อีสานโพล เผยผลสำรวจเรื่อง “คนอีสานกับการการเลือกตั้งท้องถิ่น” รับได้กับการซื้อเสียงแต่จะเลือกคนที่ชอบ สังกัดพรรคได้เปรียบนโยบายรองลงมา หากเลือกตั้งส.ส. ขณะนี้เพื่อเพื่อไทยได้รับความนิยมสูงสุด

ผศ.ดร.สุทินเวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพลเปิดเผยว่า คนอีสานให้ความสำคัญกับการใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส. มากกว่า การเลือกตั้งท้องถิ่น  ช่วงมกราคม – มีนาคม 2564 เหมาะสมเลือกตั้งท้องถิ่นมากที่สุด 3 ปัจจัยสำคัญในการชนะเลือกตั้งท้องถิ่นในอีสาน คือ การสังกัดพรรคที่ชอบ นโยบายหาเสียง และประวัติและผลงานผู้สมัคร ส่วนใหญ่รับได้กับการซื้อเสียงแต่จะเลือกคนที่ชอบการสังกัดพรรคเพื่อไทยจะทำให้ได้เปรียบการเลือกตั้งท้องถิ่นที่สุด ตามมาด้วยพรรคพลังประชารัฐ ส่วนการเลือกตั้งผู้ว่าเหมือน กทม. เกินครึ่งต้องการภายใน 5 ปี และคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยยังนำเป็นอันดับ 1

การสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นของคนอีสานที่มีต่อการเลือกตั้งท้องถิ่น ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 19-21 มิถุนายน 2563 จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,106 ราย ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด

ผลสำรวจในรายละเอียดเป็นดังนี้ เมื่อสอบถามว่า การเลือกตั้งใดที่ท่านให้ความสำคัญในการไปใช้สิทธิ์มากที่สุด พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 74.9 ให้ความสำคัญกับการเลือกตั้ง ส.ส. มากที่สุด รองลงมา ร้อยละ 12.5 ให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งอบต. หรือเทศบาล และ ร้อยละ 4.6 ให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งอบจ.ในขณะที่ร้อยละ 8.0 ไม่แน่ใจ

การเลือกตั้งใดที่ท่านให้ความสำคัญในการไปใช้สิทธิ์มากที่สุด

เมื่อถามต่อว่า การเลือกตั้งท้องถิ่น (อบจ. อบต. และ เทศบาล) ควรจัดในช่วงใด พบว่า ประมาณครึ่งหนึ่งหรือร้อยละ 50.1 เห็นว่าช่วง มกราคม – มีนาคม 2564  เหมาะสมมากที่สุด รองลงมา ร้อยละ 21.3 เห็นควรให้เร่งจัดเลือกตั้งในช่วง สิงหาคม –  กันยายน 2563  ตามมาด้วยช่วง ตุลาคม – ธันวาคม 2563 ร้อยละ 20.2  และมีเพียงร้อยละ 8.4 ที่คิดว่าควรจัดช่วง เมษายน – มิถุนายน 2564

 

การเลือกตั้งท้องถิ่น (อบจ. อบต. และ เทศบาล) ควรจัดในช่วงใด

เมื่อถามต่อว่า ท่านต้องการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งท้องถิ่นครั้งหน้ามากน้อยเพียงใด พบว่า เกินครึ่งหรือร้อยละ 56.7 ต้องการใช้สิทธิ์มาก รองลงมา ร้อยละ 28.3 ต้องการปานกลาง   ตามมาด้วย ร้อยละ 13.2 ที่ไม่ค่อยต้องการ และมีเพียงร้อยละ 1.8 ที่ไม่ต้องการเลย

ท่านต้องการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งท้องถิ่นครั้งหน้ามากน้อยเพียงใด

