สกลนครฯสั่งปิดสถานบริการห้ามขายสุราฯสะกัดโควิด19

สกลนนคร เป็นหนึ่งใน 2 จังหวัดของภาคอีสานร่วมกับบึงกาฬ ยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ล่าสุดผู้ว่าฯใช้อำนาจในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อฯ ประกาศมาตรการหยุดสถานบริการและห้ามจำหน่ายสุราตั้งแต่ 31มี.ค.- 16 เมย.63

รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้การแพร่ระบาดของเชื่อไวรัสโคโรน่า ในพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด มีผู้ติดเชื้อรวมจำนวน 76 ราย เสียชีวิต 1 ราย เป็นการติดเชื่อในพื้นที่ 18 จังหวัด เหลือ 2 จังหวัดได้แก่ สนครนครและบึงกาฬ ที่ยังไม่มีผู้ติดเชื่อ  

รายงานข่าวระบุว่า นายมนต์สิทธ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผวจ.สกลนคร ได้ลงนามในประกาศจังหวัดสกลนคร เลขที่ 7/2563 เรื่อง ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว โดยมีเนื้อหาระบุว่า ด้วนสถานการณ์ปัจจุบันการระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 เป็นโรคติดต่ออันตรายตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องชื่อและอาการสำคัญโรคติต่ออันตราย ฉบับที่ 3 พ.ศ.2563 มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกจำนวนมาก

สำหรับประเทศไทย พบว่ามีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชานชมีความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของเชื้อโรคติดต่อไวรัสโคโรน่า จ.สกลนคร จึงจำเป็นต้องอาศัยมาตรการเฝ้าระวัง ควบคุมป้องกันอย่างเข้มข้น

อาศัยอำนาจตามความในม.22 และม. 35 แห่งพ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อพ.ศ.2558 ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจ.สกลนครได้มีมติที่ประชุมครั้งที่ 6 / /2563 เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2563 ประกอบมติครม.เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2563 และข้อกำหนดตามความใน ม.9 แห่งพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 1 ข้อ 2 และข้อ 7 (1)

ทั้งนี้เพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่จ.สกลนคร และเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 จึงมีประกาศให้ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่ 31 มี.ค.- 16 เม.ย.2563 ร้านค้า หรือสถานประกอบการขายสุราประเภท 1 และประเภท 2 ให้จำหน่ายสุราตามพ.ร.บ.สรรพามิตร พ.ศ.2560 โดยสามารถจำหน่ายสินค้าประเภทอื่นได้ ในกรณีที่มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยหรือตีความประกาศนี้หรือตามประเกาศให้วินิจฉัยโดยที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจ.สกลนคร

เนื่องจากเป็นกรณีความจำเป็นเร่งด่วน หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายร้ายแรงแก่สาธารณชนหรือผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะจึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิ์โต้แย้งตามมาตรา 30 วรรค 2 (1) แห่งพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการปกครอง พ.ศ.2539 ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับตามพ.ร.บ.โรคติดต่อพ.ศ. 2558 จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน

 

 

 

แสดงความคิดเห็น