ดีเอสไอรับไต่สวน4เรื่องใหญ่ทุจริตสหกรณ์ครูโคราชฉ้อโกงฟอกเงิน

ดีเอสไอรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตสหกรณ์ครูโคราช 4 เรื่อง เป็นคดีพิิเศษ ประกอบด้วยสหกรณ์เคหะสถานเมืองโคราชเ นำเงินไปลงทุนสหกรณ์เครดิตยูเนียนฯ เหตุการณ์เงื่อนงำหลังจากกระทรวงการคลังสั่งเพิกถอนใบอนุญาตบริษัทประกันภัยเจ้าพระยา จำกัด(มหาชน) และสมาคมฯฌาปนกิจสงเคราะห์ฯ ถูกนายทะเบียนฯกลางสั่งให้คณะกรรมการสมาคมฌาปนกิจฯ พ้นจากตำแหน่ง เหตุดำเนินการโดยไม่สุจริต

นคราชสีมา – หลังจากที่คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา จำกัด ชุดที่ผ่านๆมา ได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นมาดำรงตำแหน่งต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 ปี ต่อมาสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา จำกัด ยื่นฟ้อง 2 คดีคือ คดีที่ประธานกรรมการได้รับเลือกตั้งเกิน 2 วาระติดต่อกัน ตามด้วยคดีดำหมายเลขที่ 1165/2559 และคดีอาญาฟ้องคณะกรรมการฯนำเงินไปฝากสหกรณ์เครดิตยูเนียน จำกัด ตามคดีดำหมายเลขที่ 802/2559 ต่อมาได้มีการถอนฟ้องและมอบเงินผ่านศาลจำนวนหนึ่งเพื่อให้โจทก์ยินยอมถอนฟ้อง

ต่อมานายสัมนา ฉัตรบูรณจรัส และนายสัจธรรม สุขเสนีย์ ได้ร้องเรียนไปยังนายทะเบียนสหกรณ์ และนายสัมนาฯ พร้อมด้วย นายเสน่ห์ สุขนาคินทร์ นายคำรณ จันทรวิจิตร์ นางถนอมศรี จันทร์วิจิตร์ นายยศ วงศ์อนันต์ นายสมจิต ณ สูงเนิน นายสำเภา ทวีผล และนายพิชัย สมพงษ์ ผู้ประสานงานฯได้ร้องเรียนไปที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และนายทะเบียนสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์กลาง ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา

นายพิชัย สมพงษ์ ผู้ประสานงานกลุ่มธรรมรักษ์ ทำหน้าที่ประสานงานกลุ่มที่ทำการเคลื่อนไหวตรวจสอบทุจริตในสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์และสหกรณ์ออมทรัพย์ครู เปิดเผยว่า ตนและคณะอันประกอบไปด้วยสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพยครูนครราชสีมา จำกัด และสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมาจำกัด(ส.ส.นม.) ได้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2561 โดยตนได้ไปขอคัดเอกสารที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมาจำกัดส่งไปที่ศาลทั้งหมด จากนั้นเห็นได้ชัดเจนว่าเอกสารที่ส่งไปศาลมีพิรุธ จึงได้อธิบายโดยละเอียดพร้อมทั้งแนบหลักฐานไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาโดยจะขอแยกกล่าวดังนี้

1.เรื่องหนี้สงสัยจะสูญเงินลงทุนต่อมาเปลี่ยนเป็นเงินฝากที่สหกรณ์เครดิตยูเนียนจำนวนเงิน 650 ล้านบาท(หกร้อยห้าสิบล้านบาท) กรณีสหกรณ์เครดิตยูเนียนฯ ออกตั๋วสัญญาใช้เงินโดยไม่มีธนาคารรับรองฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติ ผู้กระทำความผิดฐานร่วมกันทุจริตฟอกเงิน เรื่องทั้งหมดนี้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษรับไต่สวน โดยมอบให้ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ตรวจสอบตามหนังสือที่ส่งมาโดยตรงเมื่อเดือนกันยายน 2562

