อดีตกก.สหกรณ์ครูขก.ปี53-54“ร้อนตัว”แจ้งความแก้เกี้ยวจนท.ทำเอกสารเท็จ โยน“เอกราช”ถอนเงินคนเดียว

กรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ชุดปี 53-54 “ร้อนตัว” นัดประชุมหาทางดิ้นเอาตัวรอด ยืนยัน 3 ใน 4 คน ที่ได้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการฯให้ไปเปิดบัญชี และมีอำนาจเบิกถอน อ้างว่า“เอกราช ช่างเหลา” ดำเนินการเพียงคนเดียว เตรียมแจ้งความแก้เกี้ยวโยนเจ้าหน้าที่ทำเอกสารเท็จเสนอ

รายงานข่าวแจ้งว่าเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมานายสุริยนต์ วะสมบัติ อดีตประธานคณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ประจำปี 2553 และ2554 พร้อมด้วยคณะกรรมการฯชุดดังกล่าวจำนวน 15 คน ได้มีการนัดประชุมกันที่สมาคมฌาปนกิจ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด เพื่อหารือเกี่ยวกับกรณีเงินจำนวน 431 ล้านบาท หายไปจากบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน เลขที่ 144-101918-9 ของธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาถนนดินแดง (เทสโก้ โลตัส ฟอร์จูนทาวน์) กรุงเทพฯ

โดยผู้ที่ปรากฏชื่อว่าเป็นผู้ได้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการฯให้ไปทำการเปิดบัญชีและมีอำนาจเบิกถอนเงินจำนวน 3 คน จากจำนวน 4 คน ได้แก่ นายนิวัฒน์ นิราศสูงเนิน นายกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด นายนพรัตน์ สร้างนานอก ผอ.โรงเรียนหนองสองห้อง คุรุราษฎรรังสรรค์ นายสมศักดิ์ โคตรวงษ์ ว่าที่กรรมการในคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น เข้าร่วมประชุมด้วย ยกเว้นนายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ อดีตผู้จัดการฯ

รายงานข่าวแจ้งว่า กรรมการส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมประชุมอ้างว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ยักยอกเงินสหกรณ์ฯ และได้มีการสอบถามบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจให้ทำการแทนว่า เป็นอย่างไร โดยทั้ง 3 คน ยอมรับว่าได้รับมอบอำนาจไปดำเนินการจริง แต่ในขั้นตอนการเบิกเงินออกจากธนาคารฯนั้น นายเอกราช ช่างเหลา ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้จัดการสหกรณ์ ดำเนินการเบิกถอนเพียงคนเดียว คนอื่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เมื่อถอนเงินออกมาแล้วเอาไปไว้ที่บัญชีใดทั้ง 3 คนก็อ้างว่าไม่ทราบ

ที่ประชุมจึงได้หารือว่า จะได้มีการมอบหมายให้ทนายความเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้สอบสวนว่า มีบุคคลใดที่เกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินจากบัญชีสหกรณ์ฯ และจะได้เดินทางไปขอเสตทเม้นท์จากสำนักงานสาขาของธนาคารไทยพาณิย์ที่ถูกระบุว่าได้ไปเปิดบัญชีเพื่อจะได้ทราบว่า ใครเป็นคนไปเบิกถอนเงินออกจากบัญชีและเบิกแล้วมีการโอนไปเขาบัญชีใด

“เรามีข้อสงสัยว่า การประชุมสหกรณ์แต่ละครั้งจะต้องมีระเบียบวาระเข้ามาก่อนถึงประชุมได้ เราจำใม่ได้ว่ามีวาระการประชุมหรือไม่ ส่วนชุดอื่นไม่ได้มาร่วมประชุม เพราะกรรมการชุด 53-54 มีความชัดเจนอยู่แล้ว แนวทางว่าจะทำอย่างไรบ้าง เราจะต้องประชุมกันก่อนและจะจ้างทนาย ไปกรุงเทพฯเพื่อติดตามสเตทเม้นท์งวดสุดท้ายยังไม่ได้มา”แหล่งข่าวที่เข้าร่วมประชุมกล่าว

แหล่งข่าวคณะกรรมการชุดดังกล่าวกล่าวว่า สำหรับการตรวจสอบบัญชีของคณะกรรมการดำเนินงานโดยหลักการเพียงแค่รู้ว่างบสำรองสหกรณ์แต่ละเดือนเป็นอย่างไร ซึ่งดูแล้วก็พบว่าถูกต้อง เพิ่งจะมารู้ทีหลังว่าไม่ถูกต้อง กรรมการฯจะตรวจตอนเข้าประชุมและดูตัวเลขไม่ได้คำนวนเอง โดยจะมีการแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ฐานทำเอกสารเป็นเท็จ และเมื่อสอบสวนไปก็จะรู้เองว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง

“คณะกรรมการฯชุดนี้จะเข้าไปแจ้งความกับตำรวจวันพรุ่งนี้ (14ธ.ค.) หรือ มะรืน(15ธ.ค.)  เรายังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นใคร แต่มีนายเอกราช (ช่างเหลา) คนหนึ่งกับกรรมการอีก 3 คนลงนาม จะเป็นมติหรือไม่ยังไม่รู้หรือเป็นบันทึกให้ดำเนินการต่อเนื่องไปเลยก็ยังไม่รู้”แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวว่า การประชุมได้มีการซักถามว่า การเบิกถอนเงินแต่ละครั้งกรรมการฯจะต้องมีมติหรือไม่โดยกรรมการฯส่วนใหญ่ก็จำไม่ได้โดยหนึ่งในคณะกรรมการฯแจ้งว่าได้รับการประสานงานจากนายเอกราช ช่างเหลา ว่า กำลังจะวิ่งเต้นหาทางเอาเงินมาคืนสหกรณ์อยู่โดยหวังว่า ชมรมสมาชิกฯ และคณะกรรมการไตรภาคีอาจจะใจอ่อนลงได้

“กรรมการฯที่มีชื่อลงนามเบิกถอนเงินก็ยอมรับในที่ประชุม แต่ยืนยันว่านายเอกราช เป็นคนไปเบิกเงินคนเดียว และไม่รู้ว่าเอาเงินเข้าบัญชีใคร ทุกคนไม่สามารถปฎิเสธความผิดชอบได้ แต่การบอกความจริงก็หวังว่าโทษหนักอาจจะเป็นเบาได้”แหล่งข่าวกล่าว

แสดงความคิดเห็น