สช.หนุนไทบ้านทำ CHIA ติดอาวุธชุมชน ป้องบ้านเกิด กำหนดอนาคตด้วยตนเอง

ระหว่างวันที่ 20-21 ต.ค. 62 ณ เรีือนนภาลัย โรงแรมราชาวดีฯ จ.ขอนแก่น มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคประชาชนภาคอีสาน จัดประชุมหารือความก้าวหน้าและถอดบทเรียนการขับเคลื่อนกลไกกระบวนการความร่วมมือการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ ปีงบประมาณ 2562 ครั้งที่ 1 ภายใต้การสนับสนุนคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมให้ภาคประชาชนได้เกิดการเรียนรู้กระบวนการ CHIA (Community Health Impact Assessment) ในการประเมินผลกระทบทางสุขภาพโดยให้คนในชุมชนจัดทำข้อมูลชุมชนด้วยตัวพวกเขาเอง นั้นแสดงให้เห็นศักยภาพของพื้นที่ และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชน ให้รู้ว่าปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลต่อสุขภาวะของพวกเขา และหากจะมีโครงการอะไรในพื้นที่ โครงการนั้นจะส่งผลกระทบต่อสุขภาวะของพวกเขาหรือไม่ อย่างไร โดยการทำข้อมูลนี้จะนำไปสู่การกำหนดแนวทางการพัฒนาของชุมชนด้วยตัวชุมชนเอง

สำหรับภาคอีสานมีการพัฒนาโครงการประเมินผลกระทบทางสุขภาพที่สนับสนุนโดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ จำนวน 7 โครงการ สามารถจำแนกได้ 2 ประเด็นหลักๆ ประกอบด้วย 1.พลังงาน ในพื้นที่ต.น้ำปลีก จ.อำนาจเจริญ, ต.โนนสวรรค์ จ.ร้อยเอ็ด และอีกหนึ่งโครงการดำเนินการทั้งภาคอีสาน ส่วนประเด็นที่ 2. เรื่องสิ่งแวดล้อม มีการจัดทำโครงการในพื้นที่ชุมชนห้วยเสือเต้น อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น, ต.หนองนาคำ จ.อุดรธานี, อ.เภอคอนสาร จ.ชัยภูมิ  และสุดท้ายเป็นโครงการประเมินผลกระทบเกี่ยวการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนรถไฟฟ้ารางสายเหนือ-ใต้ (สำราญ-ท่าพระ) ภายใต้แผนสมาร์ทซิตี้

บรรยากาศภายในการประชุมเป็นไปด้วยความเข้มข้นของข้อมูลจากชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างโรงงานยางพารา โรงไฟฟ้าชีวมวล น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ที่นำมาแลกเปลี่ยนและพัฒนานาเป็นข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนโครงการประเมินผลทบจากระบบไฟฟ้ารางเบาของจังหวัดขอนแก่นเน้นไปที่ข้อเสนอเรื่องคนจนเมืองที่มีโอกาสได้รับผลกระทบและทางออกในการอยู่ร่วมกัน

นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า กระบวนการ CHIA หรือ Community Health Impact Assessment เป็นการประเมินผลกระทบทางสุขภาพโดยให้คนในชุมชนจัดทำข้อมูลชุมชนด้วยตัวพวกเขาเอง ไว้เป็นเครื่องมือต่อสู้ เมื่อมีโครงการรัฐ เอกชน เข้ามารุกรานคนในท้องถิ่น และนำพาชุมชนสู่การกำหนดทิศทางการพัฒนาด้วยตนเอง

“ผมหวังว่าเครื่องมือที่เรียกว่า CHIA หรือ HIA จะเป็นความหวังของชาวบ้านที่ช่วยสร้างชุมชนให้น่าอยู่ เป็นชุมชนที่พึงประสงค์ และสุดท้ายปลายทางที่ทุกคนในชุมชนฝันร่วมกัน จะมีน่าตาอย่างไร พวกเราในชุมชนจะเป็นคนกำหนดด้วยตัวเอง”

ด้าน ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ กล่าวว่า การที่พี่น้องที่ทำงานในพื้นที่ทั้ง 7 โครงการ มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียน เสริมพลังในช่วงเวลา 2 วันที่ผ่านมา ตนหวังว่าจะเกิดความเข้มแข็งทางวิชาการของชาวบ้านที่สามารถทำวิจัยเป็น ทำวิจัย เพื่อเป็นอาวุธไว้ต่อสู้กับรัฐหรือทุน ที่มีทั้งเงิน และ อำนาจ ฉะนั้นการปกป้องตัวเองด้วยการเก็บข้อมูลทำข้อเสนอ ขยายเครือข่ายให้มีพลังจึงเป็นทางออกอย่างหนึ่งที่ชาวบ้านจะปลดแอดจากการถูกกดขี่

“ผมขอประวารณาว่าจะช่วยพัฒนาชาวบ้านอย่างเต็มที่ ผมทำวิจัยไทบ้าน ร่วมกับชาวบ้านเรื่องเขื่อนปากมูลมาแล้วกว่า 30 ปี ทุกวันนี้ก็ยังสู้กันอยู่และเริ่มมีคนเห็นข้อมูลแล้วว่าการพัฒนารัฐในโครงการพัฒนาเขื่อนปากมูล มันไม่ตอบโจทย์เรื่องการสร้างชุมชนให้มีสุขได้ รังแต่จะสร้างผลกระทฉะนั้นทั้ง 7 โครงการ ก็ต้องร่วมกันต่อสู้ไว้เพื่อปกป้องชุมชนท้องถิ่นไว้ให้ลูกหลานอย่าพึ่งถอดใจ เราจะอยู่เป็นกำลังใจให้ซึ่งกันและกัน”

แสดงความคิดเห็น