ใครต้องรับผิดชอบเงินครูหาย?

    “ที่ใดมีสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ที่นั่นมีการทุจริต” เป็นข้อสรุปของรายงานผลการวิจัย เรื่อง “การศึกษาเครือข่ายอิทธิพลนำไปสู่การทุจริตคอรัปชั่นอย่างเป็นระบบของภาคการศึกษา”

 

โดยรศ.ดร.พรอัมรินทร์  พรหมเกิด อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมคณะได้จัดทำขึ้น โดยการสนับสนุนของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบแห่งชาติ (ปปช.)

สหกรณ์ออมทรัพย์ครูในหลายจังหวัดของภาคอีสาน กลายเป็นแหล่งทางการเงินที่เครือข่ายกลุ่มผู้มีอิทธิพลได้แอบแฝงเข้าไปหาประโยชน์ ด้วยการใช้อำนาจมิชอบทางกฏหมาย การคดโกง ฉ้อโกงหรือเอาประโยชน์ทั้งหลายของบุคคล เพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง

กลุ่มผู้ดำเนินการเหล่านี้ดำเนินการเป็นเครือข่ายที่สลับซับซ้อนยากแก่การสืบสวนดำเนินคดี ประกอบไปด้วยผู้มีอิทธิพลทั้งที่อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลัง

ขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับ “อุดมการสหกรณ์ คือ ความเชื่อร่วมกันว่า การช่วยตนเองและการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตามหลักการสหกรณ์ซึ่งจะนำไปสู่การอยู่ดีกินดี มีความเป็นธรรมและสันติสุขในสังคม”

การออกมาเขียนสารจากประธานถึงสมาชิก โดย ดร.อนุศาสตร์ สอนศีลพงษ์ เป็นการยืนยันว่า กระแสข่าวเงินในบัญชีเงินฝากประจำสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น (จำกัด) หายออกไปจากบัญชีเบื้องต้น จำนวนประมาณ 431ล้านบาทเป็นเรื่องจริง

ทั้งนี้สมาชิกได้มีการรวบรวมรายชื่อขอให้มีการเปิดประชุมใหญ่วิสามัญสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น โดยได้กำหนดให้มีขึ้นในวันที่ 4 ธันวาคม 2562 ที่จะถึงนี้

ระดับของการประชุมวิสามัญคราวนี้ น่าเชื่อได้ว่าจะถูกยกชั้นจากการตรวจสอบเงินหายไปเป็นการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในการทุจริตที่เกิดขึ้นและดูเหมือนว่า ยอดเงินอาจจะไม่ใช่เพียง 423 ล้าน อาจจะมากกว่านั้น รวมถีงอาจจะมีประเด็นอื่นๆ ที่ถูกซ่อนเอาไว้ใต้พรมมายาวถูกเปิดเผยออกมา

เมื่อปรากฎว่าการดำเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น มีการแสดงงบดุลโดยเฉพาะบัญชีเงินฝากประจำอันเป็นเท็จซึ่งมาจากการรายงานของฝ่ายจัดการเสนอ ผ่านคณะกรรมการดำเนินงาน ผ่านผู้ตรวจสอบกิจการ ก่อนนำเข้าที่ประชุมใหญ่สหกรณ์ โดยมีสหกรณ์จังหวัดในฐานะรองนายทะเบียนสหกรณ์จังหวัดเข้าร่วมประชุมทุกครั้งตามกฎหมาย  

คำถามก็คือ บุคคลผู้เกี่ยวข้องเหล่านั้น รู้หรือไม่ว่ามีการแสดงงบหรือข้อความอันเป็นเท็จ หากรู้ได้เสนอแนะเช่นใด ต่อคณะกรรมการดำเนินการ รวมทั้งฝ่ายจัดการ

กล่าวสำหรับกรณีเงินฝากประจำ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาถนนดินแดง เลขที่บัญชี 144-101918-9 ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นที่ได้ดำเนินการเปิดบัญชีครั้งแรก เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2553 โดยวัตถุประสงค์เพื่อค้ำประกันการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล

โดยบุคคลผู้มีอำนาจในการเบิกจ่ายบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ ประเภทฝากประจำ เลขที่ดังกล่าวมีจำนวน 4 คน ประกอบด้วย 1.นายเอกราช ช่างเหลา 2.นายนิวัฒน์ นิราศสูงเนิน 3.นายนพรัตน์ สร้างนานอก 4.นายสมศักดิ์ โคตรวงษ์

ทั้งหมดได้รับมอบอำนาจให้ถือบัญชีในนามสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น (จำกัด) นับแต่ตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุบัน ปี 2562 ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อแต่อย่างใด ?

