจุบันมีอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก้จำนวนทั้งหมด 140 แห่ง ใน 38 ประเทศ ในภูมิภาคเอเชียที่ประกาศไปแล้วมีจำนวน 8 แห่งใน 4 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย 1 แห่ง เวียดนาม 2 แห่ง อินโดนีเซีย 4 แห่ง  และประเทศไทย 1 แห่ง ซึ่งเมื่อเป็นอุทยานธรณีโลกแล้วสิ่งที่ขอนแก่นจะได้คือ ได้รับการประกาศรับรองจากยูเนสโก้ ทำให้เป็นแหล่งธรณีวิทยา เป็นที่รู้จักและยอมรับจากนานาประเทศ

          เกิดกระแสท่องเที่ยว เชิงธรณีวิทยาและเชิงอนุรักษ์จากนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างชาติ คนในพื้นที่มีความตระหนักรู้ เข้าใจถึงคุณค่าและเกิดความหวงแหนซึ่งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ เกิดการพัฒนาด้านการศึกษา การเรียนรู้ ทางธรณีวิทยาและประวัติศาสตร์ของพื้นที่ มีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยา

           นอกจากนี้ยังจะมีการวางเส้นทางการท่องเที่ยวและบริการครอบคลุมทุกพื้นที่ ทำให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีความโดดเด่นเกี่ยวเนื่องกับอัตลักษณ์ของอุทยานธรณีและมีมาตรฐานสร้างงาน สร้างรายได้ ให้แก่ท้องถิ่น และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาท้องถิ่นสามารถดำเนินไปอย่างเกื้อหนุนกลมกลืนโดยการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน

          การจะเป็นอุทยานธรณีโลกจะต้องผ่านตัวชี้วัดของยูเนสโก้ 5 ข้อคือ 1.ธรณีวิทยาและภูมิประเทศ 35 คะแนน 2. โครงสร้างการบริหารจัดการ 25 คะแนน 3.การสื่อสารและการให้ความรู้ 15 คะแนน 4.การท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยา 15 คะแนน และ 5.การพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคอย่างยั่งยืน 10 คะแนน รวมเป็น 100 คะแนน

Facebook Comments