นักท่องเที่ยวนับแสน ร่วมสัมผัสวิถีวัฒนธรรม “สีฐานเฟสติวัล บุญสมมาบูชานาค”

ปิดฉากลงแล้ว “งานสีฐานเฟสติวัล บูญสมมาบูชานาค” Sithan KKU Festival 2019 ด้วยขบวนแห่กระทงยิ่งใหญ่  งดงาม  พิธีเปิดงานลอยกระทงในวันเพ็ญเดือน 12  การประกวดนางนพมาศ และกิจกรรมวัฒนธรรมเต็มพื้นที่คุ้มสีฐาน ม.ขอนแก่น โดยมีชาวชุมชนรอบรั้วมหาวิยาลัยขอนแก่น ตลอดจนประชาชนร่วมชมขบวนและร่วมลอยกระทงอย่างสนุกสนาน เที่ยวงานกว่า 100,000 คน

มหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่งท้าย“งานสีฐานเฟสติวัล บูญสมมาบูชานาค” Sithan KKU Festival 2019  ด้วยกิจกรรมงานลอยกระทง   โดยมีขบวนแห่กระทงที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ งดงาม  และมีชุมชนต่างๆ จัดขบวนส่งเสริมวัฒนธรรมมาร่วมขบวนแห่อย่างงดงาม  และมีพิธีเปิดงานประเพณีลอยกระทง  โดยมี  ดร.สมศักดิ์  จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวต้อนรับผู้มีเกียรติในพิธีเปิดงานประเพณีลอยกระทง  รศ.นพ.ชาญชัย  พานทองวิริยะกุล  อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวรายงาน   ซึ่งได้รับเกียรติจาก ดร.ณรงค์ชัย  อัครเศรณี   นายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นประธานในพิธีเปิด  และมี รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น  คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น  คณะกรรมการส่งเสริมมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้บริหารมหาวิทยาลัย หัวหน้าหน่วยงานทั้งในและนอกมหาวิทยาลัยขอนแก่น  ผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนเข้าร่วมในพิธีจำนวนมาก  เมื่อวันจันทร์ ที่ 11 พฤศจิกายน 2562  เวลา  18.00 น.  ณ เวทีริมบึงสีฐาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ดร.สมศักดิ์  จังตระกุล    กล่าวว่า “ขอแสดงความยินดี และชื่นชม กับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่จัดงานประเพณีลอยกระทง “บุญสมมาบูชานาค” Sithan KKU Festival 2019 เพื่อสืบทอดอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย วัฒนธรรมไทย และคติความเชื่อต่างๆ ที่บรรพบุรุษได้สืบทอดประเพณีอันดีงามสืบต่อกันมา  ด้วยจังหวัดขอนแก่น มีขนบธรรมเนียม ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามสืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณโดยยึดถือประเพณีตาม ฮีตสิบสอง คองสิบสี่ เมื่อถึงเดือนพฤศจิกายน ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามจันทรคติไทย งานประเพณีที่เรียกกันจนคุ้นหู และมีชื่อเป็นทางการว่า “งานลอยกระทง” จะถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ในปีนี้มีการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ เป็น “งานสีฐานเฟสติวัล บูญสมมาบูชานาค” ริมบึงสีฐาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น  ในนามของพ่อเมืองจังหวัดขอนแก่น ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านเข้าสู่นครขอนแก่น ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางทางด้านการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียม ประเพณี ของภาคอีสาน อีกทั้งยังมี ศาสนสถาน แหล่งภูมิปัญญาท้องถิ่น สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เป็นที่รู้จักมากมาย     ในด้านที่พัก จังหวัดขอนแก่นของเรามีโรงแรมตั้งแต่ระดับ 5 ดาว จนกระทั่งถึงคอนโดมิเนี่ยม และอพาร์ทเม้นท์ต่างๆ หลายหมื่นห้อง นอกจากนี้ เรายังมีมาตรการอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงาน มีระบบการจราจร การรักษาความปลอดภัยที่เข้มแข็ง เพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ของจังหวัดขอนแก่น ให้เป็น ขอนแก่นเมืองน่าอยู่ เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงเครือข่ายการค้า การลงทุน การบริการ.สู่การเป็น Smart City และ MICE City”

          รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล    กล่าวรายงานต่อประธานในพิธีว่า  “มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีภารกิจหลักในการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ส่งเสริม สนับสนุน  อนุรักษ์  ฟื้นฟู วิจัย  ถ่ายทอดและต่อยอด สร้างนวัตกรรมในเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในเชิงเศรษฐกิจและสังคมรวมถึงการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้มีพื้นที่สำหรับการแสดงออกในรูปแบบต่าง ๆ ภายใต้แนวคิด “ศรัทธา มหาสนุก  ปลุกวิถีวัฒนธรรม”ได้อย่างลงตัว สนองตอบต่อยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น  “งานสีฐานเฟสติวัล 2019” หรืองานบุญสมมาบูชานาค ประจำปีพุทธศักราช 2562  พัฒนามาจากบุญประเพณีลอยกระทง ในคืนวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 มุ่งเน้นการสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมผ่านความศรัทธาในเชิงคุณค่าแบบดั้งเดิม ผสมสผานความสนุกสนานในหลากหลายรูปแบบ  จนเกิดความบันเทิงในเชิงสุนทรียะ เรียกว่า มหาสนุกพร้อมการปลุกวิถีวัฒนธรรมเพื่อย้ำชัดในขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของท้องถิ่นอีสาน  ผสานกับยุคสมัยให้มีเสน่ห์สำหรับทุกเพศวัย ด้วยความสร้างสรรค์ และมีทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการจัดงานประเพณีลอยกระทง”

ดร.ณรงค์ชัย  อัครเศรณี  กล่าวในพิธีเปิดว่า  “งานประเพณีลอยกระทงมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปี 2562 สีฐานเฟสติวัล“บุญสมมาบูชานาค” (Sithan KKU Festival 2019) ในวันนี้  เป็นสิ่งที่คนไทยภาคภูมิใจนอกจากเป็นคนไทยเกิดในประเทศไทยแล้วยังมีอีกสิ่งที่ทุกคนภาคภูมิใจก็คือวัฒนธรรมประเพณีไทยที่บ่งบอกถึงความเป็นชาติที่ไม่สูญสิ้น เพราะมีวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์มาช้านาน  การที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้จัดกิจกรรมเพื่อเป็นการส่งเสริม  สนับสนุน ฟื้นฟู และทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม จึงเป็นการร่วมอนุรักษ์มรดกของชาติ  โดยใช้องค์ความรู้จากงานวิชาการและวิจัยเป็นฐานในการพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญา  เพื่อให้เกิดเป็นคุณค่าผันเป็นมูลค่าในทางเศรษฐกิจ  นับเป็นสิ่งสำคัญและเป็นต้นแบบของการพัฒนา เพื่อสร้างความยั่งยืนในงานด้านศิลปวัฒนธรรม  สอดคล้องกับเสาหลักในการพัฒนามหาวิทยาลัย คือ Culture and Care Community ส่งเสริมการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ห่วงใยและดูแลชุมชนในมิติต่างๆ และ  Creative Economy องค์กรที่ประยุกต์ใช้องค์ความรู้ และนวัตกรรมจากการเรียนการสอน งานวิจัยเชิงสร้างสรรค์ ให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ  การเปลี่ยนแปลงประเพณีดั้งเดิม ให้กลายเป็นประเพณีร่วมสมัย นับเป็นเรื่องยากและท้าทาย เพราะต้องใส่ใจรายละเอียด ใช้ทักษะ ผนวกกับจังหวะของความรู้สึกนึกคิด  เพื่อสร้างสุนทรียะให้สามารถดึงเสน่ห์ทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา มาเสริมสร้างให้สิ่งที่จับต้องไม่ได้  เกิดเป็นรูปธรรมและจับต้องได้ มีคุณค่าและมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน ซึ่งงานสีฐานเฟสติวัลครั้งที่ผ่านมาเกิดกระแสตอบรับไปในทิศทางที่ดี ประชาชนเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมไทย และเกิดความสนใจมากขึ้น  เมื่อประยุกต์ใช้อย่างร่วมสมัย เกิดเป็นงานวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์  เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเกิดความยั่งยืน”

 

แสดงความคิดเห็น