แจ้งจับ ดร.อนุศาสตร์ฯฐานฉ้อโกงโบนัส 20 ล้าน ไม่บรรจุวาระกันหนี้ 431ลบ. เข้าที่ประชุมใหญ่

“ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล” เดินหน้าแจ้งความเอาผิดกับ “ดร.อนุศาสตร์ สอนศิลพงศ์” ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น และคณะกรรมการ ฐานฉ้อโกงเจตนาปกปิดข้อมูลไม่บรรจุระเบียบวาระคำสั่งนายทะเบียนให้กันหนี้สงสัยจะสูญ 431.8 ล้านบาท ให้ที่ประชุมใหญ่พิจารณา ระบุหวังเงินปันผลและโบนัส20ล้านให้ตนเองและพวก 

เมื่อเวลา 16.40 น.วันที่ 13 พ.ค. ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล ประธานชมรมสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น พร้อมด้วยคณะได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.วรพรต อุติลา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ ดร.อนุศาสตร์ สอนศิลพงศ์ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด (สอ.ขก.) และกรรมการฯ ในข้อหาฉ้อโกงสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด (สก.ขก.) และกระทำผิดพ.ร.บ.สหกรณ์ฯ 2542 เหตุเกิดที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยพนักงานสอบสวนเวรฯได้รับการร้องทุกข์แล้ว

ลิ้งก์ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘เอกราช ช่างเหลา’ ย่องเงียบ เซ็นต์รับสภาพหนี้ 431 ลบ.

ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล ประธานชมรมสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น เปิดเผยว่า ตนและสมาชิกชมรมฯได้ติดตามตรวจสอบกิจการของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด (สอ.ขก.) พบว่า ก่อนการประชุมใหญ่สามัญ สก.ขก. ประจำปี 2562 วันที่ 13 ก.พ.2563 นายทะเบียนสหกรณ์ ได้มีคำสั่งให้สอ.ขก.ตั้งกันหนี้สงสัยจะสูญเต็มจำนวน คือ 431,862,070.43  บาท (สี่ร้อยสามสิบเอ็ดล้านแปดแสนหกหมื่นสองพันเจ็บสิบบาทสี่สามสตางค์) ซึ่งนายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ได้ทำการยักยอกออกไปจากสหกรณ์ฯ โดยหักลบออกจากตัวเลขกำไรของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นทั้งหมด

รวมทั้งผู้สอบบัญชีก็ได้มีความเห็นไว้ในหมายเหตุงบการเงิน ของรายงานผลการดำเนินงานของสอ.ขก.ประจำปี 2562 แต่ปรากฏว่า ดร.อนุศาสตร์ ประธานคณะกรรมการและกรรมการฯไม่ได้ดำเนินการ  โดยการประชุมคณะกรรมการสหกรณ์ฯ เมื่อวัน 7 ก.พ.63 เพื่อพิจารณางบดุลและจัดทำระเบียบวาระการประชุมที่จะเสนอที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 ในวันที่ 13 ก.พ.63 ไม่ได้มีการบรรจุประเด็นความเห็นดังกล่าวให้ที่ประชุมใหญ่พิจารณา

“คณะกรรมการฯจะต้องนำเสนอวาระคำสั่งของนายทะเบียนสหกรณ์ ให้ที่ประชุมใหญ่ได้พิจารณา ว่าจะตั้งงบสำรองหนี้สงสัยจะสูญเต็มจำนวน 431.8 ล้านบาท หรือ จะตั้งหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 30 ล้านบาทตามแผนของสหกรณ์ ให้ผู้แทนสมาชิกได้รับทราบและพิจารณาเป็นทางเลือก แต่กลับเสนอเพียงแนวทางของตนเอง เพื่อมุ่งหวังเงินปันผลและโบนัสของตนเองและพวก”ดร.วิศร์กล่าวและว่า

การกระทำดังกล่าว มีเป้าหมายที่จะให้มีการนำกำไรส่วนเกินดังกล่าว ไปปันผลและให้โบนัสแก่ประธานกรรมการฯและคณะกรรมการดำเนินงาน เจ้าหน้าที่และบุคคลอื่นๆ จำนวน 20 ล้านบาท ซึ่งสำนักงานสหกรณ์จังหวัดขอนแก่น ในฐานะรองนายทะเบียนสหกรณ์ ได้มีคำสั่งเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ไปแล้ว ถือว่าการจัดสรรกำไรสุทธิประจำปี 2562 ไม่เป็นผลอีกต่อไป

ดร.วิศร์กล่าวอีกว่า การกระทำดังกล่าวนั้น ถือเป็นการฉ้อโกงเงินของสหกรณ์ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาและผิดพ.ร.บ.สหกรณ์ฯ ม.22 (2) ให้คณะกรรมการดำเนินการระงับการปฏิบัติการที่เป็นเหตุบกพร่องทำให้สูญเสียประโยชน์แก่สหกรณ์และสมาชิก ประกอบกับ มาตรา 132  ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามตามที่นายทะเบียนสั่งการถือว่าเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 22 มีโทษทั้งจำและปรับซึ่งตนได้ขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ดร.อนุศาสตร์ สอนศีลพงศ์ ได้ชี้แจงเหตุผลที่ไม่ได้กันหนี้เผื่อจะสูญไว้เต็มจำนวนเพราะไม่ต้องการให้กระทบกับเงินปันผลและโบนัสของคณะกรรมการฯและเจ้าหน้าที่ โดยเขาและคณะกรรมการฯได้จัดทำแผนสำรองหนี้สงสัยจะสูญให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้พิจารณา โดยแบ่งเป็นปีที่ 1 จำนวน 30 ล้านบาท ปีที่ 2 จำนวน 50 ล้านบาท ปีที่ 3 จำนวน 80 ล้านบาท และปีที่ 4 จำนวน 100 ล้านบาทเศษ  ส่วนคำสั่งเพิกถอนมติวาระที่ 3.2 การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2563 อยู่ระหว่างอุทธรณ์นายทะเบียนสหกรณ์ คาดว่าผลการอุทธรณ์จะออกมาภายในเดือนพฤษภาคมนี้

                  …………………..

แสดงความคิดเห็น