หนีร้อนไปพึ่งเย็น (หนาว) ที่เฉิงตู (จีน)

ช่วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมามีเรื่องร้อน ๆ ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องครูชาวขอนแก่นเป็นเรื่องฉาวโฉ่ไปทั้งประเทศนั่นก็คือเรื่องฉ้อโกงเงินครูซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ขอนแก่นไปกว่า 400 ล้านบาทไปอย่างแยบยลมีการขอเปิดอภิปรายในการประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นนำโดย ดร.อนุศาสน์ สอนศิลป์พงษ์ ประธานคณะกรรมการก็ได้เปิดประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้สอบถามแต่โดยดีก็ได้ข้อเท็จจริงว่าเงินได้ถูกถอนออกไปจากธนาคารจริงกว่า 400 ล้านบาทและได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่ายขึ้นมาตรวจสอบติดตามพร้อมกับการแจ้งความและจ้างทนายความฟ้องร้องทั้งทางแพ่งและทางอาญาแล้ว

ซึ่งงทางมูลนิธิครูประชาบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือในฐานะเป็นองค์กรที่จัดตั้งเป็นนิติบุคคลขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับความเป็นธรรมอยู่แล้วก็ได้การช่วยเหลือและสนับสนุนกับทางชมรมผู้แทนสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นที่ทำโดย ดร.ปรีดา บุญเพลิง สั่งการให้ผมในฐานะเลขาธิการมูลนิธิได้นัดประชุมหารือกับคณะกรรมการชมรมและองค์กรเครือข่ายหลายองค์กรตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวันนี้ที่เขียนต้นฉบับมีการประชุมหารือกันที่ สนง.มูลนิธิหน้าโรงเรียนเทศบาลศรีฐานมาแล้ว 8 ครั้งด้วยกันซึ่งแต่ละครั้งก็ได้ข้อสรุปข้อยุติและการเดินหน้าเพื่อติดตามทวงถามการคืนเงินและติดตามคดีความโดยมีทนายความของมูลนิธิและนักกฎหมายให้ปรึกษาวางแผนมาตลอด

พอได้โอกาสหยุดยาวช่วงปีใหม่ก็เลยถือโอกาสพาครอบครัวหนีเรื่องร้อน ๆ ในช่วง 2 เดือนก่อนปีใหม่ 2563 จะมาถึงเดินทางไปประเทศจีน (เฉิงตู) ซึ่งทราบว่าที่เฉิงตูนี่แหละอยู่ไกลประเทศไทยที่สุดที่มีแหล่งท่องเที่ยวคลายร้อนคือมีหิมะตกสวยงามไม่แพ้สวิตเซอร์แลนด์เลยทีเดียวโดยเดินทางโดยสารเครื่องบินเพียง 3 ชั่วโมงก็ถึงที่หมายซึ่งพอไปถึงก็ไม่ผิดหวังครับเพราะเฉิงตูเป็นหัวเมืองและแหล่งท่องเที่ยวอันดับ 1 ของจีนเลยก็ว่าได้เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ไป 4-5 วันเที่ยวไม่หมดเลยโดยเป้าหมายแรกที่ไปก็คือเขาหิมะซีหลิงซึ่งห่างออกไปจากเฉิงตูประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งแล้วก็ขึ้นกระเช้าต่อไปยอดเขาอีกครึ่งชั่วโมงก็ถึงที่หมายไม่ผิดหวังเลยครับเพราะพอเท้าแตะพื้นยอดเขาไม่ถึง 10 นาทีหิมะก็โปรยปรายลงปกคลุมพื้นที่บนยอดเขาซีหลิงขาวโพลนไปทั่วเพิ่มสีสันให้กับหลังคาที่พักโรงแรมรีสอร์ทบนยอดเขาใบไม้ใบหญ้าขาวโพลนไปหมดทุกข์หย่อมหญ้าพร้อมอุณหภูมิ -3 องศาเลยทีเดียวพอสมควรสนุกบนยอดเขาหิมะซีหลิงตลอดวันถึงช่วงเย็นก็เดินทางกลับ Count down ที่ใจกลางเมืองเฉิงตูซึ่งผู้คนเดินทางจากทุกสารทิศรอบนอกเข้ามาใจกลางจัตุรัสของเมืองซึ่งสร้างสวยงามไม่แพ้เมืองหลักอย่างโตเกียวของญี่ปุ่นหรือกรุงโซลเกาหลีใต้เลยทีเดียวหากใครไม่เชื่อก็ลองไปเยี่ยมดูสักครั้งแต่น่าเสียดายที่จีนเขาให้ความสำคัญของวันปีใหม่ดูน้อยกว่าตรุษจีนซึ่งก็น่าจะเป็นอย่างนั้น

