วิถีใหม่สื่อ หลังโควิด 19 : ปฐมบท

เป็นความพยายามมองภาพอนาคตของสื่อมวลชน หลังวิกฤตการณ์โควิด 19 ด้วยความคาดหวังว่า วิกฤติจะเป็นโอกาสให้สื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพให้สูงขึ้น โดยจะทยอยนำเสนอต่อเนื่องจากนี้
จักร์กฤษ เพิ่มพูล
กรรมการนโยบายไทยพีบีเอส ด้านกิจการสื่อมวลชน
————————-
คนในอาชีพสื่อมวลชน ถูกแรงเหวี่ยงจากโรคโควิด 19 ไม่น้อยไปกว่าคนในอาชีพอื่น ๆ ขนาดของความรุนแรงครั้งนี้มากยิ่งกว่าในยุควิกฤตต้มยำกุ้ง หนักกว่าช่วงถดถอยของทีวีดิจิทัล ที่จาก 24 ช่อง เหลือเพียง 15 ช่อง มนุษย์เงินเดือนในอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล ถูกเลย์ออฟมากที่สุดเป็นประวัติการณ์
.
ปิดฉากความฝันเฟื่อง ของผู้ประกอบการสื่อบางราย ที่ขยายฐานจากธุรกิจสื่อหนังสือพิมพ์ โดยหวังว่า ทีวีดิจิทัลจะเป็นโอกาสในการฟื้นตัว ทำกำไร แย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด จากช่องทีวีเดิมที่ผูกขาดมายาวนาน แต่ความจริงกลับแบกหนี้มหาศาล รายได้โฆษณาไม่เข้าเป้า จนกระทั่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องใช้มาตรา 44 เข้ามาช่วยอุ้มให้พ้นวิกฤต ยุคทองในความฝัน ยังไม่ทันได้เกิดขึ้น ความตายก็มาถึงเสียก่อนแล้ว
.
ยังไม่นับถึงความพลิกผันในอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล ที่เคยคาดหวังกันว่า จะเป็นตลาดแรงงานขนาดใหญ่ รองรับผู้ที่จบมาทางด้านวารสารศาสตร์ นิเทศศาสตร์ ที่ล้นเกินความต้องการในสื่อหนังสือพิมพ์ จากการไหลบ่าเข้ามาของสื่อออนไลน์ จนกระทั่งหลักสูตรด้านสื่อสารมวลชน ในหลายสถาบันการศึกษา ต้องปรับตัวกันขนานใหญ่
.
-การปรับตัวคือความอยู่รอด-
ปรากฎการณ์ “โควิด 19” ครั้งนี้ มีนัยสำคัญที่แตกต่างจากวิกฤติครั้งก่อนๆ ที่ผ่านไป แล้วก็ค่อยๆฟื้นตัวกลับมา ธรรมชาติคัดกรองคนที่แข็งแรงยังคงทำงานในวิชาชีพสื่อได้ต่อไป คนที่อ่อนแอก็ออกจากอาชีพนี้ไป แต่ครั้งนี้ ความแข็งแรง ความฉลาดไม่ได้เป็นปัจจัยบวกอีกต่อไป
.
ชาร์ลส ดาร์วิน บอกว่า “ผู้ที่จะอยู่รอดได้ไม่ใช่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด หรือฉลาดที่สุด แต่เป็นผู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้ดีที่สุด” ความเปลี่ยนแปลง หลังโควิด 19 อาจเป็นความเปลี่ยนแปลงชนิดพลิกฟ้า คว่ำแผ่นดิน นั่นคือ ทุกสรรพสิ่งเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความไม่ปกติในวิถีชีวิตประจำวัน จะกลายเป็นเรื่องปกติ ชีวิตแบบใหม่ การหากินแบบใหม่ จะเข้ามาแทนที่วิถีชีวิตแบบเก่า เราเรียกปรากฎการณ์เช่นนี้ว่า “นิว นอร์มัล” (New Normal) เป็นคำศัพท์ที่เคยใช้อธิบายปรากฎการณ์หลังวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในสหรัฐ ช่วงปี 2007 – 2009

 

แสดงความคิดเห็น