ดีเอสไอระงับสื่อสังคมออนไลน์ 58 บัญชีชี้ยุยง-ข่าวปลอม-ปลุกระดม

รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระบุ ศาลอาญา มีคำสั่งระงับทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ของ Voice TV พบผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และผ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ รวมทั้ง ระงับอีก58 บัญชีที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่มีพฤติกรรมการ ยุยง ส่งต่อข่าวปลอม และปลุกระดม

นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส เปิดเผยว่าหลังจากกระทรวงดีอีเอส ส่งหลักฐานเป็นคลิปวีดีโอ ภาพนิ่ง ที่เป็นการนำเสนอข่าวของสื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ Voice TV, ประชาไท, The Reporters, THE STANDARD และ เยาวชนปลดแอก Free YOUTH ให้ศาลอาญาพิจารณา เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 ฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ และฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ล่าสุดวันนี้ศาลมีคำสั่งให้ระงับทุกแพลตฟอร์มในสื่อออนไลน์ของ Voice TV ส่วนสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ ได้ส่งหลักฐานไปพร้อมกัน แต่ยังไม่มีคำสั่งจากศาล ซึ่งหลักจากนี้ จะส่งคำสั่งศาลไปให้เจ้าของแพลตฟอร์มต่าง ๆ พิจารณาดำเนินการตามคำสั่งของศาล  และหาก Voice TV เปิดบัญชีผู้ใช้หรือเว็บไซต์ใหม่ ก็ควรนำเสนอข่าวหรือข้อมูลให้เป็นไปตามกฎหมาย

ส่วนแอพพลิเคชั่นเทเลแกรม ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมใช้เป็นช่องทางหนึ่งในการนัดหมายชุมนุมนั้น ทางกระทรวงดีอีเอสได้มีคำสั่งให้ระงับบริการ จำนวน 4 บัญชีผู้ใช้ ซึ่งไม่ใช่การปิดกั้นการให้บริการของแอพพลิเคชั่นแต่อย่างใด เนื่องจาก การกระทำการใด ๆ ต้องคำนึงถึงผู้ที่ใช้งานด้านการค้าและประโยชน์อื่น ๆ ดังนั้น จึงสั่งปิดเพียงบัญชีผู้ใช้ที่กระทำผิดเท่านั้น

ด้าน พันตำรวจเอกศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ทางกองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง หรือ กอร.ฉ. ได้ประสานกับกระทรวงดีอีเอส ให้ดำเนินการระงับบัญชีผู้ใช้ จำนวน 58 บัญชี ทั้งในแพลตฟอร์มเฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ และเว็บไซต์ ที่ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เนื่องจาก มีพฤติกรรมการส่งต่อข่าวปลอม และปลุกระดม ขณะเดียวกัน ยังพบการกระทำในลักษณะที่เรียกว่า looting หรือการปล้นสะดม  ซึ่งเป็นการชุมนุมชักชวนให้เข้าไปทำลายทรัพย์สินของทางราชการหรือร้านค้า ซึ่งถือว่า เป็นการยุยงปลุกปั่นในโลกออนไลน์ ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และความผิดข้อหาลักทรัพย์ จึงขอเตือนให้กลุ่มผู้ชุมนุมอย่ากระทำดังกล่าว เนื่องจาก เข้าข่ายความผิด ทั้ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

ที่มา:สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

แสดงความคิดเห็น