คณะอนุกรรมาธิการฯชง!!ทวงคืนเงินกองทุน ช.พ.ค.และช.พ.ส.เพื่อนำมาใช้แก้ไขปัญหาหนี้สินครู

คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาหาสาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครู เตรียมทวงคืนเงินกองทุน ช.พ.ค.และช.พ.ส.จาก สกสค.เพื่อนำมาเป็นทุนในการใช้แก้ไขปัญหาหนี้สินครูทั้งประเทศอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

ดร.เพิ่ม หลวงแก้ว ประธานสภาสหภาพครูแห่งชาติ ในฐานะโฆษกคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาหาสาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครู สภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวว่า เมื่อบ่ายวันอังคารที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๓ ที่ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ(สผ.)๔๒๐ชั้น๔ อาคารรัฐสภา กรุงเทพมหานคร คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาหาสาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครู สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการประชุมคณะอนุกรรมาธิการตามระเบียบวาระ โดยมี ดร.ปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคครูไทยเพื่อประชาชน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ เป็นประธานที่ประชุม

ดร.ปรีดา บุญเพลิง   ในฐานะ ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาหาสาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครู สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า  หลังจากคณะอนุกรรมาธิการฯ ได้ศึกษา สำรวจและออกรับฟังความคิดเห็นจากผู้แทนครู ผู้นำองค์กรวิชาชีพครู  เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิตครู  ชมรมข้าราชการครูบำนาญ ตัวแทนสถาบันการเงินและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั่วประเทศมาระยะหนึ่ง และได้สรุปเป็นแนวทางแก้ไขปัญหา ได้ ๒ แนวทาง  คือ

แนวทางที่ ๑ ระยะเร่งด่วน โดยอาศัยการเจรจาความร่วมมือจากสถาบันการเงินต่าง ๆที่มีดอกเบี้ยต่ำ ชุมนุมสหกรณ์แห่งประเทศไทย และบริษัทประกันภัย/ประกันชีวิต สนับสนุนให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู เป็นเจ้าภาพหลัก ในการดูแลแก้ไขปัญหาหนี้สินครูที่อยู่ในขั้นวิกฤติ

แนวทางที่ ๒ ระยะยั่งยืน โดยการสนับสนุนจากรัฐบาล กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อจัดหาทุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อจัดตั้งเป็นกองทุนพัฒนาครูไทย เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

นอกเหนือจากนั้นคณะอนุกรรมาธิการ ยังได้เชิญประธานและผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกว่า๑๐๘แห่งทั่วประเทศมาเสนอความคิดเห็น และข้อเสนอแนะแนวทาง ความเป็นไปได้ ที่มีประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างเป็นระบบ ซึ่งประธานและผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูหลายแห่งเสนอประเด็นที่น่าสนใจ เช่น รัฐบาลต้องมีความจริงใจที่ร่วมแก้ไขปัญหา จัดหาแหล่งทุนที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ รวมหนี้สินครูไว้ที่เดียวกัน รัฐจัดสวัสดิการ สวัสดิภาพที่ดีแก่ครู  แก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู และกำหนดมาตรการควบคุมการใช้จ่ายเงินของสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการไว้ชัดเจน กำกับ ติดตาม ประเมินผลการดำรงชีวิตที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการฯ ได้นำผลการประชุมสัมมนาดังกล่าวมาสรุปและเสนอที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการฯ พิจารณาแล้ว

ดร.ปรีดา บุญเพลิง ประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการยังเสนอให้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามทวงถามเงินกองทุน ช.พ.ค.และช.พ.ส.ที่อยู่ในการดูแลของสำนักงาน สกสค.อยู่ในระยะที่ผ่านมาว่า ขณะนี้เงินกองทุนดังกล่าวยังเหลืออยู่เป็นจำนวนเท่าไร ในระยะที่ผ่านมาได้ใช้จ่ายไปในส่วนไหนเท่าไร เป็นประโยชน์ตามวัตถุประสงค์หรือไม่ และอยากให้นำเงินกองทุนดังกล่าวมาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินครูให้เกิดประโยชน์ต่อครูให้มากที่สุด โดยให้เครือข่ายพัฒนาวิชาชีพครูหรือให้มีสำนักงานกองทุนระดับชาติซึ่งเป็นอิสระขึ้นมาบริหารเงินกองทุนนี้โดยเฉพาะ น่าจะเกิดประโยชน์ต่อครูมากกว่าปล่อยให้ สกสค.บริหารจัดการอย่างที่ผ่านๆมา ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการได้รับไว้พิจารณาและจะติดตามทวงถามเงินกองทุนดังกล่าวจาก สกสค.ต่อไปในเร็วๆนี้

 

แสดงความคิดเห็น