พ่อแรงงานอุดรฯตกค้างในอูซเบฯ พิษโควิด-19 ถูกสั่งปิดน่านฟ้า น้ำตาคลอเบ้าผู้ว่าฯไปเยี่ยมถึงบ้าน ให้กำลังใจรัฐช่วยเหลือเต็มที่ พาลูกชายพร้อม 101 แรงงานกลับไทย

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.อุดรธานี นางกุสุมาลย์ พงษ์สิทธิถาวร ประธานแม่บ้านมหาดไทยอุดรธานี เดินทางเยี่ยมให้กำลังใจ และชี้แจงข้อเท็จจริงแก่ นายบุญสงค์ สีทอง อายุ 69 ปี อยู่เลขที่ 94 ม.17 บ.หนองเม็ก ต.หนองเม็ก อ.หนองหาน กรณีนายศราวุธ สีทอง อายุ 32 ปี บุตรชายตกค้างอยู่ประเทศอุซเบกิสถาน ไม่สามารถเดินทางกลับมาได้ จากสถานการณ์ระบาดโควิด-19 โดยนายประทีป อุ่ยเจริญ นายอำเภอหนองหาน , นายมงคล สงคราม จัดหางาน จ.อุดรธานี , นายกเทศมนตรี ทต.หนองเม็ก ร่วมมาพร้อมกับคณะ

โดยก่อนหน้านี้กระทรวงการต่างประเทศ ได้ส่งข้อความประชาสัมพันธ์ หรือเตือนไปยังแรงงานไทย ที่ตกค้างอยู่ในแคมป์คนงาน ในประเทศอูซเบกิสถาน รอการเดินทางกลับประเทศไทย อย่าได้ก่อเหตุรุนแรงในค่าย (เผา) เพื่อกดดันให้ได้สิทธิเดินทางกลับเร็วๆ หลังจากมีคนงานติดเชื้อโควิด-19 เพราะการกระทำดังกล่าว ยิ่งจะส่งผลร้ายแรงให้แรงงาน เพราะเป็นการทำผิดกฎหมาย ของประเทศอุซเบกิสถาน

นายมงคล สงคราม จัดหางาน จ.อุดรธานี ชี้แจงว่า นายศราวุธฯ บุตรชายนายบุญสงค์ฯ เดินทางไปทำงานประเทศอุซเบกิสถาน อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในตำแหน่งช่างเชื่อมเอ็กซ์-เรย์ กับนายจ้างชื่อ ENTER ENGINEERING PTE.LTD. มีสัญญา 1 ปี สิ้นสุดสัญญา 3 กรกฎาคม 2563 (สิ้นสุดสัญญาแล้ว) ขณะนี้ยังพักอยู่ในแคมป์คนงานเดิม รวมทั้งคนงานไทยรวม 101 คน นายจ้างยังคงให้การดูแลเรื่องที่พักและอาหาร ยังไม่สามารถกลับประเทศไทยได้

“ จากเกิดการระบาดของโควิด-19 ไทยส่งเครื่องบินไปรับคนงานชุดแรก 28 คน 1 ในนั้นเป็นแรงงานชาว อ.ไชยวาน อุดรธานี กักตัวในสถานที่รัฐจัดครบ 14 วันกลับบ้านแล้ว ต่อมาอูซเบกิสถานปิดน่านฟ้า ห้ามเที่ยวบินเข้า-ออกประเทศ ทำให้แรงงานไทย 101 คน ไม่สามารถเดินทางกลับมาได้ และเนื่องจากอูซเบกิสถานไม่มีสถานทูตไทย สถานทูตไทยในกรุงมอสโค ได้เข้าไปดูแลคนงานไทยแล้ว ”

