ช็อค ! เงินครูสอ.ขก.หายเพิ่มเป็นกว่า1,200ล้าน/ปธ.ฯเผยถูกแบงก์ขอคืนเงินก่อนกำหนด

“ดร.อนุศาสตร์ สอนศิลพงศ์”เผยสถาบันการเงินขอคืนเงินกู้ก่อนสิ้นสุดสัญญา วอนสมาชิกหยุดการเคลื่อนไหว “ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล” โต้เป็นเพราะขาดความเชื่อมั่นกรรมการชุดปัจจุบันฯจัดสรรโบนัสให้ตนเองโดยไม่ชอบธรรม จี้ให้ลาออกทั้งชุด แพลมยอดเงินเสียหายเพิ่มเป็นกว่า 1,200 ล้านบาท

ดร.อนุศาสตร์ สอนศิลพงศ์ ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด (สอ.ขก.) ออกแถลงการณ์ถึงสมาชิกฯ ระบุว่า จากการที่มีข่าวความเคลื่อนไหวต่างๆ จากสื่อมวลชนและสื่อออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ทำให้สถาบันการเงินต่างๆลดความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นในสหกรณ์

ทั้งนี้ล่าสุด สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานการบินไทย และธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ขอคืนเงินกู้ยืมก่อนสิ้นสุดสัญญา ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ขึ้นดอกเบี้ยร้อยละ 4 เป็นร้อยละ 4.5 บาทเท่ากับเป็นการบอกขอเงินกู้คืน โดยไม่บอกตรงๆ ขอทางอ้อมโดยขึ้นอัตราดอกเบี้ย

จากเหตุการณ์ความเคลื่อนไหว ดังกล่าวคาดว่าจะมีสถาบันการเงินต่างๆ ขอคืนเงินจากสหกรณ์ก่อนสิ้นสุดสัญญา มติที่ประชุมใหญ่ให้คณะกรรมการฯดำเนินการกู้เงินจากสถาบันต่างๆ จำนวน 14,000 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการฯวางแผนเพื่อขอกู้เงินจากสถาบันฯซึ่งช่วงแรกก็รับปากว่าจะให้เคดิตกับสหกรณ์ ณ ปัจจุบันได้รับการประสานงานให้ชะลอไว้ทุกสถาบันการเงิน

“คณะกรรมการฯวางแผนที่จะเพิ่มวงเงินกู้ฉุกเฉิน จากหนึ่งแสนบาท เป็นสองแสนบาท ตามข้อเสนอของผู้แทนสมาชิกเลยต้องชะลอไว้ก่อน ผมจึงขอร้องและขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่าน งดการเคลื่อนไหวต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสหกรณ์ฯและสมาชิกโดยส่วนรวม”ดร.อนุศาสตร์กล่าวและว่า

การที่สมาชิกเกิดความเสียหายตั้งแต่ปี 2554 คณะกรรมการฯได้ดำเนินการในฐานะผู้แทนนิติบุคคลตามขั้นตอนของกฎหมาย และเชื่อมั่นได้ว่า ทรัพย์สินของสหกรณ์ ต้องได้กลับคืนมา คนที่ทำผิดต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมาย ถ้าพวกเรายังเดินหน้าสร้างความเคลื่อนไหวอยู่ การกู้เงินสามัญต้องรอคิว ตนจึงได้ส่งสัญญาณมาให้ทุกคนได้รับทราบ

ด้านดร.วิศร์ อัครสัตติกุล ประธานชมรมสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ขอนแก่น กล่าวว่า เหตุผลที่สถาบันการเงิน (เจ้าของเงินฝาก เจ้าของหุ้น)ขอเงินคืนก่อนกำหนด เนื่องจากการขาดความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการของกรรมการชุดปัจจุบัน มีความผิดฐานจงใจขัดคำสั่งตามกฎหมายนายทะเบียนกรณีการจัดสรรหุ้นกำไรสุทธิครั้งที่ผ่านมา และขาดความชอบธรรมเพื่อการได้มาซึ่งโบนัส 20 ล้านบาท ของคณะกรรมการฯและเจ้าหน้าที่ จนนำไปสู่การเพิกถอนมติและคดีความต่างๆจะตามมา

“เจ้าหนี้ทั้งหลายทราบดีกว่าคณะกรรมการชุดปัจจุบัน มีจำนวนมากกว่ากึ่งหนึ่งหรือ 11 คน ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนกระทำให้สหกรณ์เสียหายกว่า 1,200 ล้านบาท มิใช่ 400 ล้านบาท ดังที่คณะกรรมการฯเปิดเผยออกมา”ดร.วิศร์ กล่าวและว่า

ผู้มีอำนาจสูงสุดในการจัดการ คือ ผู้จัดการอยู่ในกลุ่มที่ทำให้สหกรณ์เสียหายด้วย ตลอดจนคณะกรรมการชุดปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของนายทะเบียนที่จะสั่งให้พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ สถาบันการเงิน (เจ้าหนี้) จึงระมัดระวังในการทำธุรกรรมทางการเงินกับสหกรณ์ อันจะเกิดผลให้สหกรณ์ฯขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างรุนแรงในอนาคต

ดร.วิศร์กล่าวอีกว่า การประกาศกล่าวหาสมาชิกที่ร่วมกันออกมาปกป้องทรัพย์สินของตนเองอย่างชอบธรรม จึงเป็นการตอกย้ำการขาดความน่าเชื่อถือของสหกรณ์ฯเพิ่มเติม แนวทางการแก้ไขปัญหามีอยู่ว่าต้องเปลี่ยนกรรมการฯชุดนี้ทั้งคณะโดยการประชุมใหญ่ หรือการให้นายทะเบียนสั่งการให้ประธานฯพร้อมคณะกรรมการฯและผู้จัดการฯเสียสละพร้อมกันลาออกเพื่อเปิดทางให้ผู้บริสุทธิ์เข้าไปทำหน้าที่แทนเพื่อความมั่นคงของสหกรณ์

แสดงความคิดเห็น