วันที่ 14 พ.ย. 62 เวลา 13.00-16.30 น.บริษัท ขอนแก่น ทรานซิท ซิสเต็ม จํากัด (KKTS) ภายใต้การกำกับดูแลของเทศบาลนครขอนแก่น เทศบาล เมืองศิลา เทศบาลตำบลเมืองเก่า เทศบาลตำบลสำราญ และเทศบาลตำบลท่าพระ ได้จัดงานรับฟังความคิดเห็น ประชาชน รายงานทบทวนผลการศึกษาโครงการก่อสร้างระบบขนส่งสาธารณะในเขตจังหวัดขอนแก่น เส้นทางน้ำ ร่องสายสีแดง (สำราญ-ท่าพระ) ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้า นานาชาติ ขอนแก่น (ICE) โดยมีนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธี

ดร.สมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวถึงนโยบายการพัฒนาเมืองขอนแก่นสู่ความเป็น Smart City ว่า สิ่งที่ทุกคนมาตุ้มโฮมกันในวันนี้ “เราทำเพื่อบ้านเมืองของเรา เราทำเพื่อลูกหลานของเรา” ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ ทั้งตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล พนักงานเทศบาล พี่น้องชุมชนจากทั้ง 5 เทศบาล (เทศบาลนครขอนแกน ,เทศบาลเมืองศิลา .เทศบาลตำบลเมืองเก่า ,เทศบาลตำบลสำราญ และเทศบาลตำบลท่าพระ) ตลอดจนประชาชนชาวขอนแก่นที่สนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการระยะ 500 เมตรจากแนวก่อสร้างโครงการ เข้าร่วมรับฟัง จำนวนกว่า 1,000 คน

โครงการก่อสร้างระบบขนส่งสาธารณะในเขตจังหวัดขอนแก่น เส้นทางนำร่องสายสีแดง (สำราญ-ท่าพระ) ได้รับอนุมัติในหลักการจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อปี 2559 และคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) อนุญาตให้จังหวัดขอนแก่นเป็นผู้พัฒนาและบริหารจัดการโครงการฯ ตามแผนพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเมืองขอนแก่นในผลการศึกษาที่สนข. ได้ศึกษาไว้ จังหวัดขอนแก่นได้มอบให้เทศบาลทั้ง 5 และเทศบาลทั้ง 5 ได้มอบหมายกิจการโครงการดังกล่าวให้กับบริษัท ขอนแก่น ทรานซิท ซิสเต็ม จํากัด (KKTS) เป็น ผู้พัฒนาและบริหารจัดการและดำเนินการโครงการฯ

การรับฟังความคิดเห็นประชาชนในการทบทวนผลการศึกษาดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลรายละเอียดการทบทวนผลการศึกษาโครงการระบบขนส่งสาธารณะในเขตจังหวัดขอนแก่นฯ และเพื่อนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะมาประกอบการจัดทำรายงานทบทวนผลการศึกษาโครงการก่อสร้างระบบขนส่งสาธารณะในเขตจังหวัดขอนแก่น เส้นทางนำร่องสายสีแดง (สำราญ-ท่าพระ) เพื่อเสนอต่อ คจร. เพื่อพิจารณาต่อไป

โดยมีการปรับปรุงผลการศึกษาของสํานักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ที่ศึกษาไว้ให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของจังหวัดขอนแก่นอย่างก้าวกระโดด ดังแผนภาพข้างล่างนี้

แสดงความคิดเห็น