จัดการขอนแก่นแบบขอนแก่น

บ้านใครๆ คนนั้นจัดการได้ดีที่สุด และเขาจะจัดการได้ดีที่สุดในแบบของเขา

ประโยคนี้หาคำโต้แย้งได้ยากนะครับ และมันก็เป็นอย่างนั้นสำหรับขอนแก่นด้วย

สองวันที่เขื่อนอุบลรัตน์ของการระดมสมองออกแบบ “เป้าหมายร่วม”ของการพัฒนาขอนแก่นภายใต้การจัดของมูลนิธิขอนแก่นทศวรรษหน้า ผมเห็นว่ามีค่ามากทั้งสำหรับตัวเองและคณะที่ตั้งใจไปเรียนรู้เพื่อการขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเอง และทั้งสำหรับขบวนของขอนแก่นเอง

พวกเราได้ประโยชน์มากในแง่การได้พินิจกระบวนการขับเคลื่อนที่ละเมียดละไม ดึงคนทุกฝ่ายมาค่อยๆ คิด เปิดพื้นที่ทางจิตวิญญาณการทำกิจสาธารณะเพื่อผู้อื่นของแต่ละคน เปิดพื้นที่การตรวจสอบ วิเคราะห์ ทบทวนการเดินทางของท้องถิ่น ไปจนเกิดการกำหนดเป้าหมายร่วมกันสำหรับคนทั้งจังหวัด

ในส่วนของขบวนขอนแก่นเอง เราเชื่อว่า พิมพ์เขียนที่เกิดขึ้น จะเป็นทั้งฐานทางเนื้อหาและวิธีการที่ถูกใช้ ปรับเสริมฯลฯต่อไปในภาคปฏิบัติจนเกิดดอกผลขึ้นโดยลำดับ

ส่วนตัวผมเชื่อว่า ขอนแก่นมีของที่เป็นฐานดียิ่งอยู่หลายอย่างโดยเฉพาะสิ่งที่อาจเรียกโก้ๆ หน่อยว่าเป็น “พลังของภราดรภาพ”เอาไว้ขับเคลื่อนขอนแก่น เป็นพลังที่เกิดจากการผนวก/ประสานมือของทุก่ฝ่าย และถูกผนึกเชื่อมโยงในแน่นด้วยวัฒนธรรมความเป็นอีสานบางอย่าง

ผมเชื่อว่า ภายใต้โครงสร้างอำนาจที่รัฐส่วนกลาง และรัฐส่วนภูมิภาคครอบครองตาข่ายอำนาจไว้กว้างขวางและรัดตึงแบบปัจจุบัน แม้สิ่งที่ขบวนขอนแก่นคิดเมื่อสองวันก่อนนั้นจะทำให้เกิดผลไม่ง่ายนักและจะติดข้อจำกัดพอสมควร

แต่หากขบวนขอนแก่นยึดมั่นกับเป้าหมายและเกาะกุมยึดถือพลังของภาคประชาชนร่วมกับองค์กรปกครองท้องถิ่นไว้ให้มั่นในการเดินสู่เป้าหมายตามแผนที่เดินทางที่เลือกสรรอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ผลสัมฤทธิ์ย่อมเกิดขึ้นแน่ๆ

ผมแอบนึกในใจว่า หากบรรดายุทธศาสตร์ แผนงานและโครงการที่กลุ่มย่อยๆ ต่างคิดขึ้นอย่างน่าทึ่งนั้น ได้รับการขยายผลครอบคลุมการมีส่วนร่วมที่กว้างขวางยิ่งขึ้นจนพัฒนาเป็น”แผนพัฒนาจังหวัดขอนแก่นฉบับภาคประชาชนร่วมกับอบจ. เทศบาลนครขอนแก่นและหรืออปท.อื่นๆ” (ที่จัดทำขึ้น แบบก้าวนำรัฐส่วนภูมิภาคและรัฐส่วนกลาง) ด้วยแล้ว

นั่นจะเป็น “การตีจุดเดียว-แตกทั้งแนว”อย่างที่อาจารย์ชัยวัฒน์ ถิรพันธ์ุ (วิทยากรกระบวนการ) ท่่านชี้กลเม็ดทางการคิดไว้ได้ในเบื้องต้น

ยิ่งไปกว่านั้น ผมแอบคิดไกลไปว่า หากในอนาคต ขอนแก่นถูกยกระดับขึ้นเป็น “องค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเต็มพื้นที่” ที่มีองค์ประกอบและเนื้อหาในแนวทางจังหวัดจัดการตัวเองแล้ว

เป้าหมายร่วม “ทั้งหมด”ที่ขบวนขอนแก่นวางไว้ จะเป็นสิ่งที่ไม่เกินขีดความสามารถที่จะเป็นไปได้แต่อย่างใดเลย รวมทั้ง ท้องถิ่นใหม่ที่ภาคประชาชนมีความเป็นเนื้อเดียวกับจังหวัดแบบใหม่ที่เกิดขึ้นจะสามารถต่อยอดเป้าหมายที่มีคุณภาพสูงขึ้นได้อีกต่า่งหาก

(ขอขอบคุณมูลนิธิขอนแก่นทศวรรษหน้าและโดยเฉพาะคุณเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับที่ให้เกียรติเชิญและอำนวยความสะดวกอย่างดียิ่งแก่คณะเราด้วยครับ)

โดย:ดร.ศักดิ์ณรงค์ มงคล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.รังสิต 

แสดงความคิดเห็น