เมื่อโอนเงินผิดบัญชี…ทำอย่างไรดี

ช่วงเช้า ๆ ของวันหนึ่ง ผู้เขียนได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่ร้อนใจว่า “ทำไงดี เราโอนเงินไปเข้าผิดบัญชี เราจะได้เงินคืนหรือเปล่า แล้วเราจะต้องทำอย่างไร” เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่เพื่อนใช้บริการโอนเงินจากบัญชีธนาคารผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Banking) เพื่อจ่ายค่าซื้อของออนไลน์ แต่โอนเงินไปเข้าผิดบัญชี!! ผู้เขียนจึงแนะนำให้ทำตามขั้นตอนต่าง ๆ ของธนาคาร สุดท้ายก็ได้รับเงินคืน เรื่องนี้เกิดอาจเกิดขึ้นได้กับท่าน ผู้เขียนจึงขอฝากแนวทางในการดำเนินการเมื่อโอนเงินผิดบัญชี และมีข้อแนะนำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นดังนี้ค่ะ

กรณีแรกโอนเงินผิดบัญชีที่เป็นธนาคารเดียวกัน เนื่องจากป้อนข้อมูลเลขที่บัญชีผิดและไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องก่อนยืนยันการทำรายการโอนเงิน

สิ่งแรกที่ควรทำคือ การเก็บสลิปหลักฐานการโอนเงิน ซึ่งเป็นภาพสลิปที่ได้จากการทำรายการโอนเงินทางออนไลน์จากคลังภาพในสมาร์ทโฟนของเราเอง แล้วไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ จากนั้นให้รีบติดต่อธนาคารที่เราใช้บริการพร้อมยื่นหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น สลิปการโอนเงิน หลักฐานการแจ้งความ สำเนาบัตรประชาชน เป็นต้น แล้วสอบถามการขอคืนเงินว่าต้องดำเนินการอย่างไร เพราะแต่ละธนาคารจะมีระเบียบและวิธีปฏิบัติที่แตกต่างกันออกไป  ซึ่งระยะเวลาในการดำเนินการจนได้รับเงินคืน
ส่วนใหญ่ไม่เกิน 15 วันทำการนับตั้งแต่วันที่ธนาคารได้รับเรื่องจากผู้โอน

เมื่อธนาคารได้รับเอกสารหลักฐานแล้วก็จะเป็นตัวกลางในการติดต่อประสานงานกับผู้รับเงินจากการโอนผิดบัญชี เพื่อขอคำยินยอมให้คืนเงิน เมื่อผู้รับเงินโอนผิดบัญชียินยอมคืนเงินให้ ธนาคารก็จะดำเนินการโอนเงินคืนให้กับผู้โอนทันที

กรณีที่สอง โอนเงินผิดบัญชีต่างธนาคาร เราต้องไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ
เพื่อนำเอกสารหลักฐานไปแจ้งกับธนาคารที่เราใช้บริการโอนเงิน หรือธนาคารต้นทาง แล้วธนาคารต้นทาง
จะมีหนังสือแจ้งไปยังธนาคารปลายทางที่เป็นบัญชีผู้รับโอน ซึ่งจะติดต่อผู้รับโอนเงินผิดเพื่อขอคืนเงิน
หากผู้รับโอนเงินผิดยินยอม  ผู้โอนก็จะได้รับเงินคืน ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการดำเนินการไม่เกิน 20 วันทำการ นับแต่วันที่ธนาคารได้รับเรื่องจากผู้โอน

อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีที่ผู้รับเงินโอนผิดบัญชีไม่ยินยอมคืนเงินให้กับเรา สิ่งที่เราต้องทำต่อไปก็คือ การฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้รับโอนผิดบัญชีตามกระบวนการทางกฎมายต่อไป

ความผิดพลาดจากการใช้เทคโนโลยีอาจเกิดขึ้นได้เสมอ แต่สามารถป้องกันได้ และ
สิ่งสำคัญที่จะป้องกันได้ควรเริ่มจากตัวเราก่อน โดยใช้ความละเอียดรอบคอบขณะที่ใช้บริการ Mobile Banking และก่อนยืนยันการทำรายการทุกครั้ง อย่าลืมตรวจสอบความถูกต้องของเลขที่บัญชี จำนวนเงิน และชื่อเจ้าของบัญชีกันนะคะ หากเรารู้จักป้องกันด้วยตัวเราเองแล้ว เราก็จะไม่ประสบกับปัญหาและไม่ต้องเสียเวลาไปกับกระบวนการต่าง ๆ เพื่อขอเงินคืนที่ต้องใช้เวลาค่อนข้างนานพอสมควรเลยทีเดียวค่ะ

———————————————————————————————————————————

บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย

โดย-นางสาวนัยน์ภัค  มูลมา
Naiyaphm@bot.or.th
ผู้วิเคราะห์อาวุโส ส่วนคุ้มครองและให้ความรู้ผู้ใช้บริการทางการเงิน
ธปท. สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

แสดงความคิดเห็น