ศาลฎีกาพิพากษาเปลี่ยนจากจำคุกเป็นกักขัง2เดือนกรณี ‘หมอเปรม’ แก้ผ้านักข่าว

ศาลฎีกาพิพากษาเปลี่ยนจากจำคุกเป็นกักขัง 2 เดือน กรณี ‘หมอเปรม’ แก้ผ้านักข่าว เชื่อสำนึกผิด ด้านตัวแทนนักข่าวไม่อยากให้เกิดขึ้นอีกขอให้เป็นกรณีตัวอย่าง

รายงานข่าวแจ้งว่าวันที่ 9 ก.ย. 63 เวลา 09.00 น. ณ ศาลจังหวัดพล อ.พล จ.ขอนแก่น นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น  และ ร.ต.บัวทอง โลขันธ์  เดินทางมารายงานตัวต่อศาล ตามการนัดหมายอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา โดย  นพ.เปรมศักดิ์ เดินทางมาด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม พบปะกับคนรู้จักบริเวณหน้าศาลและเดินเข้าไปภายในเขตศาลทันที

เมื่อถึงเวลานัดหมาย ฝ่ายโจทก์ คือพนักงานอัยการ และนายก่อสิทธิ์ กองโฉม ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ประจำศูนย์ข่าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ในฐานะโจทก์ ร่วม  รวมทั้ง จำเลยที่ 1 คือ นพ.เปรมศักดิ์ และ จำเลยที่ 2 คือ ร.ต.บัวทอง ศาลได้ให้ทุกฝ่ายเข้ารับฟังคำพิพากษาของศาลฎีกา   ในคดีข่มขืนใจ บังคับขู่เข็ญ และกระทำอนาจาร  ซึ่งศาลฎีกาได้มีคำสั่งกักขังจำเลยที่ 1 และ 2 คนละ 2 เดือน โดยศาลให้เหตุผลว่า นพ.เปรมศักดิ์ได้สำนึกผิด และ ได้นำเงินสดจำนวน 100,000 บาท มาวางต่อหน้าศาล เพื่อชดเชยค่าเสียหายให้กับสื่อมวลชน จึงสมควรแก่เหตุในการเปลี่ยนคำพิพากษาของศาลชั้นอุทธรณ์

นายปกาญจน์ นพศรี ทนายความฝ่ายโจทย์ กล่าวว่า ศาลฎีกาได้พิจารณา เปลี่ยนคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ จาก โทษจำคุก 2 เดือน เป็นกักขัง 2 เดือน โดยพิจารณาเปลี่ยนโทษเนื่องจาก นพ.เปรมศักดิ์ ได้นำเงินสดมาวางต่อหน้าศาล เพื่อชดเชยค่าเสียหายให้กับสื่อมวลชน ซึ่งศาลพิจารณาว่าจำเลย สำนึกผิด

อย่างไรก็ตามขณะนี้ จำเลยที่ 1 และ 2 รวมทั้งทีมทนายความอยู่ระหว่างดำเนินการร้องขอเรื่องสถานที่กักขัง ซึ่งจะต่างจากการจำคุก ที่ไม่ต้องเข้าเรือนจำ หรือแดนขังและสามารถเยี่ยมผู้ต้องขังได้วันละ 1 ครั้ง

ขณะที่ นายปราโมทย์ ศรีบุระ ผู้แทนสื่อมวลชนจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า เคารพการพิจารณาของศาลฎีกา ซึ่งถือว่าคดีเป็นที่สิ้นสุด หลังจากรอคอยมานานกว่า 3 ปี สำหรับเงินสด 100,000 บาทที่จำเลยนำมาวางต่อหน้าศาลเพื่อแสดงเจตนาในการเยียวยานั้น สื่อมวลชนไม่ได้รับมาแต่อย่างใด

นายปราโมทย์ กล่าวอีกว่า เพื่อป้องกันคำครหา และ เป็นคดีตัวอย่าง ที่สื่อมวลชนไม่ควรถูกคุกคาม ไม่ว่ากรณีทั้งสิ้น และ การกระทำเอาเงินชดเชยค่าเสียหายเพื่อลบล้างความผิดนั้นก็ไม่ควรจะเกิดขึ้น มิเช่นนั้นก็เท่ากับว่าใครทำอะไรกับสื่อ หรือ ประชาชน ก็ได้หากมีเงินจ่าย

ด้าน นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ เปิดเผยกับ “อีสานบิซ” ว่า ตนไม่ขอพูดถึงประเด็นนี้อีกเพราะศาลฎีกาได้พิพากษาแล้ว ซึ่งตนจะขอใช้เวลาที่เหลืออยู่สร้างคุณประโยชน์ให้สังคมต่อไป

 

แสดงความคิดเห็น