แม่นบ่?.. 36 กก.สหกรณ์ไม่เกี่ยวข้องเงินหาย เจ้าหน้าที่ทำเอกสารการประชุมทั้งหมด

“บัวเรียน อโรขยานันท์” อดีตกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครู แจงกรณีซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ผลการตรวจสอบไม่พบว่าหลักฐานหรือเจตนาว่า สหกรณ์ขอนแก่นทุจริต ยืนยันคณะกรรมการและบุคคลที่ระบุถึง 36 คน ไม่มีใครสามารถสั่งใครได้ การประชุมฯมีฝ่ายจัดการฯเตรียมการและตรวจสอบเอกสารตามขั้นตอนทั้งหมด กรรมการฯไม่ได้มีหน้าที่ไปตรวจสอบบัญชี

นายบัวเรียน อโรขยานันท์ อดีตกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด (สอ.ขก.) ชุดที่ 48/2553 ชุดที่ 53/2558 และ 54/2559 เปิดเผยว่า ตนไม่ขอกล่าวถึงคดีความผิด กรณีเงินของสอ.ขก.หายไป 431 ล้านบาท ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ให้บทเรียนที่เจ็บปวดและสะเทือนใจให้ตระหนักถึงอุบัติภัยที่สร้างความสูญเสียที่ร้ายกาจ ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการทางกระบวนการยุติธรรม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น และสอ.ขก.ซึ่งเป็นผู้ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดขอนแก่นไปแล้ว

“เรื่องการยักยอกและความผิดเกี่ยวกับเอกสาร เท็จ คือ การติดตามเงินของสหกรณ์ฯที่ถูกยักยอกไปคืนมาและนำตัวผู้กระทำผิดทั้งหมดมารับโทษ ต้องรอติดตามผลทางคดีความต่อไป เจ็บปวดสาหัสถึงเพียงนี้ โต้เถียงกันไปก็ป่วยการ”นายบัวเรียนกล่าว

นายบัวเรียนกล่าวถึงกรณีที่ถูกระบุว่า ตนเองอาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดในช่วงเป็นกรรมการสหกรณ์ชุดที่ 48/2553 กรณีการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ว่า ดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำการสอบสวนเกี่ยวกับคดีแชร์ลอตเตอรี่ในสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศ รวมทั้งสก.ขก. และจากการตรวจสอบแล้วพบว่า มีสหกรณ์ออมทรัพย์เข้าทำสัญญาซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลกับ 3 บริษัท รวม 20 สัญญา คิดเป็นเงินค่าจองซื้อสลากล่วงหน้าจำนวน 7,556,800,000 บาท

ทั้งนี้มีการดำเนินคดีกับสหกรณ์ออมทรัพย์ที่กระทำความผิด จนคดีความถึงที่สุดแล้ว ศาลฎีกาพิพากษาเป็นบรรทัดฐานว่า แม้การจัดซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลของคณะกรรมการฯจะผิดวัตถุประสงค์ของสหกรณ์ แต่เห็นว่าการกระทำความผิดดังกล่าวจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่น หรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยและการกระทำผิดหน้าที่เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน

นายบัวเรียนกล่าวอีกว่า นอกจากจะมีเจตนากระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญาแล้ว ยังต้องมีเจตนาพิเศษ โดยทุจริต กล่าวคือ ต้องเป็นการกระทำเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย สำหรับตนเองหรือผู้อื่น ยังผลให้มีการยกฟ้องการกระทำของสหกรณ์ที่ไม่มีการทุจริต และมีการลงโทษคณะกรรมการฯที่มีการทุจริตถึงจำคุกไปแล้ว

“ผลการดำเนินการตรวจสอบสหกรณ์ครูขอนแก่น ปรากฏว่าไม่มีเหตุจูงใจเจตนาทุจริตให้สหกรณ์เสียหายแต่อย่างใด และไม่มีหลักฐานหรือ ข้อเท็จจริงในการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลว่า มีการกระทำผิดหน้าที่โดยการทุจริตด้วยเช่นกัน”นายบัวเรียนกล่าว

นายบัวเรียนกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีมีเหตุอันสงสัยว่าคณะกรรมการส่วนหนึ่ง อาจเป็นเครือขายหรือมีส่วนร่วมในการยักยอกและปลอมแปลงเอกสารในคดีความที่กล่าวถึงข้างต้นนั้น ข้อเท็จจริงก็คือ กรรมการฯแต่ละคนสามารถคิดตัดสินใจด้วยตัวเองยึดมั่นในความถูกต้อง สุจริต เชื่อมั่นในตัวเองสูงพอที่จะไม่ให้ใครมาครอบงำ สั่งให้ซ้ายขวาหันตามใจปรารถนาได้ คณะกรรมการฯ ดำรงตำแหน่งวาระ 2 ปี

“เมื่อครบ 1 ปี ต้องเปลี่ยนออกจากวาระ 7 คน การทำงานแต่ละปีสิ้นสุดแล้วก็ไม่ไปข้องเกี่ยวกับกรรมการชุดต่อไปได้ กรรมการทั้ง 36 คน ที่มีการระบุชื่อ ไม่เคยได้ร่วมงานกันเลยก็มี แม้จะได้รับเลือกตั้งเข้ามาอีก โดยการประชุมในแต่ละครั้ง ฝ่ายจัดการจะเป็นผู้ทำระเบียบวาระการประชุม รวมถึงนำเสนอข้อมูล เอกสารประกอบการประชุมต่อคณะกรรมการฯ”นายบัวเรียนกล่าว

นายบัวเรียนกล่าวว่า คณะกรรมการฯไม่ได้มีหน้าที่ไปตรวจสอบสมุดบัญชีคู่ฝากเงินทุกเล่ม เพราะฝ่ายจัดการหรือเจ้าหน้าที่สหกรณ์เป็นผู้เสนอ และได้ยืนยันความถูกต้องมีการบันทึกการประชุมไว้ทุกครั้ง มีคณะกรรมการตรวจสอบกิจการจากการเลือกตั้ง มีผู้ตรวจสอบบัญชีเอกชนที่สหกรณ์จัดจ้าง และผู้ตรวจของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์เข้าประชุมร่วมด้วยทุกครั้งถือว่าเป็นผู้ร่วมยืนยันความถูกต้องและเมื่อสิ้นปีก็ต้องนำเสนอที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี

“การกล่าวหาลอย ๆย่อมผิดจากข้อเท็จจริงแห่งเกียรติภูมิและศักดิ์ศรี ความมุ่งมั่น จริงใจและรับผิดชอบเพื่อให้งานที่ได้รับมอบหมายประสบความสำเร็จ เป็นผลดีต่อส่วนรวมและสุดท้ายคือ ไม่มีหลักฐานว่าได้ร่วมกระทำบันทึกการตกลงสั่งการใดใดทั้งสิ้น”นายบัวเรียนกล่าว

แสดงความคิดเห็น