2.หนี้สงสัยจะสูญเงินฝากสหกรณ์เคหะสถานเมืองโคราชจำกัดจำนวน 35 ล้านบาท (สามสิบห้าล้านบาทถ้วน)และกำลังจะเสียหายเพิ่มอีกจากสหกรณ์ครูสนับสนุนการขายบ้านโครงการ 4 (บ้านบึงสาร ต.มะเริง)ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดินและไม่สามารถโอนกรรมสิทธิให้ผู้ซื้อได้ เนื่องจากที่ดินอยู่ระหว่างการฟ้องศาลปกครองจังหวัดนครราชสีมาว่า การให้เช่าซื้อบ้าน แต่ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ โดยสหกรณ์ครูออกระเบียบว่าด้วยเงินกู้สามัญเพื่อการเคหะ พ.ศ.2561 สมาชิกกู้ไปซื้อบ้านจากสหกรณ์เคหะสถานเมืองโคราช จำกัด โครงการ 4 จำนวน 40 กว่าแปลง แปลงละ 850,000 บาท เป็นเงิน 34 ล้านบาท ดีเอสไอสอบสวนแล้วรับเป็นคดีพิเศษที่ 181/2559

3. ทนายความสหกรณ์ครูฯ มีหนังสือความว่า เมื่อผู้กู้เสียชีวิตทำให้พ้นสมาชิกภาพการเป็นสมาชิกสหกรณ์ครูฯและหนี้ถึงกำหนดส่งคืนสิ้นสุดทันที และทายาทโดยธรรมของผู้เสียชีวิตขอโต้แย้งสิทธิและไม่ขอชำระหนี้แก่สหกรณ์ครูฯเพราะสหกรณ์ครูฯ ได้เก็บเงินค่าประกันตามโครงการประกันเงินกู้ไว้ทุกโครงการ ซึ่งสหกรณ์ครูฯหักไว้เพื่อส่งบริษัทประกันภัยทุกเดือน และผู้กู้ไม่ได้ขาดส่งเงินแต่ประการใด กรณีผู้กู้เสียชีวิตบริษัทประกันภัยต้องรับผิดชอบค่าสินไหมทดแทน

“หากสหกรณ์ครูฯ หักเงินสมาชิกไปแล้วไม่นำส่งบริษัทประกัน ซึ่งทราบว่าบริษัทเจ้าพระยาประกันภัยจำกัด (มหาชน) ได้ล้มแล้ว สหกรณ์ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เมื่อกระทรวงการคลังสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2561 สหกรณ์ครูฯ ได้ปกปิดซ่อนเร้นการค้างจ่ายสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทโดยธรรมเฉพาะโครงการ 1, 2 และ 3 เสียชีวิตจำนวน 129 ราย”นายพิชัยกล่าวและว่า

สหกรณ์ครูฯปกปิดกรมธรรม์ประกันชีวิต ไม่ทำหนังสือแจ้งให้สมาชิกเก็บไว้เป็นหลักฐานว่า สมาชิกแต่ละรายทำประกันชีวิตกี่กรมธรรม์ ได้รับค่าสินไหมทดแทนจำนวนเท่าใด สมาชิกจำนวนมากขอตรวจสอบ กรรมการสหกรณ์ครูแจ้งว่าเป็นความลับของสหกรณ์ครูฯ

4. เรื่องสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมาจำกัด (ส.ส.นม.) องค์กรที่ 1 สมาชิก 23,208 คน สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์บุคลากรทางการศึกษาและสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา จำกัด (ส.ฌ.นม.) องค์กรที่ 2 สมาชิก 18,271 คน และสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา จำกัด และบุคลากรทางการศึกษานครราชสีมาจำกัด (ฌ.ส.นม.) องค์กรที่ 3 มีสมาชิก 9,439 คน (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561) รวมสมาชิก 50,918 คน

หลังจากตนและนายสัมนาฯ นายเสน่ห์ฯและนายสำเภาฯได้ร้องเรียนไปยังนายทะเบียนสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ประจำท้องที่เทศบาลตำบลปรุใหญ่ แต่นายทะเบียนฯประจำท้องที่มีหนังสือตอบมาว่าทำอย่างถูกต้องตามกฎหมายและลงนามแต่งตั้งกรรมการฯ ส.ส.นม.