เมื่อสอบถามต่อว่า ปัจจัยใดที่สำคัญที่สุดที่ท่านใช้เลือกผู้สมัครในการเลือกตั้งท้องถิ่น พบว่า อันดับ 1 หรือร้อยละ 37.7 ระบุว่าการสังกัดพรรคหรือกลุ่มการเมืองที่ชอบ รองลงมา นโยบายหาเสียง ร้อยละ 26.9 ตามมาด้วย ประวัติและผลงานผู้สมัคร ร้อยละ 23.7  ขณะที่มีผู้ตอบว่าปัจจัยด้านการให้เงินหรือสิ่งของตอบแทนจากผู้สมัคร เพียงร้อยละ 4.1  การชักชวนของผู้นำชุมชนและหัวคะแนนมีเพียงร้อย 4.0 และการขยันลงพื้นที่ของผู้สมัครมีเพียงร้อยละ 3.6

ปัจจัยใดที่สำคัญที่สุดที่ท่านใช้เลือกผู้สมัครในการเลือกตั้งท้องถิ่น

เมื่อสอบถามต่อว่า คนในชุมชนท่านคิดเห็นอย่างไรกับการใช้เงินซื้อเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้ง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70.8 รับได้แต่จะเลือกคนที่ชอบ รองลงมา ร้อยละ 25.0 รับไม่ได้และไม่เลือกคนแจกเงิน และมีเพียงร้อยละ 4.2 ที่รับได้และจะเลือกคนที่ให้เงินมากกว่า

ในการเลือกตั้งท้องถิ่นในเขตท่าน การสังกัดพรรคหรือกลุ่มการเมืองใด จะทำให้มีโอกาสชนะมากขึ้น

เมื่อสอบถามว่า ในการเลือกตั้งท้องถิ่นในเขตท่าน การสังกัดพรรคหรือกลุ่มการเมืองใด จะทำให้มีโอกาสชนะมากขึ้น พบว่า เกินครึ่งหรือร้อยละ 54.1 ระบุว่าพรรคเพื่อไทย รองลงมา พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 21.0 ตามมาด้วยคณะก้าวหน้าร้อยละ 12.2 และพรรคภูมิใจไทยร้อยละ 9.0 ขณะที่เหลือร้อยละ 3.7 เป็นพรรคและกลุ่มการเมืองอื่นๆ

ในการเลือกตั้งท้องถิ่นในเขตท่าน การสังกัดพรรคหรือกลุ่มการเมืองใด จะทำให้มีโอกาสชนะมากขึ้น

เมื่อสอบถามต่อว่า ท่านต้องการให้จังหวัดของท่านมีการกระจายอำนาจและการเลือกตั้งผู้ว่าเหมือนกรุงเทพมหานครหรือไม่ พบว่า เกินครึ่งหรือร้อยละ 58.7 ต้องการภายใน 5 ปี รองลงมาร้อยละ 21.7 ไม่แน่ใจ ตามมาด้วยร้อยละ 12.1 ที่ไม่ต้องการเลือกตั้งผู้ว่าฯ เหมือน กทม. ร้อยละ 3.8 ตอบต้องการภายใน 15 ปี และร้อยละ 3.7 ต้องการภายใน 10 ปี

ท่านต้องการให้จังหวัดของท่านมีการกระจายอำนาจและการเลือกตั้งผู้ว่าเหมือนกรุงเทพมหานครหรือไม่

และสุดท้ายเมื่อสอบถามว่า ถ้าเลือกตั้ง ส.ส. วันนี้ ท่านมีแนวโน้มจะลงคะแนนให้พรรคใด พบว่า เกือบครึ่งหรือร้อยละ 47.7 มีแนวโน้มจะเลือกพรรคเพื่อไทย รองลงมา ร้อยละ 19.5 จะเลือกพรรคพลังประชารัฐ ตามมาด้วย ร้อยละ 17.4 จะเลือกพรรคก้าวไกล ร้อยละ 10.5 จะเลือกพรรคภูมิใจไทย   และร้อยละ 4.9 จะเลือกพรรคอื่นๆ

ถ้าเลือกตั้ง ส.ส. วันนี้ ท่านมีแนวโน้มจะลงคะแนนให้พรรคใด

 

 

แสดงความคิดเห็น