ปธ.สหกรณ์ฯนำกก.ไตรภาคี  ยื่นหลักฐานต่อดีเอสไอ.ภาค4 เอาผิดกรณียักยอกเงิน 431 ล.

ปธ.สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น พร้อม กก.ไตรภาคี รุดแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกรณีมีการยักยอกเงินสหกรณ์ฯ 431 ล้าน ต่อดีเอสไอ.เขตพื้นที่ 4 เพื่อสืบสวนหาคนผิดมาลงโทษ ขณะดีเอสไอ.พร้อมนำหลักฐานส่งมอบดีเอสไอ.ส่วนกลางพิจารณาว่าเป็นคดีพิเศษหรือไม่

เมื่อเวลา 14.30 น. ดร.อนุศาสตร์ สอนศิลพงษ์ ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ดร.วิศร์ สันตติกุล ประธานชมรมสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครู จำกัด พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 4 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอนแก่น เพื่อยื่นหลักฐานและแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อผู้ที่ต้องสงสัยกระทำผิดยักยอกเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ครูฯ จำนวน 431 ล้านบาท โดยมี พ.ต.ท.บรรยวัสถ์ ไตรสุทธิวงษ์ ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 4 กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้รับเรื่องร้องเรียน

ดร.อนุศาสตร์ ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังการประชุมใหญ่วิสามัญสมาชิกสหกรณ์ฯ เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 62 ที่ผานมา มีมติให้แต่งคณะกรรมการ 9 คนจาก 3 ส่วน ได้แก่ สัดส่วนของกรรมการฯและผู้บริหารสหกรณ์ 3 คน ประกอบด้วย ดร.อนุศาสตร์ สอนศิลพงษ์ นายศักดา เชาว์พานิช นายทนงศักดิ์ วังสงค์

สัดส่วนผู้แทนสมาชิกสหกรณ์ฯ 3 คน ประกอบด้วย นายอุดม สงวนชม นายสุเวช แนวเงินดี นายจารึก ไชยรส และสัดส่วนตัวแทนชมรมสมาชิกสหกรณ์จำนวน 3 คน ประกอบด้วย ดร.วิศร์ สันตติกุล นายไพฑูรย์ พิมพ์ทอง นายอุดมณ์ สงวนชม

“คณะกรรมการไตรภาคี 9 ท่าน ดังกล่าวได้เดินทางร่วมคณะมาแจ้งความดำเนินคดีที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 4 กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ (DSI) ด้วยในวันนี้ นับเป็นนิมิตหมายที่เราจะได้ตรวจสอบเรื่องเงินหายจากบัญชีไทยพาณิชย์อย่างละเอียด โดยได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญ”

ประธานสหกรณ์ฯ กล่าวอีกว่า หลักฐานที่นำมามอบให้ดีเอสไอวันนี้ มีสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ ที่คณะกรรมการสหกรณ์สันนิษฐานว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียด โดยหลักฐานชิ้นนี้จะเชื่อมโยงไปกับรายงานการเงินประจำปีของสหกรณณ์ประจำปีตั้งแต่ปี 54-61 ว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง

“เป้าหมายแรกเราจะมุ่งไปที่คนทำบัญชี ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร ได้มีการตกแต่งบัญชีหรือไม่ ก่อนจะสืบสาวไปยังต้นตอที่เกี่ยวข้อง วันนี้มีหลักฐานที่สามารถระบุรายชื่อได้แล้วว่ามีใครทำธุรกรรมเบิกถอนเงินในบัญชีบ้าง ทั้งหมดมี 4 คน แต่ไม่ขอเปิดเผยรายชื่อ” ประธานสหกรณ์ฯ กล่าวและว่า

หลักฐานที่ยังขาดอยู่คือใบเปย์อิน ซึ่งธนาคารไทยพาณิชย์ได้ดำเนินการส่งมาให้สหกรณ์ฯแต่ยังไม่ถึง เมื่อได้รับใบเปย์อินแล้ว จะนำมามอบให้ดีเอสไออีกครั้งหนึ่ง วอนสมาชิกทุกท่านอย่าตกใจ สถานะของสหกรณ์ยังมั่นคงมั่งคงยังยืน

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องร้องทุกข์เปิดเผยว่าบทบาทหน้าที่ของศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 4 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กล่าวว่า ดีเอสไอมีหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งเรื่องนี้เจ้าหน้าที่จะนำเรื่องส่งต่อให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เป็นผู้พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

 

แสดงความคิดเห็น