วันต่อมาแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดขายของเฉิงตูดูแพ้เขาหิมะซีหลิงก็คือการไปเหยียบแหล่งกำเนิดของหมีแพนด้าเป็นศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้าที่ใหญ่ที่สุดก็ว่าได้ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเช่นกันครับผู้คนหลั่งไหลจากทั่วโลกมาเยี่ยมน้องหมีแพนด้าซึ่งมีนับ 100 ตัวทุกขนาดตั้งแต่เริ่มเกิดจนถึงมีอาวุโสเล่นเอาเด็ก ๆ ที่ผู้ปกครองพาไปเยี่ยมชมร้องตื่นเต้นหัวเราะชอบใจในความซุกซนและความน่ารักของหมีแพนด้าเด็ก ๆ หลังจากนั้นก็เข้าเมืองซึ่งทางรัฐบาลจีนเขาจัดวางโซนแหล่งท่องเที่ยวไว้ดีมากทั่วโซนเมืองเท่าที่ผู้คนแออัดยัดเยียดเบียดเสียดเข้าไปชมศิลปวัฒนธรรมบ้านเรือนเท่าแก่ อาหารการกินโบราณคล้าย ๆ ตลาดโบราณ 100 ปีแถว ๆ บ้านเราซึ่งกำลังปรับปรุงเป็นจุดขายของแต่ละจังหวัดอยู่ในขณะนี้โดยมีเมืองใหม่ล้ำสมัยสลับโซนท่องเที่ยวกันอย่างลงตัว

สิ่งที่น่าทึ่งและอยากนำเอามาฝากเทศบาลเมืองขอนแก่นเรามากที่สุดก็คือความสะอาดครับตามถนนหนทางสะอาดทุกหนแห่ง ห้องน้ำที่คนไทยเคยดูแคลนมาก่อนก็ทันสมัยสะอาดมากก็เลยสงสัยหาจุดเด่นที่ทำให้บ้านเมืองเขาสะอาดทุกหนแห่งก็คือคนซึ่งเป็นบุคลากรที่เขาจ้างมาทำความสะอาดทุก 5 นาทีเขาจะเดินมาเก็บทุกครั้งถังขยะซึ่งทำสวยงามวางทุกจุดทางเดิน ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับไทยเราแล้วการจ้างคนทำความสะอาดก็คงจะมีจำนวนพอ ๆ กันหรืออาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำแต่ความขยันและกวดขันเอาจริงเอาจังขององค์กรด้วยไม่ใช่บังเสาศาลากินไปวัน ๆ เหมือนบางประเทศความสะอาดก็จะเกิดขึ้นในประเทศนั้น ๆ แน่นอนนะครับถ้ามีโอกาสจะนำมาเล่าต่อให้ฟังก่อนขอตัวไปวางแผนช่วยชมรมสมาชิกครูสหกรณ์ขอนแก่นไล่ตามเงิน 400 ล้านมาคืนก่อนนะครับ

บทความโดย:ดร.เพิ่ม หลวงแก้วเลขาธิการมูลนิธิครูประชาบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 

 

แสดงความคิดเห็น