ลุยต่อแล้วเด้อ!!รถไฟไฮสปีด”กรุงเทพฯ-โคราช”เซ็นแล้ว 5 สัญญา คาดเปิดบริการปี’68

#ลุยต่อไม่รอแล้วเด้อได้ฤกษ์เซ็นสัญญา รถไฟไฮสปีด”กรุงเทพฯ-โคราช”ระยะทาง101.15 กิโลเมตร วงเงินลงทุนรวม 40,275 ล้านบาทเปิดให้บริการปลายปี 68
เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่กระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงคุณธรรม และสัญญาการก่อสร้างโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร – หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา) จำนวน 5 สัญญา ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)
โดย นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัทคู่สัญญา ได้แก่ สัญญา 3-2 นายพลพัฒ กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) สัญญา 3-3 นายสุทธิพันธ์ โกศัยพลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย เอ็นยิเนียร์และอุตสาหกรรม จำกัด สัญญา 3-4 นายสุเมธ สุรบถโสภณ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) สัญญา 3-5 นายอรรถสิทธิ์ ดำรงรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กิจการร่วมค้า เอสพีทีเค จำกัด และสัญญา 4-7 นายปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) และมี นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการขนส่งทางราง นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ประธานกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย กรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้สังเกตการณ์ข้อตกลงคุณธรรม และสื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 ณ อาคารสโมสรและหอประชุมกระทรวงคมนาคม
นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การลงนามในสัญญาการก่อสร้างโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร – หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา) จำนวน 5 สัญญา เป็นโครงการที่รัฐบาล โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญในการเชื่อมไทยสู่โลก และเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศ เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสนใจและเร่งรัด ติดตามความก้าวหน้าของโครงการมาโดยตลอด ซึ่งเส้นทางนี้จะเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ในการเชื่อมไทยไปสู่ สปป.ลาว และจีน โดยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 ที่เรียกว่า Belt and Road Initiative หรือ BRI ที่จะเชื่อมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปถึงยุโรปได้ด้วยทางรถไฟ กระทรวงคมนาคมพยายามเร่งรัดโครงการให้เดินหน้าโดยเร็ว ซึ่งล่าสุด รฟท. ได้ลงนามในสัญญาจ้างงานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและจัดฝึกอบรมบุคลากร (สัญญา 2.3) ของโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคช่วงกรุงเทพมหานคร – หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา) เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา
สำหรับการลงนามในสัญญาก่อสร้างฯ จำนวน 5 สัญญา ในครั้งนี้ประกอบด้วยสัญญาที่ 3-2 งานโยธาสำหรับงานอุโมงค์ (มวกเหล็กและลำตะคอง) ดำเนินการโดยบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีจุดเด่นคืองานก่อสร้างอุโมงค์ยาวรวม 8 กิโลเมตร และการก่อสร้างทางรถไฟระยะทางรวม 12.23 กิโลเมตร
สัญญาที่ 3-3 งานโยธาสำหรับช่วงบันไดม้า – ลำตะคอง ดำเนินการโดยบริษัท ไทยเอ็นยิเนียร์และอุตสาหกรรม จำกัด ซึ่งมีงานก่อสร้างสถานีปากช่อง และการก่อสร้างทางรถไฟระยะทางรวม 26.10 กิโลเมตร
สัญญาที่ 3-4 งานโยธาสำหรับช่วงลำตะคอง – สีคิ้ว และช่วงกุดจิก – โคกกรวด ดำเนินการโดย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีจุดเด่น คือ งานก่อสร้างทางรถไฟระยะทางยาวที่สุดในโครงการ ระยะทาง 37.45 กิโลเมตร
สัญญาที่ 3-5 งานโยธาสำหรับช่วงโคกกรวด – นครราชสีมา ดำเนินการโดยบริษัท กิจการร่วมค้าเอสพีทีเค จำกัด (ซึ่งประกอบด้วย บริษัท นภาก่อสร้าง จำกัด บริษัท ทิมเซคาร์ตาร์ เอสดีเอ็น บีเอชดีจำกัด และบริษัท บิน่า พูรี่ เอสดีเอ็น บีเอชดี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจากประเทศมาเลเซีย) ซึ่งเป็นงานก่อสร้างสถานีนครราชสีมา และการก่อสร้างทางรถไฟระยะทางรวม 12.38 กิโลเมตร
สัญญาที่ 4-7 งานโยธาสำหรับช่วงสระบุรี – แก่งคอย ดำเนินการโดยบริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีจุดเด่น คือ งานก่อสร้างสถานีสระบุรี และการก่อสร้างทางรถไฟระยะทางรวม 12.99 กิโลเมตร
การลงนามในสัญญาก่อสร้างฯ จำนวน 5 สัญญา ดังกล่าว มีระยะทางรวมทั้งสิ้น 101.15 กิโลเมตร วงเงินลงทุนรวม 40,275 ล้านบาท เมื่อโครงการนี้แล้วเสร็จจะเป็นการยกระดับมาตรฐานรถไฟไทยให้มีความเจริญก้าวหน้า เป็นการลงทุนเพื่อวางรากฐานความมั่นคงด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของไทยในระยะยาว สนับสนุนให้ประเทศเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ของภูมิภาค สร้างโอกาสใหม่ทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว กระจายรายได้ นำความเจริญสู่ท้องถิ่นตลอดแนวเส้นทางโครงการ โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2568
ที่มา:เพจประชาสัมพันธ์ กระทรวงคมนาคม
แสดงความคิดเห็น