ต้องยอมรับว่า การตรวจสอบกรณีทุจริตเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด หายไปจากบัญชีเงินฝากประจำ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขาถนนดินแดง (เทสโก้ โลตัส ฟอร์จูน) กรุงเทพฯ เลขที่ 144-101918-9 จากยอดที่เบิกไป 396 ล้านบาท
โดยได้มีการจัดทำบัญชีเป็นเท็จในรายงานงบดุลประจำปีตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปี 2561 เมื่อรวมดอกเบี้ยแล้วจะเป็นยอดเงินที่หายไป 432 ล้านบาทที่ก่อนหน้านี้เป็นเพียงข่าวลือที่ไม่มีใครสามารถตรวจสอบได้

กระทั่งดร.วิศร์ อัครสันตติวงษ์ ในฐานะประธานชมรมสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นฯ ออกมาเปิดเผยรายการเบิกจ่ายบัญชีเงินฝาก หรือ สเตทเม้นท์ บัญชีเลขดังกล่าวว่า ข้อเท็จจริงมีเงินเหลืออยู่ในบัญชีเพียง 78,924 บาท และทำหนังสือร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆเพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมทั้งรวบรวมรายชื่อสมาชิกสหกรณ์ครูขอนแก่นขอให้มีการเปิดประชุมใหญ่วิสามัญสมาชิกฯ
เป็นเหตุให้ ดร.อนุศาสตร์  สอนศิลพงษ์ ที่เพิ่งจะเข้ามารับตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นฯคนใหม่เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2562 ได้ร่วมกับนายทนงค์ศักด์ วังสงค์ ผู้จัดการสหกรณ์ฯคนใหม่ ที่เพิ่งมารับตำแหน่งได้ไม่นานด้วยเช่นกันทำการตรวจสอบบัญชีดังกล่าว
จากนั้น ดร.อนุศาสตร์ ออกมายอมรับว่ามีการเงินหายไปจากบัญชีดังกล่าวจริง และนายทนงศักดิ์ วังสงค์ ผู้จัดการสหกรณ์ฯได้มีการชี้แจงรายละเอียดการหายไปของเงินในที่ประชุมใหญ่วิสามัญสมาชิกสหกรณ์ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมา
ที่ประชุมคราวนั้นได้เห็นชอบให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการไตรภาคีประกอบด้วย ฝ่ายบริหารสหกรณ์ 3 คน ฝ่ายผู้แทนสมาชิก 3 คน และฝ่ายชมรมสมาชิกสหกรณ์ 3 คน รวมจำนวน 9 คน เพื่อให้ติดตามตรวจสอบข้อมูล การเงิน บัญชี มีบุคคลใดเกี่ยวข้องกับการนำเงินสหกรณ์ฯไปฝากธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขาถนนดินแดง (เทสโก้ โลตัส ฟอร์จูน) กรุงเทพฯ เลขที่ 144-101918-9 ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังมีอำนาจในการเชิญบุคคล เรียกเอกสารจากหน่วยงานรวมทั้งเสนอแต่งตั้งทนายความ เพื่อให้ทำหน้าที่ดำเนินคดีกับบุคคลที่กระทำการปลอมแปลงเอกสารยักยอกทรัพย์ และฉ้อโกงเงินของสหกรณ์ ซึ่งได้มีการแจ้งความกับสภ.เมืองขอนแก่นไปแล้วเมื่อวันที 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา
กระบวนการต่างๆกำลังเดินไป เชื่อว่าภายในไม่เกินวันที่ 20 ธ.ค. จะได้มีการแต่งตั้งทนายความอย่างเป็นทางการ เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่ปรากฏชื่อในหลักฐานการเบิกจ่ายเงินที่ได้รับมาจากธนาคารไทยพาณิชย์ ไปให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ
ตามหลักฐานเอกสารการเบิกเงินที่คณะกรรมการไตรภาคี ได้รับมอบ จากธนาคารไทยพาณิชย์มาแล้ว เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ปรากฏชัดเจนว่า 3 คน ประกอบด้วยนายนิวัตร นิราศสูงเนิน นายนพรัตน์ สร้างนานอก และนายสมศักดิ์ โคตวงศ์ และหลังจากมีการเบิกเงินแล้ว ได้มีการนำเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี นายเอกราช ช่างเหลา เลขที่บัญชี 144-2-17533-6 
นั่นหมายความว่า ขั้นตอนทางกฎหมายจะเริ่มเดินหน้า โดยจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการกับบุคคลที่เกี่ยวข้องเบื้องต้น อย่างน้อย 4 คน และทนายความจะเดินหน้าเรียกตรวจสอบเอกสารเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก
