“อยู่กับโควิด” กันต่อไป 5-10 ปี ค่อยว่ากันใหม่

จากเฟสบุ๊คส่วนตัวของ นพ.อำพล จินดาวัฒนะ สมาชิกวุมิสภาและอดีต เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติโพสต์ข้อความว่า เวลา 21.00 น. วันพฤหัส ที่ 16 เมย. 63 พี่น้องที่รักเว้นวรรคประมวลสถานการณ์ไป 2-3 วัน สงครามโรคโควิดยังเข้มข้นต่อเนื่อง
1)สถานการณ์ผู้ติดเชื้อยังไหลต่อเนื่องทั่วโลก อเมริกายังนำโด่ง คนติดเชื้อเกินครึ่งล้าน เสียชีวิตใกล้3หมื่นคนแล้ว ในช่วงเดือนเศษๆ แต่ปธน.ทรัมป์บอกว่า เดือนหน้าเศรษฐกิจก็จะกลับมาเดินใหม่แล้ว! กำลังไล่แจกเงินช่วยคนตกงานพร้อมกับหาเสียงลงแข่งปธน.สมัยหน้าไปด้วย สนุกจริงๆ มีปชช.ในหลายรัฐ ออกมาประท้วงมาตรการlockdown แสดงความเป็นประชาธิปไตยตัวแม่ ยุโรปก็ยังหนัก หลายประเทศยอดผู้เสียชีวิตเกินหมื่น เยอรมันดูดีที่สุด มีย่างก้าวการบริหารจัดการที่สุขุมนุ่มนวล ได้ผลค่อนข้างดี สถานการณ์ในอัฟริกาเริ่มหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ มาตรการlockdownทำให้คนในหลายประเทศอดยากมาก มีเพื่อนคนไทยที่ทำงานองค์การอนามัยโลกยังคิดอยู่ที่คองโก ยังไม่เห็นหนทางกลับบ้านได้ ติดมาตรการlockdownและไม่มีสายการบิน น่าเห็นใจจริงๆ
2)ประเทศที่อยู่ในกลุ่มจัดการได้ดี ได้แก่ ไต้หวัน เวียตนาม นิวซีแลนด์ ส่วนสิงคโปร์ดีในช่วงแรก ตอนนี้กลับมาหนักหน่วง มีผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มมาก เหมือนกับญี่ปุ่น ตอนนี้ต้องประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศแล้วของบ้านเรา หลังประกาศภาวะฉุกเฉิน, กระจายงานให้บริหารจัดการเป็นรายจังหวัด, curfewกลางคืน, เข้มงวดการเข้าประเทศ จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวันลดลง แต่ถ้าดูจากสถานการณ์ของหลายประเทศ จะเห็นได้ว่า ยังไว้ใจอะไรไม่ได้เลย การแพร่ระบาดจะกลับมารุนแรงได้อีกเสมอถ้าเราหย่อนมาตรการต่างๆลง นี่ขนาดประกาศภาวะฉุกเฉิน วันนี้ก็มีคนไทยจากมาเลเซีย ข้ามแม่น้ำโกลกหลบเข้าเมืองเกือบร้อยคน ไม่รอทางการเปิดด่านแล้ว ไอ้ที่เผลอเป็นไม่ได้ เปิดบ่อน ตั้งวงเหล้า สนุกสนานเฮฮา ก็มีมากมาย แต่ในทางกลับกัน เราจะเข้มอย่างนี้ต่อไปนานก็ไม่ได้ คนจ ไม่มีกิน ธุรกิจตายหมด เศรษฐกิจก็จะดิ่งเหว ลำบากกันไปหมด
