ครูขก.กว่า1,200คนแห่ประชุมใหญ่! หวั่นเงินหายเกิน 400 ล้านบาท ไล่รื้อระบบเอาผิดคนโกง!

สมาชิกสหกรณ์ครูขอนแก่นแห่เข้าร่วมประชุมใหญ่วิสามัญกว่า 1,200 คน จวกผู้บริหารปล่อยเงิน 400 ล้านล่องหน 8 ปีถึงได้รู้ หวั่นตัวเลขมากกว่า 400 ล้านบาท ฟื้นปัญหาลอตตารี่และเงินฝากสหกรณ์เคดิตยูเนียน200 ล้าน จี้สอบย้อนหลังทุกเรื่อง  ที่ประชุมใหญ่ตั้งคณะกรรมการไตรภาคี 9 คน เอาเงินคืนสหกรณ์และหาคนผิดมาลงโทษ “ดร.อนุศาสตร์”รับข้อเสนอเดินหน้ารื้อระบบสหกรณ์ขอนแก่นเร่งหามือกฎหมายภายนอกเสริมการทำงาน   

    

                

เมื่อเวลา 10.00 น. วันทื่ 4 ธ.ค.ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น (KICE) สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ได้เปิดประขุมใหญ่วิสามัญสมาชิกสหกรณ์ ตามที่ชมรมสมาขิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นเสนอรายชื่อขอเปิดประชุมเพื่อพิจารณากรณีเงินจำนวน 400 ล้านหายออกไปจากบัญชีเงินฝากประจำ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนดินแดง กรุงเทพฯ

ทั้งนี้มีผู้แทนสมาชิกและสมาชิกให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 1,200 คน ขณะที่ฝ่ายจัดการได้เตรียมสถานที่ไว้เพียง 700 คน โดย ดร.อนุศาสตร์ สอนศลพงษ์ ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมฯชี้แจงระเบียบวาระการประชุม การรายงานสถานภาพของสหกรณ์ฯ การดำรงสินทรัพย์และสภาพคล่องโดยได้ยืนยันถึงความมั่นคงของสหกรณ์ฯและความพร้อมในการปันผลให้สมาชิกในเดือนกุมภาพันธ์ 63

จากนั้นนายทนงศักดิ์ วังสงค์ ผู้จัดการสหกรณ์ฯ ได้ชี้แจงผลการตรวจสอบบัญชีเปรียบเทียบระหว่างบุ๊คแบงก์ของธนาคารไทยพาณิชย์ กับสเตทเม้นท์ ของธนาคารไทยพาณิชย์ซึ่งใม่ตรงกัน สันนิษฐานว่า ยอดเงินหายไปตั้งแต่ในปี 2554 จำนวน 396 ล้านบาท หากรวมดอกเบี้ยถึงปี 2562 เท่ากับ 431 ล้านบาท โดยสรุปบัญชีปัจจุบันเหลือเงินจำนวน 79,714 บาท

จากนั้นประธานฯได้เปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปราย โดยนายสมชาย ชารีวรรณ์ ตัวแทนสมาชิกสหกรณ์ฯ เขตที่ 5 หน่วยที่ 1 ชุมแพ กล่าวอภิปรายว่า ที่ผ่านมาการตรวจสอบบัญชีการเงินมีความเข้มงวดน้อย มีช่องว่างให้ผู้ไม่ประสงค์ดีทำการโยกย้ายเงินของมวลสมาชิกไปเพื่อประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม

“คนไม่กี่คนกำกับดูแลแล้วเอาเงินเราไป พนักงาน คณะกรรมการ ที่มีส่วนตรวจสอบบัญชีการเงิน ไม่แน่ใจว่ารู้เรื่องนี้ด้วยหรือไม่ ผ่านมาตั้งแต่ปี 54 พึ่งรู้ว่ามีเงินหายปี 61 รวมเวลาแล้ว 8 ปี ฉะนั้นการตรวจสอบเรื่องที่เงินหายไป 400 กว่าล้านบาท

ต้องหาคนภายนอกมาเป็นกรรมการร่วมตรวจสอบด้วย และจ้างทนายความที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องนี้เข้ามาดูแล ไม่ใช่ทนายของสหกรณ์ฯ ที่อาจได้ข้อเท็จจริงน้อยกว่าทนายที่เป็นบุคคลภายนอก”นายสมชายกล่าว

