เก๋รักษ์โลก!!เปิดตัว ‘เปลี่ยนขยะเป็นบุญ’ปลุกคนขอนแก่นคัดแยกขยะ

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 ร่วมกับเครือข่ายโครงการสปาร์คยูปลุกเปลี่ยนเมือง เปิดตัวโครงการ “เปลี่ยนขยะเป็นบุญ”รับบริจาคกล่องเครื่องดื่มยูเอชทีและพลาสติกเหนียวเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ลดปริมาณขยะในระบบ โดยมีประชาชนและหน่วยงานนำมาบริจาคล้นหลาม

วันที่ 16 ต.ค.63 ที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 10 ขอนแก่น รับผิดชอบพื้นที่อีสาน 5 จังหวัดคือ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และหนองบัวลำภู มีการตั้งโต๊ะเปิดรับบริจาคขยะที่เป็นพลาสติกเหนียว และกล่องเครื่องดื่มยูเอชที เพื่อนำไปมอบให้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อนำไปทำหลังคาเขียว ส่วนพลาสติกเหนียวนำไปบริจาคให้โครงการวนเพื่อนำไปรีไซเคิลต่อและจำหน่ายเพื่อนำรายได้มอบให้กับผู้ยากไร้ โดยวันนี้เป็นวันแรกที่มีการเปิดตัวโครงการ โดยจะเปิดรับบริจาคในวันศุกร์ที่ 3 ของทุกเดือน มีประชาชนและองค์กรในจังหวัดขอนแก่นนำขยะมามอบให้กับทางสำนักงานเป็นจำนวนมากคาดว่าประมาณ 1 ตัน หรือ 1,000 กิโลกรัม แต่มีเงื่อนไขว่าสิ่งของที่นำมาต้องสะอาดและแห้ง เรื่องนี้นางศศิกาญจน์ ปักกันต์ธร นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 10 ผู้รับผิดชอบโครงการ เปิดเผยว่า “โครงการเปลี่ยนขยะเป็นบุญ เมื่อคุณหมุนเวียน” เกิดจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 10 ร่วมกับโครงการ Spark U ปลุก เปลี่ยนเมือง โครงการ วน รวมถึงโครงการหลังคาเขียวที่ทำร่วมกันเพื่อที่จะรวบรวมขยะประเภทพลาสติกและฟิล์มยืด และกล่องเครื่องดื่มยูเฮชที เพื่อจะนำกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิล หมุนวนนำกลับมาใช้ใหม่เพื่อเปลี่ยนขยะให้เป็นประโยชน์ ไม่ต้องทิ้ง และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการกำจัด ส่วนเหตุผลที่รับขยะ 2 ประเภทนี้เพราะเป็นขยะที่มีปริมาณมาก ไม่สามารถจำหน่ายได้โดยมองจากในพื้นที่ของ จ.ขอนแก่นเอง

รวมถึงอีก 5 จังหวัดรับผิดชอบของพื้นที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 มีขยะที่มีปริมาณมาก และส่วนใหญ่ไม่ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ ก็จะทิ้งไปกับขยะทั่วไป ก็จะลงไปสู่บ่อขยะ หรือว่าเข้าไปในระบบ โรงไฟฟ้าพลังงานขยะของขอนแก่น มองว่าถ้าหากเราสามารถแยกขยะเหล่านี้ออกจากระบบได้ มันจะช่วยลดปริมาณขยะที่จะต้องนำไปกำจัดได้มาก โดยเฉพาะจ.ขอนแก่นเอง ปัญหาขยะขณะนี้ตัวเลขที่ได้มาจากเทศบาลนครขอนแก่น อยู่ที่ประมาณ 162 ตันต่อวัน ซึ่งกระบวนการในการกำจัด คือการนำไปส่งที่โรงไฟฟ้าขยะจะมีค่าใช้จ่ายในการเก็บและการกำจัดรวมอยู่ที่ 700 บาทต่อตัน ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ซึ่งถ้าหากหันมาช่วยกันแยกขยะทั้ง 2 ประเภทนี้ออก จะช่วยลดปัญหาขยะที่จะไปกำจัดได้ “

อยากเชิญชวนเครือข่ายหัวใจสีเขียว และคนขอนแก่นทุกคน ถ้าหากที่บ้านมีกล่องเครื่องดื่ม UHT หรือพลาสติกยืด คุณสามารถแยกออกมาโดยเงื่อนไขการบริจาคคือ ต้องสะอาดแห้ง รวบรวมแล้วสามารถนำมาส่งได้ที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 10 ทุกวันศุกร์ที่ 3 ของเดือนมาช่วยกันลดปัญหาขยะด้วยกัน”นางศศิกาญจน์ กล่าว ด้าน นางศรีนวล แก้วมโน อดีตพยาบาลวิชาชีพ ที่ได้เดินทางนำเอาขยะมามอบให้ทางสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 10 มองวา การคัดแยกขยะ ไม่ได้เป็นเรื่องยาก ถ้าหากทุกคนช่วยกันคัดแยกโลกก็จะน่าอยู่ขึ้นมากกว่านี้ ส่วนตัวเองทำการคัดแยกขยะมาตั้งแต่เริ่มทำงาน และทำมาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นนิสัย อีกทั้งยังนำเอาถุงพลาสติกที่ใช้แล้วนำมาล้างทำความสะอาด ทำให้ถังขยะหน้าบ้านแทบไม่ถูกทิ้งขยะ ที่เป็นถุงพลาสติกเลย

ส่วนนางวัชราพร ใสกาง ผอ.กองสาธารณะสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลตำบลท่าพระ ก็ได้นำเอาขยะมาร่วมบริจาคด้วยเช่นกัน โดยมองว่า หลังจากได้ทราบการประชาสัมพันธ์ในการรับบริจาคถุงพลาสติกรวมถึงกล่องนม UHT ทางเทศบาลฯก็ได้มีการประชาสัมพันธ์ไปยังโรงเรียนและประชาชนในพื้นที่ ก่อนทิ้งขยะลงถังให้ทำการคัดแยก ส่วนนักนักเรียนให้ทำความสะอาดกล่องนม เพื่อง่ายต่อการนำมาร่วมบริจาคและถือเป็นการกำจัดขยะอีกช่องทางหนึ่ง เพราะในพื้นที่ร้านรับซื้อของเก่า ก็ปิดการรับซื้อขยะประเภทนี้แล้ว พอทราบข่าวจึงรีบประชาสัมพันธ์ แต่เนื่องจากว่าในเขตเทศบาลตำบลท่าพระ มีประชากรแฝงจำนวนมาก อีกทั้งในช่วงเวลาที่มีการประชาสัมพันธ์ คนกลุ่มนี้ ไม่ได้อยู่ในที่พักอาศัย จึงอาจจะมีการปนเปื้อนของขยะชนิดอื่น ๆ เข้ามาด้วย ทำให้ปริมาณขยะก็เพิ่มขึ้น และคัดแยกยากขึ้น

แสดงความคิดเห็น