“เมื่อเป็นเช่นนี้ผมจึงได้ร้องเรียนไปที่นายทะเบียนสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์กลาง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมานายทะเบียนฯกลางได้มีคำสั่งให้นายทะเบียนฯประจำท้องที่เทศบาลปรุใหญ่ออกคำสั่งเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ประจำปี2561แล้วมีคำสั่งเพิกถอนรับจดทะเบียนแต่งตั้งและเปลี่ยนตัวกรรมการของสมาคมฯ ชุดที่ 11 จำนวน 15 คน”นายพิชัยกล่าวและว่า

อาทิ นายประมวล ทั่งกลาง ประธานฯ รองประธานฯ 2 คน ได้แก่ นายประสาทศิลป์ ฉิมนอก และนายมานิตย์ โชติทวีศักดิ์ โดยมีนายสมศักดิ์ ช่างไม้ เหรัญญิก เนื่องจากไม่มีมติของที่ประชุมใหญ่รองรับ และตนได้ฟ้องศาลปกครอง ซึ่งได้รับฟ้องแล้วตามคดีหมายเลขดำที่ 229/2562 เมื่อ 15 ตุลาคม 2562 โดยขอให้ศาลสั่งปลดกรรมการฯชุดที่ 11 พ้จากตำแหน่ง และสั่งให้กรรมการฯชุดที่ 10 ออกซึ่งประกอบด้วยนายประมวล ทั่งกลาง ประธาน รองประธานสองคน นายเดชชาย ฟอพิมายแ ละนายนิตพิมล หาญชนะ และนายสมศักดิ์ จักรสาน เป็นเหรัญญิก

นายพิชัย กล่าวอีกว่า มูลเหตุที่ทำเรื่องนี้ เพราะกรรมการสมาคมฯ และกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูฯ กระทำการโดยไม่สุจริตและส่อทุจริตหลายเรื่อง หลังจากที่มีการถอนฟ้องทั้ง 2 คดีมาแล้ว ตนและสมาชิกได้ขออนุญาตศาลจังหวัดนครราชสีมา ถ่ายสำเนาเอกสารทุกอย่างที่สหกรณ์ครูฯส่งไปยังศาล แล้วมาศึกษาพบว่ามีบันทึกของนิติกรทั้งสองคน (นายอิทธิพรพงศ์ สมบัติสวัสดิ์ และนายฤทธิรงค์ ขำหินตั้ง) มีไปถึงผู้จัดการ (นายยงยุทธิ์ บัวทองผุด) เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2556

ทั้งนี้มีการเปลี่ยน “ตั๋วสัญญาใช้เงิน” เป็นการ “ฝากเงิน” ควรจะต้องพิจารณาถึงความชอบด้วยกฎหมายก่อนที่จะมีการดำเนินการดังกล่าว อีกส่วนหนึ่งควรพิจารณาถึงเหตุที่ทำให้สหกรณ์ฯได้รับความเสียหายดังกล่าว และดำเนินการเรียกให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องรับผิดชอบในความเสียหายจากกรณีดังกล่าวต่อไป

หากเวลาล่วงเลยไปอาจมีปัญหาเรื่องคดีขาดอายุความ และจะเป็นเหตุให้ต้องร่วมรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย เพราะการไม่ชอบมาแต่แรก จากนั้นจึงนำไปสู่การร้องทุกข์กล่าวโทษยังนายทะเบียนสหกรณ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และนายทะเบียนสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ฯ

แสดงความคิดเห็น