นายจารึก ไชยรส ตัวแทนสมาชิกสหกรณ์ฯเขตบริการที่ 2 หน่วย 2 ชนบท กล่าวอภิปรายว่า เมื่อการประชุมวิสามัญสหกรณ์ฯที่จังหวัดหนองคาย วันที่ 19 ต.ค. 62 ตนชั่งใจอยู่นานก่อนจะถามถึงเงินสหกรณ์ฯหายไป 400 ล้านบาทจริงหรือไม่ มีความเป็นมาอย่างไร ซึ่งตนไม่ต้องการกลั่นแกล้งหรือขุดคุ้ยใครแต่มาถึงวันที่ 4 ธ.ค. 62 ได้ข้อสรุปว่าหายจริง ตนรู้สึกเป็นกังวลต่อการบริหารงานสหกรณ์ฯว่าจะสามารถดูแลสมาชิกได้อย่างไรต่อไป

“ผมเสนอให้คณะกรรมการชุดที่มี ดร.อนุศาสตร์ สอนศิลพงษ์ ที่ยืนข้างมวลสมาชิก ทำการรื้อระบบการทำงานของสหกรณ์ใหม่ ให้เป็นรากฐานการทำงานเพื่อมวลสมาชิกที่แท้จริง ไม่ใช่เอาเงินไปฝากได้ดอกเบี้ย 1.25 บาท แต่นำเงินมาปล่อยกู้ให้สมาชิกสหกรณ์ 7 บาทกว่า ผมและสมาชิกเหลือเงินเดือนหลังหักลบแล้ว 4-5 พันบาท เราจะตายกันอยู่แล้ว ท่านต้องบริหารให้มวลสมาชิกอยู่ได้”นายจารึกกล่าว

นายไพฑูรย์ พิมพ์ทอง สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด  กล่าวอภิปรายว่า หลักการจัดตั้งสหกรณ์เป็นการรวมกลุ่มเพื่อดูแลเพื่อนสมาชิกให้มีความสุขบริบูรณ์ แต่กรณีที่เงินสหกรณ์ครูหายไป 400 ล้านบาทเศษ ได้สร้างความกังวลใจให้มวลสมาชิกเป็นอย่างมาก เพราะเงินสหกรณ์เป็นของสมาชิกทุกคน เหตุใดจึงมีคณะกรรมการบางชุดขูดเลือดเนื้อพี่น้องครูและยักยอกเงินของเราออกไป

“จำนวนเงินที่ผมทราบและรวบรวมอาจมากกว่า 400 ล้านบาท บางช่วงเงินในบัญชีมีมากถึง 1,900 ล้านบาท ความเสียหายระดับนี้เราปล่อยผ่านมาได้อย่างไรตั้งหลายปี หรือจะมีผู้มีอำนาจบงการอยู่เบื้องหลัง”นายไพฑูรย์กล่าวและว่า

คณะกรรมการบริหารสหกรณ์ฯต้องทำเรื่องนี้ให้กระจ่างว่า มีใครเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร มีใครเป็นผู้สร้างสมุดบัญชีปลอมตามที่ท่านรายงานต่อที่ประชุม ผู้ตรวจบัญชีที่จ้างปีละ 2-3 แสนบาท ทำงานคุ้มค่าเพื่อมวลสมาชิกหรือไม่?

ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล ประธานชมรมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น กล่าวอภิปรายว่า เป็นที่แน่ชัดว่าเงินสหกรณ์ฯหายไป 400 ล้านบาทเศษ มวลสมาชิกสหกรณ์ฯได้ทราบร่วมกันอย่างเป็นทางการแล้ว ขั้นตอนถัดไปประธานสหกรณ์ฯจะดำเนินการอย่างไรกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ในพ.ร.บ.สหกรณ์พ.ศ.2542 ม.21 ระบุว่ากรณีที่คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ กรรมการ ผู้จัดการ เจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องทำให้สหกรณ์เสียหาย

