ผู้ว่าฯอุดรฯ สั่งปิดเมือง “22.00-05.00 น.” งดกิจกรรมทุกชนิด ป้องกันแพร่ระบาด “โควิด-19” หลังมีร้านค้าหัวใส แอบใช่ช่องโหว่ทางกฎหมายพลิกแพลงแอบค้าขาย “เหล้า-เบียร์” ทำคนจับกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อมรณะ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่เตรียมรับมือกลุ่มเสี่ยงแพร่เชื้อ ที่เพิ่งกลับจาก กทม.-ปริมณฑล และกลุ่มอื่นๆช่วง เม.ย.นี้


.
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2563 เวลา 15.30 น. ที่ห้องประชุมกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ชั้น 5 อาคาร 2 ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่าที่ประชุมมีมติออกประกาศเพิ่มความเข้ม หลังจากติดตามประเมินการทำงาน ในกรณีที่ทางราชการประกาศไปพบว่า ยังมีการฝ่าฝืนอ้างเอาช่องโหว่ทางกฎหมาย เดิมให้ปิดร้านสะดวกซื้อตั้งแต่เวลา 22.00 น.-05.00 น. วันถัดไป แต่ร้านค้าทั่วไปไม่ได้ปิดยังมีผู้ที่ไปซื้อกันทั้งคืน กินอิ่ม เพื่อให้ความเท่าเทียมกัน ดังนั้นที่ประชุมมีมติให้ร้านค้าทุกชนิดและร้านอาหารขายได้ แต่ต้องปิดในเวลา 22.00 น. ทุกกิจกรรม ทุกการค้าขายต้องหยุดจนถึงเวลา 05.00 น. เพื่อจะได้ควบคุมการรวมกลุ่มทำกิจกรรมใกล้ชิดกันของผู้คนในยามค่ำคืน
.
“เพราะเราได้บทเรียนจากร้านศรีธนนชัย ที่อ้างว่าขายสลัด แต่ขายเหล้าเบียร์ให้ลูกค้าด้วย ชอบพลิกแพลงชอบหาทางหลีกเลี่ยง ช่องโหว่ของประกาศหรือกฎหมาย เมื่อเป็นอย่างนั้นก็ไม่ต้องขาย ร้านอาหารขายได้ตามปกติแต่ซื้อกลับบ้านได้อย่างเดียวเท่านั้น ขายได้ถึง 22.00 น. เท่านั้น เพราะว่าเสียกำลังเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัด พลเรือน ทหาร และตำรวจ ออกไปดูแลให้เป็นไปตามประกาศ เมื่อถึงเวลา 22.00 น.ให้เชิญกลับบ้านทั้งหมด เพราะสิ่งที่เราทำ ผลที่ได้รับเราไม่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นเวลา 6 วันติดต่อกันแล้ว ถ้าเรารักษาตัวเลขแบบนี้ไปได้เรื่อยๆ คนที่ป่วยเจ็บเข้าไปรักษาใน รพ. ซึ่งนำเข้าจากที่อื่น เมื่อเขาหายก็จะกลายเป็นศูนย์ไม่มีจำนวนเพิ่มอีก เราจะคืนสภาพได้เร็ว จึงขอความร่วมมือชาวอุดรธานี ท่านทำได้ดีแล้ว ซึ่งการประชุมคราวนี้ได้ช่วยกันปิดช่องว่างกลุ่มที่หลบเลี่ยงประกาศ ซึ่งมีส่วนน้อย นั่งรอกินไม่พอสั่งเหล้ามากิน 4 ทุ่มไม่ยอมเลิกเป็นการเสี่ยงติดเชื้อโควิด ซึ่ง 2 คืนที่ผ่านมา จับร้านอาหาร 3 ร้าน บ่อนการพนัน 2 ราย จับเพราะรัก เพราะไม่ต้องการให้ท่านติดเชื้อ และดำเนินคดีตามกฎหมาย” ผู้ว่าฯอุดรธานี กล่าว @สื่อช่อสะอาด

ที่มา:สนง.ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี

แสดงความคิดเห็น