13ปีอีสานบิซจะพาไปสู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อเสริมพลังสมาร์ทซิตี้และเศรษฐกิจอีสาน

เมื่อวันที่ 23​ กุมภาพันธ์​  ได้เข้าร่วมงานสัมมนา 13 ปีอีสานบิซสู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อเสริมพลังสมาร์ทซิตี้และเศรษฐกิจอีสาน​ ที่โรงแรมอวานี​ ขอนแก่น​ เป็นการนำเสนอภาพการพัฒนาเมืองแนวใหม่ที่น่าสนใจมาก​ ทุกองค์กรร่วมกันฉายภาพให้ผู้เข้าร่วมสัมมนา​ที่เดินทางมาจากหลายจังหวัดในภาคอีสานได้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจกัน
       ดร​ สมเกียรติ​ ตั้งกิจวานิชย์​ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย​ หรือ​ TDRI ​เลือดอีสานลูกหลานชาวอุดร พูดถึงประเทศไทย​ ว่าเราจะก้าวกันต่อไปอย่างไร?
       1. ภาคเศรษฐกิจ​ GDP​ ​ปี​2563​ คิตลบ​ 6.1% หากเทียบกับปี​ 2540​ วิกฤต์ต้มยำกุ้ง​ เราคิตลบถึง​ 7.6% แต่เป็นระยะสั้นๆ​ วันนี้ภาคการผลิตยังพอไปได้​ แต่ภาคบริการย่ำแย่มาก​ นักท่องเที่ยวที่เคยเข้ามา​ 39 ล้านคนใน​ ปี​ 2563​ จะฟื้นคืนกลับมายากมาก​ และคงต้องใช้เวลาอย่างน้อยๆอีก​ 2-3​ ปี​
       2.ภาคสังคม​ น่าเป็นห่วงเรื่องความเหลื่อมล้ำ​ สาเหตุคือคนไทยมีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย​ อาจารย์สมชัย​ จิตสุชน​ ได้วิจัยโดย​ใช้ GiNi วัดความเหลื่อมล้ำยังพบว่าคนไทยมีความขัดแย้งกันสูงขึ้น เราขัดแย้งกันเรื่องสวัสดิการที่มีความต่างกัน​ การดูแลด้านสุขภาพ​ การว่างงาน​ เงินเฟ้อที่ทำให้สินค้ามีราคาแพงขึ้น บริการของรัฐ​ยังไม่ตอบโจทย์​ การแพร่กระจายโคสิด-19​ ต้องรีบเร่งสกัดที่ต้นทาง​ เช่นจังหวัดสมุทรสาคร​ หาไม่จะผลุบๆโผล่ๆแบบนี้​ วัดซีน​  200,000  โคสแรกเข้ามาแล้วจะฉีดใครก่อน
      สำหรับคุณภาพการศึกษาไทย​ ผลการสอย​ PISA.ในสนาม​ OECD สำหรับเด็กอายุ15​ ​ปี ในอาเซียน​ เด็กไทยของเราสอบตก​ในวิชาสำคัญๆเช่น​ วิทยาศาสตร์​  คณิตศาสตร์​  และการอ่านภาษาไทย​ สถาบันการศึกษาไทย​ มีวัฒนธรรมคล้ายวัฒนธรรมทหารคือเน้นการมีระเบียบวินัย​ และการปกครอง​ที่เข้ม ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งกับนักเรียน​
      อย่างกลุ่มนักเรียนเลว​ เพราะคนต่างรุ่น​ เริ่มคุยกันไม่เข้าใจ​ การพูดว่าถ้าคุณไม่ชอบก็ออกไป​อยู่ประเทศอื่น คงพูดได้แต่ทำยาก​ ขอยก​ กรณีของประเทศอินเดีย​ กลุ่มหนึ่งไม่พอใจแยกตัว​ ไปตั้งประเทศปากีสถานในครั้งนั้น​ คนชาติเดียวกัน​ ฆ่ากันตายถึง​ 700,000  คน​ ต่อมาไม่นานก็เกิดความขัดแย้งกันอีก​ คนปากีสถานแยก​ มาตั้งประเทศใหม่ชื่อ​ บังคลาเทศ
      3.ภาคการเมือง​ ควรจะจบกันในสภา ความขัดแย้งของคนไทยมีมานาน​กว่า​ 20​ ปี​แล้ว การยึดถือประชาธิปไตยแบบ​ Thin.​แค่พื้นฐานไม่ลึกซึ้ง กับแบบ Thick. คือมองแบบองค์รวม​สนใจทุกเรื่อง​ หรืออย่างเข้มข้น วันนี้คนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่า​ คิดต่างกัน​ ล่าสุดยังมีเคริ่องมือที่ใช้พูดคุยกันของคนที่ึิคิดคล้ายกัน​ อย่าง​ Clubhouse.
      ในประเทศสหรัฐอเมร​ิกา​  ประชาชนแบ่งขั้วกันชัดเจน​ คนนิวยอร์ค​ เชียร์​ โจ​ ไบเดน​ ส่วนคนเท็กทัส เชียร์ทรัมป์​ เป็นต้น​ Jonathan​ Haidt.ได้เขียนหนังสือขื่อ​ The​ Righteouse Mind.พูดถึงสังคมที่มีความขัดแย้งกันในด้านต่างๆเช่น​ เสรีภาพ, ความยุติธรรม, ความภักดี, การใช้อำนาจ, การดูแล​ และความศักดิฺสิทธิ์
      ประเทศไทยของเรา​ จะก้าวไปอย่างไรในการเมืองที่ต่างขั้ว​ สังคมต่างวัย​ บนชะตากรรมเศรษฐกิจเดียวกัน​  ดร​ สมเกียร​ติ​ ตั้งกิจวานิชย์​  พูดไว้น่าคิด
โดย-ทวิสันต์​ โลณานุรักษ์
แสดงความคิดเห็น