สมาคมครูชัยภูมิออกโรง ยื่นปปช.สอบผู้บริหารสกสค. ชี้5ข้อพิรุธอาจมีทุจริต

นายกสมาคมครูชนบทชัยภูมิ ออกโรงทำหนังสือถึงปปช.จี้ให้สอบผู้บริหารสกสค. หลังปลดพนักงาน 961 คน อ้างประสบปัญหาขาดทุน ระบุผู้บริหารไม่อาจหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้ และตั้งข้อสังเกตอาจมีการทุจริตหรือฉ้อฉลในการบริหารงาน พบพิรุธการกู้เงินบางบัญชีไม่ผ่านบัญชีผู้กู้  บางสัญญากู้มีการออกเช็คสั่งจ่ายตรงไปยังเจ้าหนี้  

รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังจากที่องค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดหาประโยชน์ให้สกสค.และมีหน้าที่ในการบริการส่งเสริมอำนวยความสะดวกในการจัดระบบการศึกษาของชาติในด้านการพิมพ์หนังสือเรียน เอกสารทางการศึกษา ผลิตอุปกรณ์การศึกษา บริหารธุรกิจทางการศึกษาได้ออกคำสั่ง สกสค.ที่ 85/2563 เรื่องเลิกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่ของสกสค. โดยให้เหตุผลว่าประสบปัญหาการขาดทุนต่อเนื่องมากกว่า15 ปี จึงจำเป็นต้องเลิกจ้างพนักงานเพื่อปรับปรุงอัตรากำลังและผลประโยชน์ตอบแทนให้สอดคล้องกับภาระกิจ ลงวันที่ 29 มิถุนายน 2563 ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค.เป็นต้นไป ลงนามโดย นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการ สกสค.

นายสานิตย์ พลศรี สมาคมครูชนบทจังหวัดชัยภูมิ ได้ทำหนังสือที่สค.ชย. 008/2563 ลงวันที่ 2 กรกฏาคม 2563 เรื่อง ขอให้ดำเนินการเอาผิดกับการทุจริตในองค์การค้าสกสค. และใช้อำนาจกู้เงินไม่ผ่านบัญชีขององค์การค้าของสกสค. เป็นการส่อทุจริตให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่งเรียน เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. สิ่งที่ส่งมาด้วย 1 คำสั่งองค์การค้าของ สกสค.ที่ 85/2563 จำนวน 1 ชุด 2. รายการเงินกู้ยืมขององค์การค้าของสกสค.จำนวน 1 รายการ

หนังสือระบุว่า ด้วยสมาคมครูชนบทจังหวัดชัยภูมิได้เฝ้าติดตามการบริหารงานของผู้บริหารองค์การค้า สกสค.มาโดยตลอด ได้ทนเห็นพฤติกรรมการฉ้อฉลที่ส่อทุจริตของการบริหารงานในองค์การค้าสกสค. จนไม่สามารถรับได้เพราะมีการใช้อำนาจในการแสวงหาผลประโยชน์โดยตลอดจนกระทั่งเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2563 นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการ กศนปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการขององค์การค้าสกสค.ได้ออกคำสั่งองค์การค้าของสกสค. เลิกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่องค์การค้าของ สกสค. จำนวน 961  คน ซึ่งเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัญหาในองค์การของสกสค.มายาวนาน

ปัญหาต่างๆ เหล่านี้เกิดจากการบริหารงานของฝ่ายบริหาร แต่ผลกระทบมาถึงพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยประการทั้งปวงในส่วนการบริหารที่ประสบภาวะขาดทุนฝ่ายบริหารองค์การค้าของสกสค.จะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะการบริหารองค์การค้าในยุคก่อนองค์การของ สกสค.เคยทำรายได้มีกำไรในแต่ละปีเป็นเงินจำนวนมหาศาล สามารถเกื้อกูลหน่วยงานในสังกัดได้เป็นอย่างดี

