อีสานโพลเผย!!กว่า 97.7% ‘หนุนม็อบนักศึกษา’เห็นด้วยแก้รธน.-ยุบสภา-หยุดคุกคาม

อีสานโพลเปิดความคิดเห็นประชาชน ร้อยละ  97.7 เห็นด้วยที่คนรุ่นใหม่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง หนุน 3 ข้อเสนอกลุ่ม ‘ปลดแอก’  แก้รัฐธรรมนูญ – ยุบสภา-หยุดคุกคาม

วันนี้ (25 ส.ค. 63) อีสานโพล (E-Saan Poll) ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นเผยผลสำรวจเรื่อง ความเห็นคนอีสานกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ ผลสำรวจพบว่า คนอีสานเห็นด้วยกับภาพรวมการเคลื่อนไหวทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ และมองว่าคนรุ่นใหม่ไม่ได้ถูกล้างสมองให้เคลื่อนไหว และรัฐถูกมองว่ากำลังคุกคามการแสดงออกทางการเมือง สว. ชุดแรก ไม่ควรโหวตเลือกนายกฯได้อีก สนับสนุนให้พรรคร่วมรัฐบาลแสดงจุดยืนในการเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ และรัฐควรจัดให้ทำประชามติเพื่อหาทางออกในการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามเสียงส่วนใหญ่

ผศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพล เปิดเผยว่า การสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นของคนอีสานที่มีต่อการเคลื่อนไหวทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ในประเด็นต่างๆ ทำ
การสำรวจระหว่างวันที่ 21 – 23 ส.ค. 63 จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 16 ปีขึ้นไป จ านวน 1,167 ราย ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด โดยผลสำรวจเป็นดังนี้
1)
ร้อยละ 80.5 มองว่า รัฐบาลกำลังใช้กลไกรัฐคุกคามประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ขณะที่ร้อยละ 13.6 เห็นต่าง และ ร้อยละ 5.9 ไม่แน่ใจ
2) ร้อยละ 82.5 มองว่า ควรเร่งแก้ไขหรือร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ตามข้อเรียกร้อง ขณะที่ร้อยละ 9.5เห็นต่าง และ ร้อยละ 8.0 ไม่แน่ใจ
3) ร้อยละ 82.5 มองว่า ควรรีบแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ขณะที่ร้อยละ 11.0เห็นต่าง และ ร้อยละ 6.5 ไม่แน่ใจ
4) ร้อยละ 82.8 มองว่า ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ให้ ส.ว. ชุดแรก โหวตเลือกนายกฯ ได้อีก ขณะที่ร้อยละ 15.6 เห็นต่าง และ ร้อยละ 1.6 ไม่แน่ใจ
5) ร้อยละ 42.4 มองว่า การถอดข้อเรียกร้องในการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในช่วงนี้เป็นแนวทางที่เหมาะสม ขณะที่ร้อยละ 37.7 เห็นต่าง และ ร้อยละ 19.9 ไม่แน่ใจ
6) ร้อยละ 83.2 เห็นด้วยกับ ภาพรวมกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ ขณะที่ร้อยละ 15.4 เห็นต่าง และ ร้อยละ 1.4 ไม่แน่ใจ
7) ร้อยละ 78.6 ถ้ามีเลือกตั้งใหม่ ไม่สนับสนุนให้ ส.ว. เลือกพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ อีกสมัยขณะที่ร้อยละ 19.2 เห็นต่าง และ ร้อยละ 2.2 ไม่แน่ใจ
8) ร้อยละ 75.3 ไม่คิดว่า คนรุ่นใหม่ถูกล้างสมองและถูกบงการให้เคลื่อนไหวทางการเมือง ขณะที่ร้อยละ 20.6 เห็นต่าง และ ร้อยละ 4.1 ไม่แน่ใจ
9) ร้อยละ 54.7 ไม่ได้ก าลังเครียดเพราะความขัดแย้งทางการเมืองกับสมาชิกในครอบครัว ขณะที่ร้อยละ 42.3 ก าลังเครียด และ ร้อยละ 3.0 ไม่แน่ใจ
10) ร้อยละ 70.8 มองว่า มหาวิทยาลัยและโรงเรียนควรเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาแสดงออกทางการเมือง ขณะที่ร้อยละ 25.0 เห็นต่าง และ ร้อยละ 4.2 ไม่แน่ใจ
11) ร้อยละ 87.7 มองว่า พรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลควรแสดงจุดยืนในการเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะที่ร้อยละ 9.9 เห็นต่าง และ ร้อยละ 2.4 ไม่แน่ใจ
12) ร้อยละ 69.7 มองว่า มีแนวโน้มสูงที่จะมีการยกระดับการชุมนุมจนน าไปสู่การสูญเสียชีวิตขณะที่ร้อยละ 20.6 เห็นต่าง และ ร้อยละ 9.7 ไม่แน่ใจ
13) ร้อยละ 91.4 มองว่า รัฐควรจัดให้ท าประชามติเพื่อหาทางออกในการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามเสียงส่วนใหญ่ ขณะที่ร้อยละ6.9 เห็นต่าง และ ร้อยละ 1.7 ไม่แน่ใจ

