ครู‘วีระ’ยกกรณีน้อง‘กองบิน’จวก‘สธ.’ฆ่าคนโดยประมาทเสนอให้เด็กเข้าเรียนในภาวะที่สมบูรณ์

นายวีระ สุดสังข์ นักเขียนอิสระ อดีตครูสอนภาษาไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กรณี น้องกองบิน อายุ 2 ขวบ นักเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดศรีมารามต.กะทูน อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช ที่ครูลืม ในรถตู้รับ-ส่งนักเรียนนานกว่า 6 ชั่วโมง จนเสียชีวิตในที่สุด  มีข้อความดังนี้ เรามัวแต่สนใจเรื่องการชุมนุมของนักศึกษาประชาชน “จะปลดแอก จะเอาประชาธิปไตย” จนใครๆแทบไม่ให้ความสนใจเรื่องน้องกองบินถูกทิ้งไว้ในรถจนเสียชีวิต วันนี้ผมขอเขียนถึงน้องกองบินเป็นประเด็นๆไป หากจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นก็จงแลกเปลี่ยนตามประเด็น อย่าเฉไฉไขว้เขวพูดถึงนักบินคนนั้นคนนี้ ฝูงบินนั้น ฝูงบินนี้ และแม้แต่ท่านนักบินฑบาตปาระเบิดใส่บ้านญาติโยม
1.น้องกองบินอายุแค่ 2 ขวบทำไมต้องไปโรงเรียน?, เรียนอะไรกันนักกันหนา กระทรวงศึกษาธิการก็ดี กระทรวงมหาดไทยก็ดี ควรตระหนักเรื่องนี้กันหน่อย เด็กวัยนี้ (1-5 ขวบ) ควรจะอยู่ในอ้อมอกของพ่อแม่ ให้พ่อแม่เป็นครูสอนเป็นคนแรกและด้วยความเป็นจริงแล้วเด็กวัยนี้ไม่อยากพรากพ่อพรากแม่ไปไหนเลย ความอบอุ่นทางอารมณ์ ทางจิตใจและสติปัญญามันอยู่ตรงนี้ ด้านสังคมอย่าเพิ่งมีก็ได้
2.ผมเข้าใจแบบไม่ชื่นชอบว่า รัฐบาลโดยกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา โรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก “ต้องการ”เอาใจผู้ปกครองและประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีเวลาทำงานหาเลี้ยงชีพโดยการพรากลูกจากพ่อแม่ ประกอบกับพ่อแม่ก็ต้องการทำมาหากินจริงๆ จึงเห็นดีเห็นงามและพาลูกวัยนี้เข้าโรงเรียนโดยไม่คำนึงถึง “ความรู้สึกของเด็ก”
3.ในฐานะครู เคยพร่ำสอนลูกศิษย์ว่า “ถ้ายังไม่พร้อม รักกันอย่าเพิ่งแต่ง, ถ้ายังไม่พร้อม แต่งแล้วอย่าเพิ่งมีลูก” แต่ส่วนใหญ่มันเสือกมีลูกก่อนแต่ง เมื่อกำเนิดลูกก็ทิ้งขว่างลูกไว้กับปู่ย่าตายายและโรงเรียนโดยไม่คำนึงถึง “ความรู้สึกของเด็ก”
4.ลูกวัยนี้ต้องการความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่มากกว่าปู่ย่าตายและคุณครู เมื่อไม่ได้ความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่สิ่งที่ได้รับคือ “ความว้าเหว่” และไม่รู้ว่า “ความรักอันแท้จริงคืออะไร?” พอโตเป็นวัยรุ่นวัยหนุ่มสาวจึงแสดง “อาการก้าวร้าว” ออกมา เมื่อลูกเกเรไปทำร้ายคนอื่น(สาเหตุเพราะไม่รู้ว่าความรักคืออะไร?) พ่อแม่ก็จะออกตัวแทนลูกว่า “ลูกฉันเป็นคนดี” ขณะเดียวกันเด็กไม่รู้ความหมายว่า “ความกตัญญูคืออะไร?” ดั่งที่ปรากฏในการชุมนุมของนักศึกษา สังคมจึงป่วยไข้ทางจิตเต็มๆ
5.ข่าวลืมเด็กในรถจนเสียชีวิต ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น แต่มันเกิดขึ้นบ่อยครั้งแล้ว มันสะท้อนให้เห็นถึง “ความเผอเรอ” ของครูและของคนขับรถรับส่งเด็ก มันเป็นความหย่อนยานของผู้บริหารสถานศึกษาและเป็นความบ้าของกระทรวง มันเป็นการ”ฆ่าคนโดยประมาท” แม้จะได้รับโทษอย่างไรก็ไม่คุ้มค่ากับชีวิตเด็กบริสุทธิ์ที่เสียชีวิตไป
6.รัฐบาลควรมีมาตรการให้เด็กอายุ 1-5 ขวบอยู่กับพ่อหรือแม่และยังไม่ต้องเข้าโรงเรียน โดยมีสวัสดิการให้พ่อหรือแม่ที่ไม่ได้ไปทำงานเพราะมีภาระต้องรับผิดชอบเลี้ยงลูกตามสมควร
7.เหตุการณ์อย่างนี้สะเทือนใจมาก “ถ้าเป็นลูกผม ถ้าเป็นลูกคุณ เราจะรู้สึกอย่างไร?”
8.รัฐบาลควรกำหนดให้เด็กๆควรเข้าโรงเรียนเมื่ออายุครบ 5 ขวบหรือย่างเข้าปีที่ 6., อนุบาล 1 อายุ 6 ปี อนุบาล 2 อายุ 7 ปี พอย่างเข้าปีที่ 8 จึงเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 นี่คือภาวะที่สมบูรณ์ที่สุด
9.เรื่องส่วนตัว ผมเข้าโรงเรียนเมื่ออายุครบ 8 ปีบริบูรณ์หรืออายุย่างเข้า 9 ปี จึงไปโรงเรียน ครูสอนอะไรจำได้หมด ก่อนหน้านี้อยู่กับพ่อและแม่ พ่อแม่ทำอะไรก็ทำไปกับพ่อแม่ เรียนรู้ไปกับพ่อแม่ อิ่ม หิว, ทุกข์ สุข, หนาว ร้อน ฯลฯ ได้รับรู้รสชาติชีวิตร่วมกับพ่อแม่ จึงรัก เข้าใจและกตัญญูพ่อแม่ พออายุครบ 15 ปี ผมออกจากบ้านจากพ่อแม่จนถึงวันนี้โดยไม่เคยก่อปัญหาแก่สังคมเล็กใหญ่ ทั้งนี้เพราะได้รับความรักจากพ่อแม่มาอย่างเต็มอิ่ม ลูกชายทั้งสองของผมออกจากอกพ่อแม่เมื่ออายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ทุกคน และลูกสาวเฌอเอมจะอยู่กับพ่อแม่จนกว่าพ่อจะตายจาก
10.ขอวิงวอนอย่าให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกเลย
วีระ สุดสังข์17 สิงหาคม 2563

แสดงความคิดเห็น