แหล่งข่าวที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น เป็นอย่างดี ระบุว่า ปัญหาเงินหายไปจากบัญชีเงินฝากสหกรณ์ออมทรัพย์เกิดขึ้นระหว่างปี 2553-2554 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับช่วงที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูในหลายจังหวัดมีปัญหาเรื่องแชร์ลอตเตอรี่และได้มีการดำเนินคดีกับผู้บริหารสหกรณ์และผู้เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก ซึ่งในครั้งนั้นมีเพียงขอนแก่นแห่งเดียวไม่สามารถตรวจสอบการกระทำความผิดได้
“ผมเชื่อว่ายอดเงินที่หายไปนั้นอาจจะมากกว่าที่ปรากฏเป็นข่าว และน่าที่จะเกี่ยวข้องกับกรณีแชร์ลอตเตอรี่ และบุคคลหรือตัวละคนอีกหลายคน”แหล่งข่าวกล่าวและไล่เลียงบุคคลที่ต้องเกี่ยวข้องว่า
เริ่มตั้งแต่ประธานและคณะกรรมการบริหารสหกรณ์ปี 53 – 54  ไล่มาจนถึงปี 2561 ผู้ตรวจสอบบัญชี นายทะเบียนสหกรณ์ ผู้จัดการ รองผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายการเงิน โดยบัญชีค้ำประกันลอตเตอรี่น่าจะปิดไปตั้งแต่ปี 2554 แล้วเพราะอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้มีคำสั่งออกมาแล้วว่า 
กิจการลอตเตอรี่เป็นการดำเนินการผิดวัตถุประสงค์ของสหกรณ์ หมายถึงบัญชีที่เปิดขึ้นมาเพื่อดำเนินกิจการลอตเตอรี่ก็ต้องปิดไปด้วย แต่น่าสงสัยว่า ทำไมยังปล่อยให้มีเดินบัญชีจนมายาวนานต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันและสมุดบัญชีเงินฝากที่มีอยู่ที่สหกรณ์ก็น่าจะเป็นเล่มปลอม
ดังนั้น เรื่องนี้นอกจากผู้รับผิดชอบจะต้องเป็นกรรมการบริหาร ฝ่ายจัดการภายในสหกรณ์แล้ว อาจจะมีเจ้าหน้าที่ของธนาคารเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เพราะมีการปลอมสมุดบัญชีธนาคารเหมือนกับที่เคยเกิดกับจังหวัดอื่นหรืออาจจะสาวไปถึงบุคคลภายนอกที่เข้าไปมีส่วนพัวพันกับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น
“ผมคิดว่าเป็นสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ที่ปรากฏจะเป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องมีบุคคลที่เกี่ยวข้องถูกดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก”แหล่งข่าวกล่าว
 นั่นคือ ทิศทางเบื้องต้นของแนวทางการดำเนินคดีต่อผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น
น่าสนใจว่าบุคคลที่ถูกระบุว่า เป็นตัวละครหลักของเรื่องนี้ คือ นายเอกราช ช่างเหลา อดีตผู้จัดการสหกรณ์ฯ ที่ปัจจุบันเป็นส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ แกนนำรัฐบาลชุดปัจจุบัน ยังคงเก็บตัวเงียบไม่ปรากฏตัวออกมาอธิบายความผ่านสื่อใดๆทั้งสิ้น
มีเพียงกระแสข่าวว่า มีความพยายามที่จะเจรจากับกรรมการสหกรณ์ชุดปัจจุบันว่าจะนำเงินที่ยักยอกออกไปกลับมาคืนสหกรณ์เพื่อให้ยุติเรื่องดังกล่าวไว้ แต่ก็ดูเหมือนว่าคงจะเป็นไปได้ยาก เพราะความจริงได้ถูกเปิดออกสู่สาธารณะแล้วอย่างกว้างขวาง คงไม่มีใครกล้าที่จะยอม “ฆ่าตัวตาย” ตามไปด้วย
ทว่า…หลายคนก็ยังคงเชื่อว่า นายเอกราชนั้น คงไม่ยอมจำนนง่ายๆเพราะหากเขายักยอกเงินออกไปจริง เงินสดจำนวนมากขนาดนั้น คงไม่สามารถเอามาคืนได้ทันก่อนที่จะมีการปันผลให้แก่สมาชิกสหกรณ์ภายในสิ้นปี 2562 แน่นอน
ข่าวด้านลบที่เกิดขึ้นกับนายเอกราช ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ในอดีตเคยมีความพยามตรวจสอบสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น แต่ก็จบลงแบบไม่มีใครทำอะไรได้ นอกจากนี้่นายเอกราชยังเคยถูกตรวจสอบบัญชีการเงินโดย ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)ในรัฐบาลของนายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ ว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนคนเสื้อแดงในช่วงปี 2553 แต่ก็หลุดพ้นมลทิลออกมาได้
