covid-19 ความโกลาหลในวงการศึกษาและสังคมโลก

นึกว่าเขียนเรื่อง covid-19 ฉบับที่แล้วจะเป็นฉบับแรกและฉบับสุดท้ายซึ่งสถานการณ์น่าจะเบาบางลงแล้ว สำหรับฉบับนี้ น่าจะได้เขียนถึงเรื่องอื่นๆบ้าง กลับกลายเป็นว่าในเดือนนี้ยิ่งหนักกว่าเดือนที่แล้วและหนักขึ้นเรื่อยๆไม่มีท่าทีว่าจะผ่อนลงไป สำหรับโควิด-19 นี้จะต้องเขียนระบายต่อเนื่องในฉบับนี้อีกครั้ง

ความโกลาหลในวงการศึกษานับถึงวันนี้ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนบันตั้งแต่การศึกษาระดับอนุบาลจนถึงมัธยมและอาชีวะศึกษาที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงศึกษาธิการว่าจะรับมือโควิด-19นี้อย่างไร การรับนักเรียนเข้าระดับอนุบาล1 เข้าม.1 เข้าม.4 จนถึงเข้าอาชีวะว่าจะจัดระบบการสอบเข้าโดยวิธีไหน สมัครออนไลน์ สอบออนไลน์ จะทำได้มากน้อยแค่ไหน เพราะระบบไอทีบ้านเราแม้จะมีบริการจำนวนมากแต่ไม่มีระบบที่แน่นอน ผู้ปกครอง และเด็กจำนวนมากจะต้องเสียโอกาสในการรับรู้หรือไม่ และเมื่อรับเด็กเข้ามาในระบบแล้ว การเรียนการสอน ช่วงเปิดเทอมใหม่ในเดือนพ.ค.ที่จะถึงใกล้เข้ามาแล้วจะจัดระบบการเรียนการสอนอย่างไร ถ้าสถานการณ์รุนแรงของโควิด-19 ไม่ลดลง ซึ่งก็ทราบแพลมๆออกมาจาก รมว.ศธ.คนปัจจุบัน (นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ) และดร.อำนาจ วิชยานุวัติ เลขาสพฐ.บอกจะให้มีการสอบเข้าระบบออนไลน์ และเปิดเทอมต้องสอนระบบออนไลน์ จะสามารถทำได้จริงๆแค่ไหน หรือทำได้เฉพาะโรงเรียนและสถานศึกษาที่อยู่ในเมืองเท่านั้นอันนี้เป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่งของผู้นำการศึกษายุคนี้

ในส่วนของระดับอุดมศึกษาซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงอุดมศึกษาและอยู่ในมือของสภามหาวิทยาลัยต่างๆก็โกลาหลไม่แพ้ระดับพื้นฐานเพราะช่วงนี้ แต่ละมหาวิทยาลัยกำลังสอบปลายภาค/62ทำให้ทุกมหาวิทยาลัยต้องปรับตัวกันให้ทันสถานการณ์โดยปรับการสอบในระบบออนไลน์ ซึ่งบางหลักสูตรก็ใช้ google classroom เป็นปรนัยได้ง่ายบางสาขาก็ปรับยากโดยเฉพาะอย่างยิ่งสาขานิติศาสตร์ของผู้เขียนเองส่วนใหญ่ต้องสอบแบบอัตนัยคือใช้ระบบอ้างอิงข้อกฏหมายมาอธิบายอุทาหรณ์ที่ให้โจทย์ไว้ พอมาเป็นระบบออนไลน์นั่นหมายความว่าต้อง Take home คือทำที่บ้านสามารถเปิดตำราได้ก็เล่นเอาอาจารย์ปวดหัว เป็นตำราออกข้อสอบใหม่ระบบออนไลน์แทบไม่ทัน นี่ยังไม่รวมถึงการเปิดรับนักศึกษาใหม่ในระบบทีแคสรอบ3-5 ซึ่งกำลังเปิดรับอยู่ในขณะนี้และจะต้องเปิดรายงานตัวและเปิดสอนในช่วงมิถุนายนที่จะถึงนี้ก็ยังพอหายใจคิดแผนรับมืออีก2เดือนข้างหน้านี้ได้ว่าจะวางแผนรับมือออย่างไร

หันไปดูทางด้านสังคมโลกบ้างก็ยิ่งหนักว่าสังคมไทยหลายร้อยเท่าเพราะสถิติการติดเชื้อการเจ็บการตายแล้วไทยยังเป็นรองอีกมากโดยเฉพาะพี่เบิ้มของโลกอย่างจีนกับสหรัฐซึ่งเดิมที่อเมริกาเคยเป็นพระเอกในใจของโลกเสรีนิยมมาตลอด แต่พอมาถึงสถานการณ์โควิด-19 อเมริกาโดย โดนัลด์ ทรัมป์กลับถูกลุงสี จิ้นผิง ผู้นำของจีนมาเป็นพระเอกแทนซะแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกลุ่มอียูอย่างอิตาลี สเปน และอีกหลายประเทศลุงสียื่นมือเข้าไปช่วยได้หมด ในขณะที่ลุงทรัมป์ไม่ต้องพูดถึงการช่วยคนอื่นเพราะแม้แต่ตัวเองก็ยังเอาตัวไม่รอดแล้ว

ดังนั้นความโกลาหลทั้งไทยและเทศคราวนี้ขอให้ทุกท่านรักษาตัวเองให้ดีนะครับ ช่วยชาติด้วยการกักตัวเองอยู่บ้านไว้ก่อนสู้ๆนะครับ

โดย-ดร.เพิ่ม หลวงแก้ว เลขาธิการมูลนิธิครูประชาบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

แสดงความคิดเห็น