สื่อนอกรายงาน เศรษฐกิจไทยจะตายจากปัญหาที่รุมเร้าทั้งหนี้ครัวเรือนสูง ภัยแล้ง จนถึงโรคระบาดโควิด-19

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ระบุว่า คนชนชั้นกลางและชนชั้นแรงงานในไทยจะยังต้องเผชิญปัญหาหลายด้านต่อ ไม่ว่าจะเป็นหนี้สินที่เพิ่มขึ้น ผู้บริโภคไม่ค่อยใช้จ่าย ปิดโรงงาน ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคต่ำลง รวมถึงภัยแล้งหนัก แต่ไทยก็ยังเจอการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อีก

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุว่า ในปี 2562 เศรษฐกิจไทยเติบโตเพียงร้อยละ 2.4 เป็นหนึ่งในประเทศที่อัตราการเติบโตต่ำที่สุดในในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันก็คาดการณ์ว่า อัตราการเติบโตปีนี้จะแย่ลงอีกอยู่ที่ร้อยละ 1.5

รายงานของธนาคารโลก 2 ฉบับระบุว่า ในช่วงที่รัฐบาลทหารบริหารประเทศเศรษฐกิจไทยย่ำแย่ลง โดยปี 2557 ที่มีการรัฐประหาร การเติบโตทางเศรษฐกิจตกลงไปอยู่ที่ร้อยละ 1 เนื่องจากมีความวุ่นวายทางการเมือง และอัตราความยากจนในไทยช่วงปี 2558 – 2561 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 7.21 มาเป็นร้อยละ 9.85 และจำนวนประชากรที่ยากจนเพิ่มจาก 4.85 ล้านคนมาเป็น 6.7 ล้านคน จากประชากรทั้งหมด 69.04 ล้านคน

นอกจากนี้ ธนาคารโลกยังระบุว่า แนวคิดเรื่องคุณภาพชีวิตในไทยก็อยู่ในระดับต่ำ มีคนไทยเพียงร้อยละ 39 ที่รู้สึกว่ามาตรฐานคุณภาพชีวิตของตัวเองดีขึ้น ซึ่งต่ำที่สุดในบรรดาประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นิกเคอิรายงานว่า ภาพสวยงามที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีวาดไว้ว่า “จะไม่มีคนจนในประเทศไทยภายในปี 2561” ทำให้รัฐบาลทหารแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจและเงินอุดหนุนมูลค่ามหาศาล โดยปี 2560 มีการแจกเงินคนจน 11 ล้านคนเป็นเงิน 40,000 ล้านบาท และในปี 2561 ก็แจกให้คนจน 14 ล้านคน ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในเดือนมี.ค. 2562

ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น ปี 2562 หนี้ครัวเรือนเฉลี่ยอยู่ที่ 552,500 ล้าน สูงขึ้นจากปี 2552 ที่หนี้ครัวเรือนเฉลี่ยอยู่ที่ 377,100 บาท และหนี้ครัวเรือนคิดเป็นเกือยร้อยละ 80 ของจีดีพีประเทศแล้ว ถือว่าเป็นอัตราส่วนที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย ตามหลังเกาหลีใต้

 

ที่มา https://www.voicetv.co.th/read/e6hYzesLB?fbclid=IwAR0dtEXDg-kTjI-9b3WLKfkEf70-FD6MjBkScnmLXAd4bynhVMaf7gFWOVc

แสดงความคิดเห็น