น่าสนใจว่า นายเอกราชเคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเองว่า เขามีบัญชีธนาคาร 3 บัญชี ได้แก่บัญชีธนาคารนครหลวงไทย ใช้สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย ใช้สำหรับโอนบัญชีเงินเดือน และบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ใช้สำหรับโอนซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล
นายเอกราชได้รับการสนับสนุนให้เข้าไปเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในโค้วต้าของจังหวัดขอนแก่น เมื่อปี 2557 ก่อนที่จะเติบโตก้าวหน้าขึ้นมาเป็นลำดับ สามารถผลักดันลูกชายของตนเอง “วัฒนา ช่างเหลา” เข้าไปเป็นรองนายกอบจ.ขอนแก่น
และการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมาก็ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐภาคอีสาน ดูแลพื้นที่อีสานตอนบน เขาได้ผลักดันลูกชายจากรองนายกอบจ.ขึ้นไปเป็นส.ส.เขต 2 ขอนแก่น
พร้อมกับให้ลูกชายคนที่สอง “พิทักษ์ชนม์ ช่างเหลา” เข้ารับตำแหน่งรองนายกอบจ.ขอนแก่นแทน ส่วนตัวเขาก็ก้าวขึ้นไปเป็นส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพลังประชารัฐ และยังมีแผนชัดเจนว่า จะขยับตนเองขึ้นไปเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรีให้ได้ต่อไป
อย่างไรก็ตามจะมีจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจ คือ วาระในการดำรงตำแหน่งของ ดร.อนุศาสตร์ จะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธันวาคม ที่จะถึงนี้ พร้อมกับวาระของผู้แทนสมาชิกจำนวนกึ่งหนึ่งใน 7 เขตพื้นที่เลือกตั้ง  โดยสหกรณ์จะเปิดสมัครรับเลือกตั้งผู้แทนสมาชิกในวันที่ 23 ธ.ค.- 27 ธ.ค.2562  
จากนั้นให้แต่ละเขตเลือกตั้งผู้แทนสมาชิกเข้ามาใหม่ โดยสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นซึ่งมีประมาณ 17,870 คน สมาชิกสมทบอีกจำนวน 1,504 คน รวมเป็นสมาชิกทั้งหมดโดยประมาณ 19,374 คน โดยมีสัดส่วนผู้แทนสมาชิก 1 ต่อ 5 คน ดังนั้นจะมีผู้แทนสมาชิกจำนวน 392 คน เพื่อเตรียมการเข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2563 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์
 วาระสำคัญนอกจากพิจารณาผลประกอบการของสหกรณ์และเงินปันผลเฉลี่ยคืนแก่สมาชิกแล้ว ยังจะมีการเลือกประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นคนใหม่ แทนดร.อนุศาสตร์ สอนศิลพงษ์ ที่ได้หมดวาระลงไปโดยผู้แทนสมาชิกชุดใหม่ที่จะมีการเลือกตั้งเข้ามาดังกล่าว
มีความเป็นไปได้สำหรับฝ่ายที่ไม่ต้องการจะให้มีการตรวจสอบสหกรณ์ฯ คือ จะต้องหาวิธีการที่จะไม่ให้ดร.อนุศาสตร์ กลับมาเป็นประธานสหกรณ์ได้อีก โดยวิธีการกดดันไม่ให้ดร.อนุศาสตร์ ลงสมัครรับเลือกตั้งรอบใหม่ หรือส่งคนของตนเองเข้าไปแข่งขันเพื่อคุมสถานการณ์ของสหกรณ์เอาไว้ให้ได้เช่นเดิม
ทั้งนี้เพราะปัญหาต่างๆ ที่ถูกเปิดโปงออกมาครั้งนี้ เป็นเพราะดร.อนุศาสตร์ ไม่ยอมที่จะเดินตามสิ่งที่อดีตประธานกรรมการและคณะกรรมการอีกหลายๆคน ที่อาจไม่ละเอียดเพียงพอในการตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ หรืออาจไม่รู้ไม่เห็นกับความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับสหกรณ์โดยสุจริต จึงปล่อยให้มีเงินหายออกไปจากบัญชีจำนวน 396 ล้านบาท และปล่อยให้มีการทำรายงานงบดุลอันเป็นเท็จ ทำสมุดบัญชีธนาคารปลอมเพื่อให้ยังเห็นว่ามีตัวเลขในบัญชี
เกมโค่น ดร.อนุศาสตร์ ให้พ้นจากตำแหน่ง ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ของฝ่ายที่ต้องการหยุดการตรวจสอบปัญหาในสหกรณ์ จึงเป็นเรื่องที่สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นซึ่งต้องการรู้ความจริงที่เกิดขึ้นภายในสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ไม่อาจมองข้ามได้ 
แสดงความคิดเห็น