“ถ้าสหกรณ์ไม่ร้องทุกข์หรือฟ้องคดีให้นายทะเบียนสหกรณ์หรือรองนายทะเบียนสหกรณ์คือ สหกรณ์จังหวัดร้องทุกข์ หรือฟ้องคดีแทนสหกรณ์ได้โดยส่งเรื่องให้พนักงานอัยการพิจารณา และยังเปิดช่องให้บุคคลภายนอกเข้ามาช่วยเหลือพวกเราได้ด้วย”ดร.วิศร์กล่าว

ดร.วิศร์ กล่าวอีกว่า แผนการดำเนินงานเพื่อเอาผิดต่อผู้ยักยอกเงินสหกรณ์ต้องเป็นไปอย่างละเอียดต้องมีคณะทำงานเฉพาะดูแลระเบียบข้อบังคับ ข้อกฎหมาย เงื่อนเวลา อย่าให้คดีความหมดอายุความอย่างเด็ดขาดมิเช่นนั้น มวลสมาชิกก็จะได้รับความเสียหาย

นายประเสริฐ หลาบหนองแสง ข้าราชการครูบำนาญ กล่าวอภิปรายว่า ตนเชื่อว่าเงินไม่ได้หายไปเพียง 400 จะต้องมากกว่านั้น เพราะมีตัวเลขรายการเงินออกจากบัญชีสหกรณ์ฯที่จะต้องมีการไปตรวจสอบคือ รายการเงินซื้อสลาก 1,100 กว่าล้าน

เงินฝากเคดิตยูเนียน 200 ล้าน ซึ่งมีปัญหาและสหกรณ์ขอนแก่นได้รับเงินคืนมาแล้วประมาณ 44 ล้าน แต่ยังยอดเงินเหลือ 100 กว่าล้าน โดยศาลพิพากษาให้สหกรณ์เคดิตยูเนียน ฯชำระเงินคือ ตั้งแต่ปี 2559 -2584 ระยะเวลา 25 ปีๆละ 6.4 ล้าน

“เงินที่ใช้ในการลงทุนลอตตารี่ในปี 2553 แบ่งเป็นเงินค้ำประกัน 748 ล้านใช้แคชเชียร์เช็ค แต่มีการเปลี่ยนแปลงเบิกถอนเป็นเงินสดและมีการนำไปหมุน โดยเราสามารถดูได้จากสเตทเม้นท์ และเงินส่งส่วนต่างล่วงหน้าให้กับบริษัทคู่สัญญาลอตตารี่”นายประเสริฐกล่าว

นายประเสริฐกล่าวอีกว่า ตัวเลขในรายงานงบดุลระบุไว้ว่า มีการชำระก่อนทำสัญญา 870.4 โดยสหกรณ์ฯดำเนินการลอตตารี่ ได้ 24 งวด ยังไม่เสร็จสิ้นก็มีการทำสัญญาจองซื้อเพิ่มโดยต้องจ่ายเงินล่วงหน้าอีก 3 งวด งวดแรกจำนวน 186.4 ล้านบาท งวดที่สอง 1,200 ล้าน และงวดที่สาม 1,386 ล้านบาท รวมเงินเป็นเงินลงทุนลอตตารี่ที่ออกจากบัญชีไป 3,004 ล้าน

นอกจากนี้ยังมีหลักฐานชัดเจนว่า มีการนำเงินไปเปิดบัญชีในนามเจ้าหน้าที่รายหนึ่งอีก 1,200 ล้าน ซึ่งขณะนี้ได้มีการปิดบัญชีปิดไปแล้ว ซึ่งตนต้องการให้มีการตรวจสอบประเด็นเหล่านี้โดยละเอียดใหม่ด้วย

ดร.อนุศาสตร์ สอนศิลพงษ์ ประธานสหกรณ์ฯ เปิดเผยกับ “อีสานบิซ” ภายหลังการประชุมฯ ว่า เมื่อสหกรณ์ได้หลักฐานเป็นสมุดบัญชีเงินฝาก และสเตทเม้นท์ธนาคารไทยพาณิชย์ ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย. 62 คณะกรรมการฯได้ประสานไปยังธนาคารอื่นๆที่มีการเดินบัญชี โดยเฉพาะธนาคารกรุงไทย สาขามอดินแดง จ.ขอนแก่น ให้ทำการตรวจสอบว่ามีเงินจากบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ที่เป็นกรณีปัญหาเข้าออกหรือเดินบัญชีเป็นอย่างไร

