กัญชาล็อตแรกกว่า 25 กก.พร้อมส่ง รพ.พระอาจารย์ฝั้น เผยวิจัยปลูกแบบอินทรีย์ได้แล้ว

กัญชาล็อตแรกกว่า 25 กิโลกรัม มทร.อีสาน พร้อมส่งมอบโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร เพื่อใช้ผลิตยาศุขไสยาศน์ 1 ใน 16 ตำรับยาแพทย์แผนไทย ที่ใช้รักษาผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เผยสิ่งมหัศจรรย์ที่ได้จากการวิจัย คือ แนวทางสู่ระบบการปลูกแบบอินทรีย์โดยการใช้ bio control

กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แถลงผลการเก็บเกี่ยวผลผลิตกัญชาทางการแพทย์แผนไทย โครงการศึกษาการปลูกกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์แผนไทย ณ คณะทรัพยากรธรรมชาติ ก่อนนำผลผลิตกัญชาลงบรรจุภัณฑ์เพื่อเคลื่อนย้ายไปยังโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ต่อไป

นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า ผลผลิตกัญชาที่เก็บเกี่ยวในวันนี้ มีจำนวนประมาณ 25 กิโลกรัม และจะทำการเก็บเกี่ยวอีกครั้งในสัปดาห์หน้า เพื่อนำไปผลิตยาศุขไสยาศน์ ที่ใช้สำหรับการรักษาทางการแพทย์แผนไทยในโรงพยาบาล ซึ่งตำรับยาศุขไสยาศน์ ถือเป็นตำรับยา 1 ใน 16 ตำรับยาแพทย์แผนไทยที่มีส่วนผสมจากกัญชาเป็นองค์ประกอบตำรับแรกๆ ที่มีการผลิต

โดยมีส่วนช่วยในการนอนหลับ ช่วยเจริญอาหาร และฟื้นฟูกำลังของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และเริ่มมีการใช้อย่างจริงจังราว 1 เดือนที่ผ่านมา ในผู้ป่วยจำนวน 200 ราย จากทั่วประเทศ ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดี นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงให้ใช้ผลผลิตกัญชาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งในระยะเวลาที่ผ่านมาทางกระทรวงสาธารณสุขได้เริ่มใช้ยาที่มีสารสกัดจากกัญชาในโรงพยาบาล 42 แห่งทั่วประเทศ และปัจจุบันมีการเปิดคลินิกบริการการแพทย์แผนไทยคู่ขนานกับแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว

รศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตสกลนคร มทร.อีสาน เปิดเผยว่า ในการใช้เมล็ดกัญชาสายพันธุ์หางกระรอกที่ได้รับนิรโทษกรรมในพื้นที่การปลูกของคณะทรัพยากรธรรมชาตินั้น ทีมงานของเราได้มีการพัฒนาการวิจัยอย่างต่อเนื่อง อาทิ การพัฒนาระบบการปลูกที่มีความปลอดภัยสูง วิเคราะห์เครื่องหมายดีเอ็นเอ (DNA marker) ของเมล็ดพันธุ์ การวิเคราะห์กับระบบกัญชาที่มีผลผลิตไร้สารตกค้าง เป็นไปตามข้อกำหนดในเอกสารคู่มือการปฏิบัติงาน (standard operating procedure: SOP) มีการใช้วัสดุและเทคโนโลยีในการปลูกที่ได้รับการควบคุมตามมาตรฐานเป็นอย่างดี เพื่อให้เกิดผลผลิตกัญชาทางการแพทย์ที่ดีที่สุด ซึ่งกัญชาที่เก็บเกี่ยวในวันนี้มีอายุประมาณ 100 วัน สิ่งที่ได้จากการปลูกคือทำให้ทราบถึงการวัดระยะในการเก็บใบและดอก ว่าต้องใช้เวลากี่วันถึงจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม และสิ่งมหัศจรรย์ที่ได้จากการวิจัย คือ แนวทางสู่ระบบการปลูกแบบอินทรีย์โดยการใช้ bio control

ทั้งนี้การพัฒนาโครงการศึกษาการปลูกกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์แผนไทย มทร.อีสาน วิทยาเขตสกลนคร ได้รับงบประมาณจากกองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เพื่อทำการวิจัยร่วมกัน โดยมีเป้าหมายให้คนทั่วโลกเข้าถึงการรักษาโรคร้าย ส่วนปัญหาภายในโรงเรือน แม้ว่าจะมีการควบคุมอยู่เป็นประจำ แต่ก็ยังมีศัตรูกัญชาอยู่ตามธรรมชาติ เช่น ไรแดง เชื้อรา หนอนผีเสื้อ ที่สามารถเล็ดลอดเข้ามาทำลายต้นกัญชา แต่ทางมหาวิทยาลัยฯ ได้มีการนำตัวห้ำตัวเบียน ที่มีความเฉพาะในการทำลายศัตรูดังกล่าวได้เป็นอย่างดี เป็นที่น่าพอใจมาก

สำหรับสิ่งที่คาดหวังในการพัฒนา ศึกษา และวิจัยโครงการศึกษาการปลูกกัญชาเพื่อก้าวสู่กระบวนการรับรองมาตรฐานกัญชาอินทรีย์ในอนาคต และเรื่องของเมล็ดพันธุ์หลังจากมีการคัด DNA สายพันธุ์ของเมล็ดแล้ว จะมีการขอขึ้นทะเบียนพันธุ์กับกรมวิชาการเกษตร เพื่อสามารถใช้ในการขยายพันธุ์ได้อย่างถูกต้อง และสำหรับวิสาหกิจชุมชนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ที่มีความพร้อมในการขยายพันธุ์ก็จะสามารถนำสายพันธุ์กัญชาที่ถูกต้องไปต่อยอดได้ เพื่อเป็นการสร้างเรื่องราวให้กับกัญชาสกลนคร ซึ่งความท้าทายในการพัฒนาระบบการจัดการกัญชาเพื่อการแพทย์แผนไทยของราชมงคลสกลนครขั้นต่อไปคือ การตอบคำถามให้ได้ว่า ระหว่างมาตรฐานตามระบบจัดการคุณภาพ (GAP) และการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชสมุนไพร (GACP) ที่เป็น Medical grade กับระบบออแกนิค ที่ทางมหาวิทยาลัยฯ กำลังจะพัฒนาขึ้นมา จะสามารถให้ผลผลิตยา และความปลอดภัย ที่มีความแตกต่างกันหรือไม่ รวมทั้งต้นทุนในการผลิตแต่ละรูปแบบต่อไป และยังมีเป้าหมายที่จะพัฒนาและขยายการปลูกเพื่อให้เพียงพอต่อการรองรับความต้องการของโรงพยาบาลในภาคอีสาน

และในเดือนพฤศจิกายนนี้ ทางมหาวิทยาลัยฯ มีแผนเปิดคลินิกกัญชารักษาโรคในโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยสกลนคร หลวงปู่แฟ๊บ สุภัทโท และผลิตยาในโรงงาน GMP ของมหาวิทยาลัยในอนาคต เพื่อให้ มทร.อีสาน เป็นแหล่งพัฒนากัญชาแบบครบวงจร เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ให้กับพี่น้องเกษตรกรด้านกัญชาอย่างครบวงจร

แสดงความคิดเห็น