เมื่อทำการเปรียบเทียบความคิดเห็นระหว่างคน 2 รุ่น คือรุ่น ร่นุ 16-30 ปี และ และ ร่นุ 31 ปีขึ้นไป พบว่า คนรุ่น 16-30 ปี มีความเห็นไปในทางเดียวกัน เกือบทั้งหมด (เกินกว่า 90%) หลายประเด็น เช่น มองว่า รัฐบาลกำลังใช้กลไกรัฐคุกคามประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ควรเร่งแก้ไขหรือร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ตามข้อเรียกร้อง ควรรีบแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ให้ ส.ว. ชุดแรก โหวตเลือกนายกฯ ได้อีก เห็นด้วยกับ ภาพรวมกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ ถ้ามีเลือกตั้งใหม่ ไม่สนับสนุนให้ ส.ว. เลือกพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ อีกสมัย ไม่คิดว่าคนรุ่นใหม่ถูกล้างสมองและถูกบงการให้เคลื่อนไหวทางการเมือง และพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลควรแสดงจุดยืนในการเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่ทุกช่วงอายุเห็นตรงกันเกือบทั้งหมดคือ รัฐควรจัดให้ทำประชามติเพื่อหาทางออกในการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามเสียงส่วนใหญ่ดังนั้นจึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายของภาครัฐในการรับฟังและทำความเข้าใจกับความคิดเห็นต่างๆจากคนทุกกลุ่ม ทุกวัย และดูแลสถานการณ์การเคลื่อนไหวทางการเมืองตามสิทธิในรัฐธรรมนูญและไม่ให้เกิดการบานปลาย

ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง มีความเชื่อมั่นในการพยากรณ์ 95% และคลาดเคลื่อนได้บวกลบ3.5% ประกอบด้วยเพศหญิง ร้อยละ 52.2 และเพศชายร้อยละ 47.8 โดยมี อายุ 16-25 ปี ร้อยละ 16.6
อายุ 26-30 ปี ร้อยละ 8.7 อายุ 31-40 ปี ร้อยละ 15.4 อายุ 41-50 ปี ร้อยละ 33.2 อายุ 51- 60 ปี ร้อยละ19.6 และอายุ 61 ปีขึ้นไป ร้อยละ 6.5

ด้านการศึกษา จบประถมศึกษา/ต่ำกว่า ร้อยละ 35.4 มัธยมศึกษาตอนต้น ร้อยละ 19.1มัธยมศึกษาตอนปลาย/ระดับปวช. ร้อยละ 14.6 ระดับอนุปริญญา/ปวส. ร้อยละ 6.0 ระดับปริญญาตรี
ร้อยละ 21.7 และสูงกว่าปริญญาตรี ร้อยละ 3.2

ด้านอาชีพส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ร้อยละ 35.8 ผู้ใช้แรงงาน/รับจ้างทั่วไป/ลูกจ้างสถานประกอบการ ร้อยละ 12.8 รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 12.0 ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว/งานอิสระ
ร้อยละ 10.4 พนักงานบริษัทและเอกชน ร้อยละ 9.3 นักเรียน/นักศึกษา ร้อยละ 11.7 พ่อบ้าน/แม่บ้านร้อยละ 6.9 และ อื่นๆ ร้อยละ 1.1

ด้านรายได้เฉลี่ยต่อเดือน รายได้ไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 21.5 รายได้ระหว่าง 5,000-10,000บาท ร้อยละ 36.8 รายได้ระหว่าง 10,001-15,000 บาท ร้อยละ 20.0 รายได้ระหว่าง 15,001-20,000บาท ร้อยละ 8.3 รายได้ระหว่าง 20,001-40,000 ร้อยละ 10.4 และรายได้มากกว่า 40,001 บาทขึ้นไปร้อยละ 2.9

หมายเหตุ: นอกเหนือจากผลสำรวจซึ่งนำเสนอข้อมูลตามวิธีทางสถิติแล้วความคิดเห็นอื่นๆ ในผลสำรวจนี้เป็นความเห็นของผู้รับผิดชอบโครงการซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความเห็นของศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น

แสดงความคิดเห็น