ในเวลาต่อมาเมื่อการบริหารองค์การค้าของ สกสค.ประสบภาวะขาดสภาพคล่องทางการเงิน ตั้งแต่พ.ศ.2559  เป็นต้นมา องค์การค้า สกสค.ได้ทำการกู้ยืมเงินของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ดังรายการที่ส่งมาพร้อมนี้ จากการกู้ยืมครั้งแรกเมื่อวันที่  17 มีนาคม 2559 จำนวนเงิน 500 ล้านบาทในสมัย นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สกสค จนกระทั่งกู้ยืมครั้งสุดท้ายคือครั้งที่ 7 เมื่อวันที่ 9 มษายน 2563 ในสมัยของ นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ ตำรงตำแหงแลขาธิการ สกสค.จำนวน 223,059,538,62 (สองร้อยยี่สิบสามล้านห้าหมื่นเก้าพันห้าร้อยสามสิบแปดบาทหกสิบสองสตางค์) รวมเงินในการกู้ยืมเงินขององค์การค้าของสกสดที่กู้ยืมเงินจากสำนักงานคณะกรรมการ สกสค.รวม 7 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 3,139,813,223.16 บาท (สามพันหนึ่งร้อยสามสิบเก้าล้านแปดแสนหนึ่งหมื่นสามพันสองร้อยยี่สิบสามบาทสิบหกสตางค์)

ข้อสังเกตจากการกู้ยืมเงินที่ผิดปกติในการกู้ยืมเงินโดยทั่วไป คือ 1 เงินบางสัญญาในจำนวนนี้ไม่ผ่านบัญชีของผู้กู้คือ องค์การค้าของ สกสค.2. เงินกู้บางสัญญามีการออกเช็ดถือจ่ายสั่งจ่ายโดยตรงไปยังเจ้าหนี้ขององค์การค้าของสกสค. เช่นโรงงานกระดาษ เป็นสิ่งผิดปกติและผิดระเบียบทางบัญชีของหน่วยงานแสดงว่ามีการสมยอมในการรับผลประโยชน์ร่วมกันแน่นอน

  1. 3. เมื่อการกู้ยืมเงินไม่มีหลักฐานการรับเงินผ่านบัญชีของผู้ยืมคือองค์การค้าของ สกสค.อยากทราบว่าเป็นการผิดระเบียบการบริหารหรือไม่เงินไม่ผ่านบัญชีสำนักงานองค์การค้าสกสค. ถึงเวลามีการทวงหนี้สินจะทวงหนี้กับใคร
  2. 4. ในวาระการบริหารงานของ นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการ สกสค.ในขณะเดียวกันยังดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค ควบคู่กัน เวลาองค์การค้าของสกสค. กู้เงินจากสำนักงานคณะกรรมการสกสค. นายดิศกุล เกษมสวัสต์ เป็นผู้ลงนามอนุมัติเงินกู้และนายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ ยังเป็นผู้ลงนามกู้ในฐานะลูกหนี้ตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. ไม่ทราบข้อกฎหมายสามารถทำได้หรือไม่
  3. ข้อสังเกตการกู้เงินในครั้งนี้ จำนวนเงินมีหลักล้าน หลักแสน หลักหมื่น และจำนวนสตางค์อยู่ด้วย น่าจะสันนิษฐานว่าเป็นการนำเงินไปใช้เฉพาะตามภาระกิจ ซึ่งมีกระแสข่าวออกมาว่า ผู้ถือเช็คไปจ่ายชำระหนี้แต่ละครั้งจะได้รับค่าตอบแทนจากเจ้าหนี้ขององค์การค้า สกสค.ทุกครั้งและมีข้อมูลแจ้งมาว่าเงินกู้ยืมตั้งแต่ครั้งที่ 2 จนถึงครั้งที่ 7 ไม่นำเข้าระบบบัญชีขององค์การค้าของ สกสค.

ดังนั้น สมาคมครูชนบทจังหวัดชัยภูมิ จึงขอให้สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ทำการตรวจสอบการส่อทุจริตหรือส่อการฉ้อฉลเพื่อผลประโยชน์ให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่งระหว่างผู้อำนวยการองค์การค้าของสกสค.กับ เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. หากพบการทุจริตในครั้งนี้ขอให้คณะกรรมการป.ป.ช.ได้ดำเนินการให้ถึงที่สุด เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลอื่นต่อไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและพิจารณาดำเนินการโดยเร่งด่วน

แสดงความคิดเห็น