“ใครเป็นผู้เซ็นต์เบิกถอนและนำเงินไปที่ไหนซึ่งหลักฐานระบุได้ชัดเจนว่าใครเซ็นต์เบิกถอน ในกรณีสหกรณ์ครูฯขอนแก่นมีบุคคลผู้มีอำนาจเซ็นต์เป็นแบบ 3 ใน 4 ราย ผมยังไม่ขอระบุว่าเป็นใคร”ดร.อนุศาสตร์กล่าว

ดร.อนุศาสตร์ กล่าวยืนยันว่าเงินจำนวน 400 ล้านบาทจะไม่สูญหายไปอย่างแน่นอน ในการประชุมใหญ่วิสามัญครั้งนี้ ได้มีการเพิ่มวาระการพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบ และเอาผิดกับผู้ยักยอกเงินจำนวน 9 คน 3 ส่วน ได้แก่สัดส่วนของกรรมการฯและผู้บริหารสหกรณ์ 3 คน ประกอบด้วย ดร.อนุศาสตร์ สอนศิลพงษ์ นายศักดา เชาว์พานิช นายทนงศักดิ์ วังสงค์

สัดส่วนผู้แทนสมาชิกสหกรณ์ฯ 3 คน ประกอบด้วย นายคมกฤช พุดดี นายสุเวช แนวเงินดี นายจารึก ไชยรส และสัดส่วนตัวแทนชมรมสมาชิกสหกรณ์จำนวน 3 คน ประกอบด้วย ดร.วิศร์ สันตติกุล นายไพฑูรย์ พิมพ์ทอง นายอุดม  สงวนชม

“ผมพร้อมคณะจะได้เตรียมหลักฐานเอกสารต่างๆ โดยเฉพาะใบเปย์อินท์จากธนาคารว่าใครเป็นคนลงนามเบิกเงิน และนัดหมายผู้ที่เกี่ยวข้องเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีที่สภอ.เมืองขอนแก่นวันที่ 6 ธันวาคม 62 เวลาสิบโมงเช้า”ดร.อนุศาสตร์กล่าว

ดร.อนุศาสตร์กล่าวกับ “อีสานบิซ” เพิ่มเติมว่า ตนได้ปรึกษาคณะกรรมการฯเห็นว่า ในส่วนของการเดินทางไปแจ้งความนั้น ยังไม่สรุปว่าจะเป็นวันที่ 6 ธ.ค.เพราะต้องการปรึกษากับฝ่ายกฎหมายให้ชัดเจนว่า จะมีการร่างคำให้การกับพนักงานสอบสวนไว้ให้พร้อมก่อน เพราะหากไปแจ้งความโดยไม่เตรียมการให้ดี เกรงจะเกิดปัญหาในการดำเนินการภายหลัง แต่ยืนยันว่าจะต้องดำเนินการให้ทันกับอายุความแน่นอน

“เราจะเร่งพิจารณาหาฝ่ายกฎหมายหรือทนายความที่เข้ากฎหมายสหกรณ์ และคุยแนวทางตลอดจนแผนการดำเนินการต่างๆให้ชัดเจน ก่อนที่จะเข้าแจ้งความดำเนินคดี”ดร.อนุศาสตร์กล่าวและว่า

การตรวจสอบครั้งนี้คณะกรรมการฯที่ได้รับการแต่งตั้งจากที่ประชุมใหญ่ จะเริ่มต้นด้วยบัญชีธนาคารที่เงินหายไปจำนวน 431 ล้านบาท ซึ่งจะเชื่อมโยงไปยังกรณีอื่นๆ ทั้งเรื่องของลอตตารี่ให้อดีต เรื่องการฝากเงินกับสหกรณ์เคดิตยูเนียน

ที่สมาชิกได้นำเสนอในประชุมใหญ่วิสามัญทั้งหมด ซึ่งตนเห็นว่าจะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ โดยมีนักกฎหมายที่มีความเข้าใจเข้ามาช่วยดำเนินการเพื่อรักษาผลประโยชน์ของสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นต่อไป

แสดงความคิดเห็น