นายมงคล สงคราม จัดหางาน จ.อุดรธานี กล่าวอีกว่า มีแรงงานไทยชุดนี้ติดโควิด-19 เจ้าหน้าที่สถานทูตเข้าไปดูแลแล้ว โดยรายนายศราวุธ สีทอง ไม่ได้อยู่ในกลุ่มผู้ติดเชื้อ ยังมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศ กำลังประสานงานขอนำเครื่องบิน ไปรับแรงงานไทยเหล่านั้นกลับมา แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะได้กลับมาวันไหน กรมการจัดหางานจะประสานงานให้

นายบุญสงค์ สีทอง กล่าวว่า ลูก 2 คนทำงานที่ จ.ชลบุรี นายศราวุธฯเป็นลูกชายคนโต ไปเป็นช่างเชื่อมท่อน้ำมันกว่า 10 ปี เป็นช่างเชื่อมระดับฝีมือบนบก เคยถูกส่งไปช่วยงานที่แอฟริกา 21 วัน ได้เงินมาเป็นแสน เมื่อมีงานที่อุซเบกิสถานจึงไป คงอยากจะมีรายได้มากขึ้น โดยตอนอยู่ที่ จ.ชลบุรี ได้แต่งงานอยู่กินกับ น.ส.เพ็ญนภา เศษสวย ชาวบ้านหลวง ต.นาพู่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี มีลูกชาย อายุ 6 ขวบแล้ว

“ เดิมลูกชายกับลูกสะใภ้ทำงานอยู่ จ.ชลบุรี พอลูกชายได้ไปทำงานอุซเบกิสถาน ภรรยาก็กลับไปอยู่ที่ อ.เพ็ญ พาหลานแวะเวียนมาเยี่ยมปู่บ่อยๆ เมื่อ 2-3 วันก่อนก็มา เราเองไม่ได้คุยกับลูกมากนัก มีแต่ลูกสะใภ้โทรคุย แล้วมาเล่าให้ฟัง ลูกก็ยังสบายดี ไม่ได้ป่วยไข้ ไม่ได้ไปยุ่งกับการก่อเหตุอะไร แม้หมดงานแล้วเขาก็ยังให้อยู่ในที่พักเดิม มีข้าวปลากินไม่ขัดสน รอจะเดินทางกลับบ้าน ”

นายบุญสงค์ฯ น้ำตาคลอเบ้ากล่าวตอนท้ายว่า ขอบคุณผู้ว่าฯมาเยี่ยมถึงบ้าน แล้วบอกว่าตอนหนุ่มไปทำงานซาอุฯ ยุคเขากล่าวขาดกันว่า “ไปเสียนา มาเสียเมีย” กลับมาก็พอมีเงินสร้างครอบครัว แต่เพราะภรรยาป่วยเป็นมะเร็ง รักษาอยู่มากกว่า 4 ปี ป่วยมะเร็งหายไป แต่ร่างกายก็ไม่แข็งแรง คงเพราะกินยามาก จน 3 ปีก่อนภรรยาเสียชีวิตเพราะ “ไตวาย” ที่ลูกไปตกค้างอยู่ครั้งนี้ ตัวเองไปมาแล้วก็ไม่ค่อยห่วง มีอะไรก็โทรคุยกันได้ทันที ราชการก็ช่วยกันเต็มที่

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ผู้ว่าฯเดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจ พ่อของแรงงานชาวอุดรธานี ที่ยังตกค้างอยู่อูซเบกิสถานด้วยตัวเอง เพื่อต้องการเอาข้อมูลจริงๆมาบอก ให้พ่อและญาติพี่น้องทุกคนสบายใจ ว่าภาครัฐทุกฝ่ายไม่ได้ทอดทิ้ง ยังคงดูแลลูกหลานเราทุกคน เพราะข่าวที่ออกมาอาจจะไม่สบายใจ ซึ่งที่ผ่านมาอุดรธานีเราดูแลลูกหลาน เดินทางกลับบ้านปลอดภัยทุกคน มีปัญหาอะไรสอบถามกันมาได้…

แสดงความคิดเห็น