ฟ้องแล้ว“ดร.วิชร์ อัครสันตติกุล” พร้อมพวก 4 คน ในฐานะเป็นตัวแทนสมาชิกเจ้าของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นและผู้มีส่วนได้เสียเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง อดีตประธานและกรรมการฯตั้งแต่ปี 54- 61 รวมทั้ง “เอกราช ช่างเหลา” ส.ส.พลังประชารัฐ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชี ฐานยักยอกทรัพย์จัดทำบัญชีและรายงานการเงินอันเป็นเท็จ 

เมื่อเวลา 9.30 น. วันที่ 22 พ.ค. 63 ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล ประธานชมรมสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยกรรมการชมรมฯ ประมาณ 30 คน พร้อมด้วยทนายความ ได้เดินทางไปที่ศาลจังหวัดขอนแก่นโดยมีการถือป้ายเขียนข้อความระบุว่า “ผู้ทำมิชอบด้วยการใด มิควรได้ประโยชน์เพื่อการนั้น”และ“คุกมีไว้ขังคนชั่ว เรารวมตัว เพื่อตามล่าคนโกง จากนั้นได้ทำการยื่นสำนวนฟ้องนายสุริยนต์ วะสมบัติ เป็นจำเลยที่ 1

พร้อมด้วยพวกจำนวน 37 คน ซึ่งเป็นอดีตประธานและอดีตกรรมการสหกรณ์ครูขอนแก่น จำกัด อดีตผู้จัดการและเจ้าหน้าที่สหกรณ์ ตั้งแต่ปี 2554- 2561 ในข้อหาร่วมกันยักยอกทรัพย์จัดทำบัญชีและงบการเงินอันเป็นเท็จ เสนองบ การเงินอันเป็นเท็จเป็นคดีความอาญา

หลังจากนั้น สมาชิกชมรมสหกรณ์ฯจำนวนประมาณ 10 คนได้เดินทางต่อไปพบนางวราลักษณ์ กุลบวรรัตน์ สหกรณ์ได้มีการเรียกเก็บจากสมาชิกที่ได้กู้เงินจากสหกรณ์

โดยอ้างว่าเพื่อเป็นการค้ำประกันเงินกู้และได้มีการพิจารณาแล้วว่าสหกรณ์ไม่สามารถกระทำได้ ทั้งนี้นางวรลักษณ์ ได้ชี้แจงว่าไปแล้วว่าได้สั่งให้ยุติการดำเนินการไปแล้วโดยที่ยังมีการหักเงินเพราะสมาชิกได้กู้ก่อนที่คำสั่งห้ามแต่หากว่าดำเนินการหลังออกคำสั่งจะเป็นความผิด

ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล ประธานชมรมสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการที่เงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ได้หายไปเป็นจำนวน 400 ล้าน ซึ่งสมาชิกเกรงว่า การดำเนินคดีและการติดตามเอาเงินกลับคืนมาจะไม่เป็นผลสำเร็จเท่าที่ควร ชมรมฯมีความจำเป็นที่จะต้องฟ้องคดีกับนายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.พลังประชารัฐ อดีตผู้จัดการสหกรณ์ละคณะกรรมการดำเนินการตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งผู้จัดการสหกรณ์ฯ และเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องรวม 37 คน

“แม้ว่าเงินที่หายไปในเบื้องต้นจะปรากฏว่าบุคคลซึ่งนำเงินไปฝากที่ธนาคารไทยพาณิชย์ กรุงเทพ ฯจะมีเพียง 4 -5 คน ซึ่งถือว่าการกระทำความผิดสำเร็จแล้ว แม้ว่าจะมีการกล่าวอ้างว่า มีการนำเงินมาคืนแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่พ้นความรับผิด”ดร.วิศร์กล่าวและว่า

ดร.วิศร์กล่าวอีกว่า ในส่วนของคณะกรรมการดำนินการชุดต่อมา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพียงกลุ่มบุคคลที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาทำหน้าที่กรรมการตลอดเวลา ก็ถือว่า เป็นผู้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดด้วย ตามกฏหมายอาญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ฯ ประกอบกับข้อบังคับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด พ.ศ. 2558 หมวด 8 ที่ว่าด้วยคณะกรรมการดำเนินการ ตั้งแต่ข้อ 70 ถึงข้อ 77