3)ถึงตอนนี้มีการพูดกันถึงวิธีการผ่อนคลายภาวะฉุกเฉิน ว่าจะผ่อนอย่างไร คำว่า “exit strategy” หรือ ยุทธศาสตร์การออกจากภาวะฉุกเฉินที่เข้มงวด จะทำกันอย่างไร ซึ่งต้องคิดละเอียดมาก และต้องทำแต่ละอย่างแบบมีหลักและค่อยเป็นค่อยไป อยู่ๆจะประกาศยกเลิกภาวะฉุกเฉิน ให้ทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติแบบเก่าทุกเรื่อง นั่นฝันไปแล้ว เพราะมีแต่พังกับพัง โควิดกลับมาระเบิดเถิดเทิงแน่ๆ ร้านอาหารร้านตัดผม ห้างศูนย์การค้า บริการต่างๆจะจัดระบบอย่างไร? กิจกรรมรวมคนมากๆ งานบวช งานแต่ง งานศพ พิธีทางศาสนาวัฒนธรรมประเพณี ฯลฯ จะให้ทำได้ไหม ทำอย่างไร ทำแค่ไหน? การเดินทางสาธารณะ รถเมล์ รถไฟฟ้า รถแทกซี่ รถไฟ เครื่องบินฯลฯ จะจัดระบบระเบียบอย่างไร? โรงเรียน มหาวิทยาลัย สถานศึกษาต่างๆ จะเปิดอย่างไร จัดระบบอย่างไร? มีเรื่องต้องคิดให้ชัดเจนมากมาย พูดง่ายๆคือ เราจะเป็นและอยู่อย่างไรในสังคมปกติใหม่ (new normal) ที่ยังมีโควิดจ้องโจมตีได้ทุกเวลาถ้าเราประมาทแม้เพียงนิดเดียว ยากนะครับนี่ แต่ท้าทายฝีมือคนไทย และท้าทายคนทั้งโลก
4)ในด้านปากท้อง เศรษฐกิจ เป็นเรื่องใหญ่มากๆ ระยะแรกนี้แค่กระทบการกินอยู่เฉพาะหน้า หลายคนก็แย่อยู่แล้ว แต่สิ่งที่กำลังเห็นผลกระทบรุนแรงตามมา คือ ธุรกิจทั้งใหญ่และเล็กจำนวนมาก จะล้มหายตายจาก ไม่กลับมาอีก ขนาดการบินไทย สายการบินแห่งชาติ ก็ยังไม่รู้จะไปต่ออย่างไรเลย หนี้เดิมก็มโหราฬอยู่แล้ว ตอนนี้ต้องหยุดบิน ไม่มีรายได้ มีแต่รายจ่ายเพิ่มๆๆ ถ้าเป็นคนไข้ก็นอนไอซียู การหายใจล้มเหลวแล้ว ใช้เครื่องช่วยหายใจพยุงชีวิตอยู่ มีคนจำนวนมากตกงาน มีหนี้สินติดตัว หลายคนกลับบ้านนอก รอกลับมาทำงานในเมืองใหม่ แต่จะไม่มีงานให้ทำ โลกเก่าหมดไปแล้ว เหลือคนที่ยังมีงานเก่าให้ทำไม่มาก เจ้าของธุรกิจก็เจ็บตัว เจ๊งไปก็มาก ที่รอดได้ก็ต้องเปลี่ยนเทคโนโลยี ลดคน เปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจ ไม่มีอะไรเหมือนเดิม คนจนลำบากที่สุด เดิมก็จนยากอยู่แล้ว เที่ยวนี้โควิดซ้ำเติม จนหนักเข้าไปอีก ที่พูดนี้ไม่เกินเลย มันหนักหน่วงจริงๆ คนไทยเราต้องรู้ตัว ตามให้ทัน คิดใหม่ มองใหม่ หาลู่ทางดำเนินชีวิตกันใหม่ ต้องไปในแนว”พอดีพอเพียง”กันจริงๆแล้ว ทำอยู่ทำกิน ไม่ต้องรวย ไม่ต้องหรู เน้นความสุขในชีวิตและครอบครัว เลิกตั้งเข็มมุ่งหามากๆรวยมากๆ รอฟ้าเปิดในอีก 5 ปี 10 ปีข้างหน้าค่อยว่ากัน ก็ยังไม่สาย (ยกเว้นคนที่อายุมากแล้ว!555-55) สงครามโรคโควิด ไม่มีเสียงปืนเสียงระเบิดให้อพยพหลบหนี เหมือนสมัยที่พ่อแม่เราเคยเจอมา แต่สงครามโรครูปแบบใหม่นี้ มันหนักหน่วงสารพัดพิษจริงๆ

 

แสดงความคิดเห็น