และถือว่าเป็นข้อสงสัยอย่างยิ่งว่า ประธานฯและคณะกรรมการดำเนินการในแต่ละปี ทำไมจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงบุคคลผู้ถือบัญชี

และในการเบิกจ่ายเงินแต่ละครั้ง ประธานและคณะกรรมการฯได้ทราบหรือมีมติให้ดำเนินการอย่างไร ? หรือเป็นอำนาจของผู้ถือบัญชี 4 คน ดำเนินการได้เลย

โดยบุคคลที่ดำรงตำแหน่งสำคัญที่เกี่ยวข้องจะต้องตอบคำถามเหตุการณ์เหล่านี้ เริ่มจาก ประธานคณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการดำเนินงานในแต่ละชุด ดังนี้ ประธานสหกรณ์ปี 2553 นายสุริยนต์ วะสมบัติ

          ประธานสหกรณ์ฯปี 2554 นายสุริยนต์ วะสมบัติ 

          ประธานสหกรณ์ฯปี 2555 ดร.สายัญ ผาน้อย

          ประธานสหกรณ์ฯปี 2556 ดร.สายัญ ผาน้อย

          ประธานสหกรณ์ฯปี 2557 ดร.เชิดศักดิ์ ศรีสง่าชัย

          ประธานสหกรณ์ฯปี 2558 ดร.เชิดศักดิ์ ศรีสง่าชัย

          ประธานสหกรณ์ฯ ปี 2559 ดร.สายัณ ผาน้อย 

          ประธานสหกรณ์ฯ ปี 2560 ดร.สายัญ ผาน้อย

          ประธานสหกรณ์ฯ ปี 2561 ดร.เชิดศักดิ ศรีสง่าชัย (ลาออกก่อนหมดวาระ)

โดยปัจจุบันปี 2562 ดร.อนุศาสตร์ สอนศีลพงษ์ เข้ารับตำแหน่ง วันที่ 19 ตุลาคม 2562 เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบจนพบความผิดปกติทีเกิดขึ้น

ทั้งนี้บุคคลสำคัญที่สุด คือ นายเอกราช ช่างเหลา ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น มาตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปี 2561 และผู้สอบบัญชีอนุญาต (เอกชนภายนอก) ในการจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน ตั้งแต่ปี 2553 – 2561 ได้แก่ นายวิวัฒน์ สุดาจิต หจก.สามัญวิวัฒน์สอบบัญชี และนายสุทัศน์ พุ่มศรีธร ได้รับว่าจ้างสหกรณ์ฯสลับกันไปมา

มีเพียงรายงานผลการดำเนินการ    สหกรณ์ฯปี 2555 ปรากฎชื่อ นางสุนันทา  เทนสาร ผู้ตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ ภาค 7 ลงนามในรายงานผลการดำเนินงาน

คำถามที่สำคัญไปยังสหกรณ์จังหวัดในฐานะรองนายทะเบียนสหกรณ์ ว่า การกำกับดูแลการดำเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ได้ดำเนินการเช่นใด และเคยพบความผิดปกติต่อผลการดำเนินการที่ปรากฎออกมาหรือไม่ ?

เมื่อพิจารณาดูจากรายชื่อบุคคลที่  ปรากฎเป็นกรรมการสหกรณ์ และประธานสหกรณ์ ซึ่งเป็นฝ่ายดำเนินการ พบว่า ล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่เป็นกลุ่มเครือข่ายเดียวกัน ที่หมุนเวียนเข้ามารับตำแหน่ง

ตลอดจนฝ่ายจัดการก็มีเพียงนายเอกราช ช่างเหลา ดำรงตำแหน่งผู้จัดการมาตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปี 2561 ต่อเนื่องก่อนที่จะเกษียณจากตำแหน่งเมื่ออายุครบ 60 ปี

ปรากฎการณ์สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นจะมีข้อสิ้นสุดอย่างไร เบื้องต้นคงต้องดูจากผลของการประชุมใหญ่วิสามัญ ในวันที่ 4 ธันวาคม ที่จะถึงนี้ที่จะเป็นการชี้อนาคต ว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จะสามารถดำเนินการตามอุดมการณ์วิธีการ และหลักธรรมาภิบาลของสหกรณ์อย่างแท้จริงได้หรือไม่ ?

          รวมทั้งหน่วยงานที่กำกับดูแลสหกรณ์จะทำหน้าที่ของตนเองโดยสุจริตเพื่อรักษาหลักการและผลประโยชน์ของสมาชิกสหกรณ์ครูขอนแก่น ที่กำลังประสบปัญหาเช่นใด ? อีสานบิซ จะได้ติดตามมารายงานต่อไป

 

แสดงความคิดเห็น