โดยเฉพาะข้อ 71 ที่กล่าวถึงอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการดำเนินการแต่ละตำแหน่งไว้ชัดเจน ซึ่งจะต้องดำเนินการให้เป็นไปโดยความเรียบร้อยตามวัตถุประสงค์ของสหกรณ์ ภายใต้กฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ มติและคำสั่งของสหกรณ์เป็นสำคัญ และในส่วนของเหรัญญิก มีหน้าที่ควบคุม ดูแล ตรวจสอบการรับจ่าย และเก็บรักษาเงินและทรัพย์สินของสหกรณ์ให้เป็นไปโดยความเรียบร้อย

สำหรับความรับผิดชอบของคณะกรรมการดำเนินการ ตามข้อ 77 ระบุว่า “ความผิดชอบของคณะกรรมการดำเนินการในกรณีคณะกรรมการดำเนินการกระทำการ หรืองดเว้นกระทำการหรือการกระทำโดยประมาทเลินเล่อในการปฏิบัติหน้าที่ของตน จนทำให้เสียผลประโยชน์ของสหกรณ์ หรือสมาชิก อันเป็นเหตุให้สหกรณ์มีข้อบกพร่องเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี หรือกิจการ หรือฐานะการเงินตามรายงาน

การตรวจสอบบัญชีหรือรายงานการตรวจสอบเป็นเหตุให้สหกรณ์ได้รับความเสียหายคณะ กรรมการดำเนินการต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่สหกรณ์ในการดำเนินกิจการของสหกรณ์ กรรมการ หรือผู้จัดการ ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฏหมาย วัตถุประสงค์ขอบเขตแห่งการดำเนินกิจการที่พึงดำเนินการได้ของสหกรณ์ ข้อบังคับของสหกรณ์ และมติที่ประชุมใหญ่

ทั้งนี้ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของสหกรณ์หรือสมาชิกคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ กรรมการ หรือผู้จัดการ ต้องรับผิดชอบร่วมกันในความเสียหายต่อสหกรณ์ในกรณีดังต่อไปนี้ แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของนายทะเบียนสหกรณ์ ดำเนินกิจการนอกขอบวัตถุประสงค์ หรือนอกขอบเขตแห่งการดำเนินกิจการที่พึงจะดำเนินการได้ของสหกรณ์

คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ กรรมการ หรือผู้จัดการ ไม่ต้องรับผิดในกรณี ดังต่อไปนี้ พิสูจน์ได้ว่าตนมิได้ร่วมกระทำการอันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่สหกรณ์ ได้คัดค้านในที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์โดย ปรากฎในรายงานการประชุม หรือได้ทำคำคัดค้านเป็นหนังสือยื่นต่อประธานที่ประชุมภายในสามวันนับแต่สิ้นสุดการประชุม

ดังนั้น ชมรมสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ในฐานะเป็นตัวแทนสมาชิกผู้มีส่วนได้เสียและเป็นเจ้าของสหกรณ์ด้วย ได้ประชุมแล้วมีมติให้ฟ้องคดีกับกลุ่มคณะบุคคลดังกล่าวเพื่อปกป้องรักษาสิทธิประโยชน์ของสหกรณ์และของมวลสมาชิกโดยทางศาลต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า ในคำฟ้องดังกล่าวนั้นบุคคลที่ตกเป็นจำเลย จะประกอบไปด้วย อดีตประธานและอดีตกรรมการตั้งแต่ปี 2554 -2561 โดยจะมีนายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ อดีตผู้จัดการ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีของสหกรณ์บางคนรวมอยู่ด้วย

 

ลิ้งก์ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฟ้องแล้ว…’เอกราช ช่างเหลา’ นัดไต่สวน 3 สิงหาฯยักยอก 431 ล้าน /ปลอมบุ๊กแบงก์/รับของโจร

ฟ้องซ้ำ “เอกราช ช่างเหลา” พร้อมอดีตกรรมการสหกรณ์ครู 36 คน มีมติขัดวัตถุประสงค์และปล่อยให้ทำผิดต่อเนื่อง

 

แสดงความคิดเห็น